เสียงกระแทกของถ้วยชาเคลือบกระเบื้องบิ่นๆ ลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังปัง สะท้อนความหงุดหงิดที่อัด andั้นอยู่ในอกของแม่เฒ่าหลี่จนแทบจะทะลักออกมาเป็นคำด่าทอ
"หลินฟางเซียน! อย่าคิดว่าเธอหาเงินเข้าบ้านได้ไม่กี่หยวนแล้วจะทำตัวเป็นใหญ่เหนือฉันได้นะ! กฎของตระกูลหลี่มีอยู่ว่า เงินทุกหยวนที่หามาได้ต้องส่งเข้ากองกลางให้ฉันเป็นคนจัดการ ผู้หญิงที่แต่งเข้าบ้านมาแล้วทำตัวกระด้างกระเดื่องแบบนี้ สมควรโดนส่งตัวกลับไปให้พ่อแม่เธอบดขยี้กระดูกสั่งสอนเสียให้เข็ด!"
น้ำเสียงแหบพร่าแต่แหลมสูงของแม่เฒ่าหลี่แผดก้องไปทั่วลานบ้าน ท่ามกลางสายตาของชาวบ้านหลายคนที่มุงดูเหตุการณ์อยู่รอบรั้วบ้าน บ้างก็ทำหน้าเวทนา บ้างก็รอสมน้ำหน้า แต่ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากแทรกแซงสักคน เนื่องจากเกรงกลัวบารมีของผู้อาวุโสประจำตระกูล
หลินฟางเซียน วางตะหลิวเหล็กในมือลงบนเคาน์เตอร์ครัวช้าๆ ใบหน้าเรียบเฉยไร้ความตื่นตระหนก แววตาคู่คมกริบกวาดมองผู้เป็นแม่สามีด้วยสายตานิ่งสนิท ราวกับกำลังวิเคราะห์งบการเงินติดลบของบริษัทที่กำลังจะล้มละลาย ไม่มีประโยชน์ที่จะใช้อารมณ์เข้าปะทะกับคนไร้เหตุผล สิ่งที่นักวิเคราะห์หุ้นระดับเซียนอย่างเธอถนัดที่สุด คือการใช้ "ตัวเลข ข้อเท็จจริง และกฎหมาย" เชือดเฉือนคู่ต่อสู้ให้ดิ้นไม่หลุดโดยไม่ต้องออกแรงแม้แต่น้อย
"แม่เฒ่าครับ ใจเย็นๆ ก่อนดีกว่าครับ การจะกล่าวหาใครและอ้างกฎตระกูลอะไรนั้น..." ฟางเซียนจงใจเว้นจังหวะเล็กน้อย เดินสาวเท้าออกมาที่ลานบ้านด้วยท่าทีสง่างาม ใบหน้าประดับรอยยิ้มบางเบาที่ชวนให้รู้สึกหนสันหลังวาบ "เราคงต้องมาทบทวนข้อกฎหมายและสิทธิ์ในทรัพย์สินส่วนบุคคลกันให้ชัดเจนเสียก่อนนะครับ"
คำว่า "กฎหมาย" ทำให้แม่เฒ่าหลี่ชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาฝ้าฟางหรี่แคบลงด้วยความระแวง "กฎหมายอะไรของแก! ฉันเป็นแม่สามี เป็นผู้ปกครองบ้านหลังนี้ แกจะเอา法律 (กฎหมาย) มาขู่ฉันไม่ได้!"
"ขู่เหรอครับ? เปล่าเลย ผมไม่ได้ขู่ แต่ผมกำลังพูดถึงข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของประเทศ ว่าด้วยเรื่องกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของคู่สมรส" ฟางเซียนหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เป็นใบแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินและหนังสือรับรองการแยกครัวเรือนที่เธอเพิ่งไปจัดการทำเรื่องอย่างถูกต้องตามกฎหมายเมื่อวานนี้
เธอยกเอกสารขึ้นให้เห็นเด่นชัด ท่ามกลางเสียงฮือฮาของชาวบ้านที่เริ่มขยับเข้ามาใกล้เพื่อมุงดูความสนุก
"บ้านหลังนี้ และที่ดินแปลงนี้ รวมถึงรายได้จากการค้าขายในช่วงหลัง เป็นสินสมรสระหว่างผมกับพี่หานหยาง ซึ่งเป็นทหารประจำการ และตามประกาศของทางการ ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องประเทศจะได้รับความคุ้มครองพิเศษ ทรัพย์สินที่ภาระผูกพันและรายได้จากการทำมาหากินของครอบครัวทหาร ห้ามมิให้บุคคลภายนอกหรือญาติพี่น้องเข้ามาแทรกแซงหรือบังคับยึดครองโดยไม่ได้รับความยินยอม... พูดง่ายๆ ก็คือ แม่ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องเงินสักหยวนเดียวของพวกเราครับ"
รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าของแม่เฒ่าหลี่แข็งค้างทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจและไม่คาดคิดว่าลูกสะใภ้ที่เคยอ่อนแอคนนี้จะพลิกเกมด้วยการใช้กฎหมายมาเล่นงานเธอได้อย่างรวดเร็วและเฉียบขาดขนาดนี้
"แก... แกกล้าดียังไง! นังเด็กอกตัญญู กล้าเอาทหารและกฎหมายมาข่มขู่แม่สามีตัวเองอย่างนั้นเรอะ!" แม่เฒ่าหลี่กรีดร้องด้วยความโกรธจัด ยกไม้เท้าขึ้นชี้หน้าหมายจะเข้าไปตบสั่งสอน
ทว่า ในจังหวะนั้นเอง ร่างสูงใหญ่ในชุดทหารสีเขียวเข้มของพันจ่าเอกหานหยางก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวภรรยาอย่างรวดเร็ว มือหนาคว้าจับปลายไม้เท้าเอาไว้ได้อย่างแม่นยำ แรงกดมหาศาลจากฝ่ามือของนายทหารผู้ผ่านสนามรบทำให้แม่เฒ่าหลี่สะดุ้งสุดตัว ถอยหลังไปหลายก้าวด้วยความหวาดกลัว
หานหยางไม่ได้เอ่ยคำหยาบคายสักคำ สายตาคมกริบดุจพญาอินทรีมองตรงไปยังแม่สามีด้วยความเย็นชาไร้ความรู้สึก "ภรรยาของผมพูดถูกทุกประการครับแม่ ถ้าแม่ยังมายุ่งวุ่นวายหรือสร้างความเดือดร้อนให้ครอบครัวเราอีก ผมคงต้องใช้สิทธิ์แจ้งความดำเนินคดีข้อหาบุกรุกและข่มขู่รีดไถทรัพย์สินกับเจ้าหน้าที่รัฐในอำเภอแล้วล่ะครับ"
บรรยากาศรอบบริเวณเงียบกริบลงทันที ไม่มีใครกล้าส่งเสียงหายใจแรง ทุกคนต่างรู้ดีว่าหานหยางเป็นคนจริงจังและอนาคตไกลในกองทัพ การไปมีเรื่องกับนายทหารยศสูงเช่นนี้เท่ากับรนหาที่ตายชัดๆ
แม่เฒ่าหลี่หน้าซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริกทำได้เพียงชี้มือสั่นเทาใส่ทั้งสองคนด้วยความแค้นเคือง "พวกแก... พวกแกจำไว้ให้ดี!" ก่อนจะสะบัดหน้าหนีเดินหนีหายเข้าบ้านไปท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทาของชาวบ้าน
ฟางเซียนถอนหายใจเบาๆ ปรับสีหน้าให้ผ่อนคลายลง หันมาสบตากับสามีหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกาย เธอยื่นมือไปจัดปกเสื้อให้อย่างเบามือ "วันนี้กลับมาเร็วนะครับ ทหารเก่งกาจอย่างคุณมาทันเวลาพอดีเป๊ะเลย"
หานหยางคว้ามือเรียวนั้นมากุมไว้แน่น ความอ่อนโยนปรากฏขึ้นในดวงตาคมเข้มที่ปกติจะมีแต่ความเคร่งขรึม "เพื่อปกป้องคุณ ผมไม่เคยมาช้าหรอกครับ... ว่าแต่ กลิ่นหอมอะไรลอยมาจากในครัวเนี่ย หิวจนท้องร้องแล้วนะ"
ฟางเซียนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ "อ๋อ... เมนูเด็ดที่ผมเพิ่งวัตถุดิบชั้นเลิศมาจากมิติลับเมื่อกี้นี้เองครับ รับรองว่าอร่อยจนคุณลืมความเครียดทั้งหมดวันนี้ไปเลย"
พูดจบ เธอก็จูงมือสามีเดินเข้าครัว กลิ่นหอมเย้ายวนของ "ไก่ตุ๋นโสมสมุนไพรจีนป่า" ผสมผสานกับกลิ่นเครื่องเทศเข้มข้นกำลังส่งไอระเหยกรุ่นลอยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณบ้าน ขับไล่บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่ออกไปจนหมดสิ้น
น้ำซุปสีทองใสเคี่ยวจนเค็มหวานกลมกล่อม เนื้อไก่ตุ๋นจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก โรยหน้าด้วยพริกไทยดำหอมกรุ่นและผักชีสดสีเขียวขจี ขณะที่ฟางเซียนกำลังตักน้ำซุปใส่ชามกระเบื้องเคลือบส่งให้สามี สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นเงาดำปริศนาเคลื่อนไหวอยู่ตรงมุมรั้วหลังบ้าน พร้อมกับเสียงกระซิบกระซาบของบุคคลที่ไม่ควรจะมาปรากฏตัวที่นี่ในเวลานี้...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นไปกับไหวพริบและการเอาคืนสุดสะใจของฟางเซียนในตอนนี้นะครับ
ย้อนอดีตไปรวยด้วยหุ้นในยุค 70: เมียทหารสายเปย์กับมิติฟาร์มพันล้าน•ตอนที่ 23
รับมืออย่างมืออาชีพ
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนอดีตไปรวยด้วยหุ้นในยุค 70: เมียทหารสายเปย์กับมิติฟาร์มพันล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!