ย้อนอดีตไปรวยด้วยหุ้นในยุค 70: เมียทหารสายเปย์กับมิติฟาร์มพันล้าน•ตอนที่ 6

สินค้าล็อตแรกขายหมดเกลี้ยง

ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
ปัง! เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะพังลงมาให้ได้ แรงกระแทกนั้นสะเทือนถึงโครงสร้างไม้เก่าคร่ำคร่าของบ้านพักทหาร แรงสั่นสะเทือนส่งผลให้เศษฝุ่นโปรยปรายลงมาจากคานหลังคา ทว่า หลินฟางเซียนกลับไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อย คล้ายนักวิเคราะห์หุ้นที่กำลังประเมินความเสี่ยงของกราฟราคาในช่วงที่ตลาดกำลังผันผวนอย่างหนัก "เปิดประตูนะเว้ย! นังหลินฟางเซียน! อย่าคิดว่ามุดหัวอยู่ข้างในแล้วจะรอด!" เสียงตะโกนหยาบกระד้างของหลี่เฉียงดังแทรกเข้ามา พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยสมเพชเวทนาที่คุ้นหูเป็นอย่างดี "แกเอาเงินจากไหนมาซื้อของกินดีๆ ห๊า? หรือว่าแอบไปขายของผิดกฎหมายในตลาดมืด? แบบนี้มันต้องแจ้งคอมมูนมาจับไปเข้าค่ายดัดสันดาน!" ฟางเซียนวางตะหลิวไม้ในมือลงช้าๆ นางสูดลมหายใจเข้าลึก1เฮือก กลิ่นหอมกรุ่นของหมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วสูตรลับจากมิติฟาร์มที่เคี่ยวจนน้ำตาลเคարาเมลเคลือบผิวเนื้อวาววับกำลังส่งกลิ่นอบอวลยวนใจไปทั่วห้องครัว กลิ่นหอมอันเย้ายวนนี้ช่างตัดกับบรรยากาศตึงเครียดด้านนอกเสียเหลือเกิน แต่นั่นแหละคือ "กลยุทธ์" ที่นางจงใจตลบหลัง แอด... บานประตูไม้เปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างเพรียวบางในชุดเรียบง่าย แต่แววตากลับเยือกเย็นและเฉียบคมจนผู้ที่ยืนอยู่หน้าประตูกระตุกวูบไปชั่วขณะ หลี่เฉียงที่เงื้อมือเตรียมจะทุบประตูซ้ำถึงกับชะงักค้างกลางอากาศ เมื่อปะทะเข้ากับสายตาที่ราบเรียบแต่กดดันราวกับพญายมกำลังมองมดปลวกของนาง "เสียงดังเอะอะโวยวายอะไรกัน หน้าบ้านพักราชการทหารนะหลี่เฉียง อยากติดคุกข้อหาบุกรุกเค้าโครงสถานที่ราชการหรือไง?" ฟางเซียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่ากังวานและทรงพลัง หลี่เฉียงกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่โดยไม่รู้ตัว แต่พอนึกถึงใบหน้าบึ้งตึงของแม่เฒ่าหลี่และผลประโยชน์มหาศาลที่หมายตาไว้ เขาก็แอ่นอกเชิดหน้าขึ้นด้วยความฮึกเหิม "ไม่ต้องมาเฉไฉ! แกแอบซุกซ่อนทรัพย์สิน และลักลอบค้าขายในตลาดมืดใช่ไหม? ทุกคนในหมู่บ้านเขาเห็นแกหอบหิ้วตะกร้าใบใหญ่เข้า-ออกตลาดมืดเมื่อวานนี้ ส่งของออกมาตรวจเดี๋ยวนี้! ถ้าไม่อย่างนั้น ฉันจะไปตามหัวหน้าคอมมูนมาค้นบ้าน!" เบื้องหลังของหลี่เฉียง มีชาวบ้านมุงกลุ่มหนึ่งยืนซุบซิบกันด้วยความอยากรู้อยากเห็น สายตาสอดส่องเข้ามาภายในบ้านเพื่อหวังจะเห็นหลักฐานความผิด ฟางเซียนมุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ทำให้หลี่เฉียงรู้สึกเสียวสันหลังวาบอย่างไร้สาเหตุ นางไม่ได้ปฏิเสธทันที แต่กลับก้าวเท้าออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว บังทางเข้าประตูไม่ให้ใครมองเห็นด้านใน "ค้าขายในตลาดมืดอย่างนั้นหรือ?" ฟางเซียนทวนคำ น้ำเสียงเจือแววเยาะหยัน "หลักฐานล่ะ? ตาแกเห็นกับตา หรือหูแกได้ยินเสียงเงินในกระเป๋าฉันจนหูแว่วไปเอง?" "ก็..." หลี่เฉียงอึดอัดพูดไม่ออก เพราะเขาแค่มั่นใจว่านังนี่ไม่มีเงิน แต่ดันเห็นมันเดินกลับมาจากย่านการค้าด้วยมือเปล่าและท่าทางอารมณ์ดี ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและทรงพลังก็ดังขึ้นจากทางเดินตรอกด้านข้าง ฝูงชนที่มุงดูอยู่ต่างรีบแหวกทางให้อย่างอัตโนมัติเมื่อเห็นเงาร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้ม กลิ่นอายความดุดันและเด็ดขาดแผ่ซ่านออกมาจากตัวของพันจ่าเอกหานหยางที่เพิ่งกลับจากการฝึกภาคสนาม ดวงตาคมกริบกวาดมองกลุ่มคนตรงหน้าด้วยความเย็นชา ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ภรรยาตัวน้อยของตน แวบหนึ่งมีความห่วงใยฉายชัดในดวงตาคู่นั้น แต่เมื่อหันไปมองหลี่เฉียง รังสีสังหารก็แผ่พุ่งออกมาจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา "ใครกล้ากล่าวหาภรรยาผม?" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ทำเอาหลี่เฉียงถึงกับหน้าถอดสี ถอยหลังกรูดไปสองก้าว "พ... พี่หาน..." หลี่เฉียงเสียงสั่น "เมียพี่มันทำผิดกฎ... มัน..." "กฎอะไร?" หานหยางก้าวเข้ามาบังร่างของฟางเซียนไว้ครึ่งหนึ่ง มือหนาวางลงบนบานประตูราวกับพร้อมจะหักคอใครก็ตามที่ล้ำเส้น "เมื่อวานนี้ ภรรยาผมเอา 'เศษผ้าเหลือใช้' และ 'งานฝีมือ' ไปแลกเปลี่ยนกับสหายในตลาดตามระเบียบสหกรณ์ชุมชน มีใบเสร็จและบันทึกการแลกเปลี่ยนถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ นายมีหลักฐานอะไรมายืนยันว่าเป็นการค้าขายผิดกฎหมาย?" คำพูดของหานหยางเฉียบคมและหนักแน่น ปิดตายทุกช่องทางที่จะเอาผิด การที่หานหยางออกตัวปกป้องภรรยาอย่างเปิดเผยเช่นนี้ ทำให้หลี่เฉียงหน้าซีดเผือก เพราะในยุคนี้ การกล่าวหาทหารและครอบครัวทหารโดยไม่มีหลักฐาน มีโทษหนักหนาไม่แพ้กัน! หลี่เฉียงอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก ได้แต่ฮึดฮัดด้วยความคับแค้นใจ "ฝากไว้ก่อนเถอะ!" มันพึมพำก่อนจะกวาดมือไล่ชาวบ้านให้แยกย้าย แล้ววิ่งหนีหายไปอย่างรวดเร็ว เมื่อความวุ่นวายสงบลง หานหยางหันกลับมามองภรรยา แววตาที่ดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนและกังวลใจทันที "ฟางเซียน... เธอไม่เป็นไรนะ?" ฟางเซียนส่ายหัวเบาๆ รอยยิ้มงดงามปรากฏขึ้นบนใบหน้า นางเอื้อมมือไปจับแขนสามีแล้วดึงเข้ามาในบ้าน "ฉันไม่เป็นไรเลยค่ะ... อันที่จริง วันนี้เรามีเรื่องต้องฉลองกันต่างหาก" "ฉลอง?" หานหยางเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ ฟางเซียนเดินนำเข้าไปในห้องครัว เปิดฝาหม้อดินเผาที่ส่งเสียงเดือดปุดๆ กลิ่นหอมหวานเค็มกลมกล่อมของหมูสามชั้นตุ๋นพะโล้พุ่งเข้าปะทะจมูกทันที ข้างกันนั้นมีตะกร้าไม้ไผ่ที่ว่างเปล่า ซึ่งเมื่อวานนี้เคยบรรจุซาลาเปาไส้ทะลักและแยมผลไม้สูตรพิเศษจากมิติฟาร์มเอาไว้เต็มเอี๊ยด "สินค้าล็อตแรก..." ฟางเซียนหันมาสบตากับสามี แววตาเป็นประกายระยิบระยับราวกับนักลงทุนที่เห็นกราฟหุ้นพุ่งทะยานชนเพดาน "ขายหมดเกลี้ยงในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง... และนี่คือผลกำไรก้อนแรกของเราครับ" นางหยิบห่อกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้มุมโต๊ะออกมา แกะเชือกฟางออก เผยให้เห็นธนบัตรปึกหนาที่ถูกพับเก็บไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ตัวเลขมูลค่ามหาศาลในยุคสมัยนี้ปรากฏเด่นชัดอยู่ตรงหน้า หานหยางมองเงินจำนวนนั้นสลับกับใบหน้ายิ้มแย้มของภรรยา หัวใจของนายทหารผู้เคร่งขรึมเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ ไม่ใช่เพราะจำนวนเงิน แต่เป็นเพราะความสามารถและความเด็ดเดี่ยวของหญิงสาวตรงหน้า ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความสำเร็จ เสียงเคาะประตูก็แว่วดังขึ้นอีกครั้ง... แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เสียงทุบทำลายอย่างป่าเถื่อน หากแต่เป็นเสียงเคาะสามครั้งเป็นจังหวะ ที่บ่งบอกว่าผู้มาเยือนไม่ใช่คนแปลกหน้า ฟางเซียนขมวดคิ้วเล็กน้อย หันไปมองหน้าหานหยางที่ตอนนี้แววตาเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที เมื่อประตูกลางบ้านถูกเปิดออกอีกรอบ บุคคลที่ไม่คาดฝันว่าจะได้เห็นในยามวิกาลเช่นนี้ ก็ก้าวเท้าเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มปริศนาที่ซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้... โปรดติดตามตอนต่อไปครับ --- ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "เซียนหุ้นย้อนเวลา" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนอดีตไปรวยด้วยหุ้นในยุค 70: เมียทหารสายเปย์กับมิติฟาร์มพันล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%