“พี่หานหยาง... พี่ช่วยขยับมาทางนี้หน่อยได้ไหมครับ ตรงนี้แสงมันส่องเข้าตาผมพอดี”
หลินฟางเซียนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไปด้วยความนัยบางอย่าง ขณะที่มือข้างหนึ่งของเธอยังคงถือตะหลิวไม้ คนน้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนในหม้อดินเผาจนเกิดเสียง ‘ปุดๆ’ ที่ชวนให้น้ำลายสอ
หานหยางที่นั่งขัดรองเท้าคอมแบทอยู่อีกฝั่งของห้องครัวชะงักไปเล็กน้อย เขาเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองใบหน้าภรรยาที่กำลังก้มหน้าก้มตาปรุงอาหาร ก่อนจะขยับตัวตามคำสั่งอย่างว่าง่าย เขาไม่ได้ถามว่าทำไมเธอถึงดูเหม่อลอยไปชั่วขณะตอนที่มองผ่านกระเป๋าเอกสารหนังใบเก่าใบนั้น แววตาของเขาซ่อนความระแวดระวังเอาไว้ภายใต้ใบหน้าที่นิ่งเฉยดั่งหินผา
“วันนี้กลิ่นหอมแปลกไปนะฟางเซียน ไม่เหมือนกับที่ทำกินปกติ” หานหยางเอ่ยทำลายความเงียบ เสียงทุ้มต่ำของเขาสั่นสะเทือนไปถึงหัวใจของหญิงสาว
ฟางเซียนหันกลับมา ยิ้มบางๆ ให้สามี รอยยิ้มที่ไม่ได้แต้มด้วยความรุ่มร้อน แต่แฝงด้วยความอบอุ่นที่เธอตั้งใจจะใช้ ‘เยียวยา’ ความเหนื่อยล้าของเขา “พอดีวันนี้ฉันเจอเห็ดป่าชั้นดีในมิติตอนไปตรวจแปลงผักน่ะครับ เลยเอามาตุ๋นรวมกับไก่บ้านที่คุณซื้อมาฝากเมื่อวาน... อดทนรออีกนิดนะครับ อีกไม่นานก็ได้กินแล้ว”
เธอเดินเข้าไปใกล้เขา กลิ่นหอมจางๆ จากกายสาวผสมผสานกับกลิ่นเครื่องเทศยาจีน ทำให้หานหยางเผลอวางรองเท้าในมือลง เขาคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ แล้วดึงให้ลงมานั่งบนตัก
“ฟางเซียน... ช่วงนี้เธอเหนื่อยมากใช่ไหม? ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่นี่ ฉันเห็นเธอหมกมุ่นอยู่กับการจัดการเรื่องการค้าและการคำนวณตัวเลขในสมุดบันทึกนั่นจนแทบไม่ได้พัก”
คำพูดของเขาเหมือนคมมีดที่กรีดลงกลางใจ ฟางเซียนซบหน้าลงกับไหล่กว้างของสามี ความรู้สึกอัดอั้นจากการที่ได้เห็นชื่อ ‘แม่เฒ่าหลี่’ ในเอกสารลับที่ตลาดมืดเมื่อครู่ยังคงคุกรุ่นอยู่ข้างใน เธอรู้อยู่แล้วว่าแม่สามีคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา แต่การที่อีกฝ่ายมีส่วนพัวพันกับตลาดมืดและเงินสีเทาขนาดนั้น มันหมายความว่าเป้าหมายต่อไปของหญิงแก่คนนั้นอาจไม่ใช่แค่การรีดไถเงิน แต่คือการทำลายอาชีพการงานของหานหยางให้ย่อยยับ
“พี่หานหยาง... ถ้าวันหนึ่งฉันทำอะไรที่ทำให้ครอบครัวเราต้องลำบากใจ หรือต้องไปฟาดฟันกับคนในสายเลือดของพี่ พี่จะว่าผมไหมครับ?” เธอถามเบาๆ
หานหยางนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลูบศีรษะเธออย่างแผ่วเบา “สำหรับผม... ครอบครัวที่มีแค่เราสองคนคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ใครที่ทำให้เธอต้องเสียน้ำตา ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใคร ผมก็ไม่มีวันให้อภัย”
เขากระชับกอดเธอแน่นขึ้น ความเงียบในห้องครัวถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจที่ประสานกัน ฟางเซียนรู้ดีว่านี่คือช่วงเวลาที่ล้ำค่าที่สุด เธอจึงตัดสินใจหยิบผักดองสูตรพิเศษที่เธอดองไว้ในมิติออกมาวางบนโต๊ะไม้เก่าๆ จัดแจงข้าวสวยร้อนๆ ที่เพิ่งหุงเสร็จใหม่ๆ กลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วบ้าน มันไม่ใช่แค่อาหาร แต่มันคือการสร้าง ‘ป้อมปราการแห่งความสุข’ เพื่อปกป้องคนข้างๆ จากพายุที่กำลังจะถาโถมเข้ามา
ทว่า... ในจังหวะที่ทั้งคู่กำลังตักน้ำซุปเข้าปาก เสียงเคาะประตูบ้านอย่างรุนแรงก็ดังขึ้นขัดจังหวะความสุขนั้น!
หานหยางลุกขึ้นยืนทันที สัญชาตญาณทหารสั่งให้เขาเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูง ฟางเซียนเดินตามไปที่หน้าประตู หัวใจของเธอเต้นระรัวเมื่อเปิดประตูออกมาแล้วพบกับชายฉกรรจ์ในชุดคลุมสีเข้มสองคน และตรงกลางนั้นคือ ‘แม่เฒ่าหลี่’ ที่ยืนกอดอกด้วยใบหน้าเหี้ยมเกรียม
“หานหยาง! แกเอาเอกสารของฉันไปไว้ที่ไหน!” เสียงแหลมสูงของแม่เฒ่าหลี่ดังแผดขึ้น “ถ้าไม่อยากให้ชีวิตแต่งงานที่แสนสุขของแกจบลงตั้งแต่วันนี้ ก็จงคาย ‘ความลับ’ ที่แกแอบเก็บไว้ใต้เก้าอี้ออกมาเดี๋ยวนี้!”
ฟางเซียนสบตาสามีผ่านทางสายตา ทั้งคู่รับรู้ได้ทันทีว่า ‘เวลาพักผ่อน’ ได้จบลงแล้ว และสงครามเพื่อปกป้องทรัพย์สินและศักดิ์ศรีของครอบครัวได้เริ่มต้นขึ้น ณ วินาทีนี้เอง
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้ผมเสมอนะครับ!
เซียนหุ้นย้อนเวลา
ย้อนอดีตไปรวยด้วยหุ้นในยุค 70: เมียทหารสายเปย์กับมิติฟาร์มพันล้าน•ตอนที่ 29
ความอบอุ่นในครอบครัว
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนอดีตไปรวยด้วยหุ้นในยุค 70: เมียทหารสายเปย์กับมิติฟาร์มพันล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!