สมุดบัญชีรายรับรายจ่ายสามเล่มถูกกางทับซ้อนกันอยู่บนโต๊ะไม้เนื้อแข็ง คราบน้ำมันหมึกสีดำที่จางลงตามกาลเวลาทำหน้าที่เสมือนกราฟแท่งเทียนที่กำลังดิ่งหัวลงเหวในมุมมองของนักวิเคราะห์หุ้นมือฉมัง หลินฟางเซียนใช้ปลายนิ้วเรียวยาวไล่ตรวจทานตัวเลขแต่ละบรรทัดด้วยความเยือกเย็น แววตาสีเข้มสะท้อนแสงตะเกียงน้ำมันก๊าดวับวาวราวกับกำลังประเมินงบการเงินของบริษัทจดทะเบียนที่กำลังจะล้มละลาย
"แม่เฒ่าหลี่เล่นเกมยาวทีเดียว... เอาเงินเบี้ยเลี้ยงทุพพลภาพของพี่หยางไปอุดหนุนหลานชายฝั่งบ้านเดิม แถมยังเนียนลงบัญชีครัวเรือนว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมหลังคาบ้านมาสามปีซ้อน ช่างกล้าทำเสียจริง"
เสียงพึมพำลอดผ่านริมฝีปากบางเฉียบที่เหยียดยิ้มเยาะ ท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมภายในห้องเก็บฟืนที่ถูกดัดแปลงเป็นมุมทำงานลับ หานหยางที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูส่งสายตาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและปวดใจมาให้ภรรยา ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารปลดกระดุมคอเสื้อออกเล็กน้อยเพื่อระบายความอึดอัด เขารู้ดีว่าภรรยาของตนต้องอดทนอดกลั้นมากแค่ไหนภายใต้ชายคาบ้านตระกูลหลี่
"พี่รวบรวมหลักฐานพยานบุคคลและเอกสารเบิกจ่ายจากค่ายทหารมาให้เพิ่มเติมแล้วครับ ฟางเซียน... น้องแน่ใจแล้วใช่ไหมว่าเราจะยื่นเรื่องขอแยกบ้านในสัปดาห์นี้ แม่ของพี่ไม่ใช่คนที่จะยอมปล่อยเหยื่อรายใหญ่หลุดมือไปง่ายๆ แน่" น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความกังวลอย่างเห็นได้ชัด มือหนาที่ผ่านการจับอาวุธและกอบกุมบังเหียนรถถังกลับสั่นเทาเล็กน้อยยามเมื่อนึกถึงความวุ่นวายที่จะตามมา
หลินฟางเซียนเงยหน้าขึ้นจากสมุดบัญชี ดวงตากลมโตฉายแววเด็ดเดี่ยวอย่างไร้ความลังเล นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินเข้าไปใกล้สามีแล้วยื่นมือเรียวไปแตะเบาๆ ที่ต้นแขนแกร่ง สัมผัสอุ่นซ่านช่วยคลายความตึงเครียดในใจของนายทหารหนุ่มลงได้ชั่วพริบตา
"พี่หยาง คนเราถ้าไม่ตัดเนื้อร้ายออก ทิ้งไว้มีแต่จะลามจนเน่าตายทั้งตัว ตระกูลหลี่สูบเลือดสูบเนื้อเรามามากพอแล้ว ถึงเวลาที่พวกเขากลืนกินอะไรเข้าไป ต้องคายออกมาเป็นดอกเบี้ยทบต้นให้หมด" ฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเฉียบคมดั่งใบมีดโกนที่อาบยาพิษ "อีกอย่าง... ผมมีแผนการที่คำนวณความเสี่ยงไว้หมดแล้ว ความน่าจะเป็นที่แม่เฒ่าจะปฏิเสธการแยกบ้านต่อหน้าผู้ใหญ่บ้านและหัวหน้าคณะกรรมการหมู่บ้านมีค่าเท่ากับศูนย์ หากเราถือไพ่เหนือกว่าในเรื่องหลักฐานการเงิน"
ย้อนกลับไปเมื่อช่วงบ่ายวันเดียวกัน บรรยากาศในห้องโถงใหญ่ของบ้านตระกูลหลี่ตึงเครียดเสียยิ่งกว่าสนามรบ แม่เฒ่าหลี่นั่งหน้าถมึงทึงอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเก่า มือเหี่ยวย่นตบลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่นจนถ้วยชาสะเทือน
"นังตัวดี! แกกล้าดียังไงถึงมาทวงถามเรื่องเงินเดือนทหารของสามีแก! เงินพวกนั้นเข้ากองกลางเพื่อความอยู่รอดของครอบครัวเรา แกแต่งเข้ามาเป็นสะใภ้ก็ต้องกินข้าวหม้อเดียวกัน จะมาแยกกระเป๋าทำตัวเป็นกบฏเรอะ!"
เสียงแหลมสูงของแม่เฒ่าหลี่เรียกให้สะใภ้รองและสะใภ้สามวิ่งมาแอบดูที่หน้าต่างด้วยความสะใจ ทว่าหลินฟางเซียนกลับไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย นางเพียงแค่ยกยิ้มมุมปาก ช้อนตามองแม่สามีด้วยสายตานิ่งสงบราวกับกำลังมองกราฟราคาหุ้นที่กำลังจะร่วงติดฟลอร์
"คุณแม่พูดถูกครับว่าเรากินข้าวหม้อเดียวกัน... แต่ปัญหาคือ หม้อข้าวใบนี้มีรูรั่วขนาดใหญ่ที่ชื่อว่า 'ส่งเสียลูกชายบ้านเดิมของสะใภ้รอง' มานานเกินไปแล้วกระมังครับ" ฟางเซียนจงใจใช้คำแทนตัวและน้ำเสียงสุภาพแต่เชือดเฉือน นางหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อแล้วคลี่ออกช้าๆ "นี่คือสรุปยอดเงินเบี้ยเลี้ยงและเงินเดือนของพี่หยางตลอดห้าปีที่ผ่านมา หักลบด้วยค่าใช้จ่ายจริงในบ้าน ยอดส่วนต่างที่หายไปสามพันเจ็ดร้อยหยวน... ถูกโอนย้ายไปยังบัญชีของน้องเขยคุณแม่ที่อำเภอใช่หรือไม่ครับ?"
ใบหน้าเหี่ยวย่นของแม่เฒ่าหลี่เปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำสลับขาวทันที ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกใจและหวาดกลัว นางไม่คิดว่านังสะใภ้คนนี้จะรอบคอบและสืบสาวราวเรื่องจนเจอเส้นทางการเงินที่ถูกปกปิดไว้อย่างมิดชิด
"แก... แกใส่ร้ายฉัน! นังเด็กเปรตนี่!" แม่เฒ่ากรีดร้องพยายามจะพุ่งเข้ามาตบหน้าหลินฟางเซียน แต่ทว่า...
หมับ!
มือหนาใหญ่ราวคีมเหล็กของพันจ่าเอกหานหยางคว้าข้อมือมารดาไว้10ก.ล.ด. แรงบีบที่พอเหมาะทำให้แม่เฒ่าหลี่ต้องชะงักและร้องโودออกมาด้วยความเจ็บปวด ดวงตาคมกริบของนายทหารหนุ่มจ้องมองมารดาผู้ให้กำเนิดด้วยความผิดหวังระคนเย็นชา
"พอได้แล้วครับแม่... ผมทนให้แม่เอาเปรียบภรรยาผมมามากพอแล้ว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ครอบครัวของเราขอแยกบ้านอย่างเป็นทางการ เอกสารทั้งหมดอยู่ในมือผมแล้ว ถ้าไม่อยากให้อับอายขายขี้หน้าไปทั่วทั้งคอมมูนจนต้องปลดผมออกจากราชการ ทางที่ดี... เซ็นชื่อลงในหนังสือหย่าขาดกองมรดกเสียดีๆ"
ตัดกลับมาปัจจุบัน ภายในห้องเก็บฟืนที่เงียบสงบ หลินฟางเซียนกำลังงละเลียดจัดเตรียมวัตถุดิบสำหรับมื้อดึกเพื่อปลอบขวัญสามี นางหยิบหม้อดินเผาใบเล็กออกมาจากมิติลับ กลิ่นหอมกรุ่นของสมุนไพรจีนและเนื้อตุ๋นโชยเตะจมูกทันทีที่เปิดฝา
"เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ทานซุปเนื้อตุ๋นโสมป่าซะหน่อยนะครับพี่หยาง" ฟางเซียนตักน้ำซุปสีอำพันใสใส่ชามกระเบื้องเคลือบอย่างพิถีพิถัน เนื้อวัวตุ๋นจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก โรยหน้าด้วยพริกไทยดำและต้นหอมซอยละเอียด กลิ่นหอมเย้ายวนใจลอยฟุ้งกระจายอบอวลไปทั่วบริเวณคับแคบ จนทำให้บรรยากาศตึงเครียดเมื่อคร่ามคร่ำมลายหายไปจนหมดสิ้น
หานหยางมองหน้าภรรยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและความซาบซึ้ง เขาตักน้ำซุปเข้าปากคำหนึ่ง ความอบอุ่นและรสชาติกลมกล่อมล้ำลึกแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ชำระล้างความเหนื่อยล้าจากการปะทะคารมกับครอบครัวจนหมดสิ้น
"อร่อยมาก... ฝีมือของฟางเซียนไม่เคยทำให้พี่ผิดหวังเลยสักครั้ง" นายทหารหนุ่มเอ่ยเสียงนุ่ม พร้อมกับเอื้อมมือไปกุมมือเรียวบางของภรรยาไว้แน่น
ทว่า... ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังโรแมนติกและอบอุ่นหัวใจนั้นเอง เสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงจากด้านนอกก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายของหัวหน้าคณะกรรมการหมู่บ้านที่ดังลั่นทะลุความมืดเข้ามา
"เปิดประตูเดี๋ยวนี้! เกิดเรื่องใหญ่แล้วที่บ้านใหญ่... แม่เฒ่าหลี่เป็นลมล้มพับไปหลังจากเผาเอกสารสำคัญบางอย่างทิ้ง และตอนนี้... มีเจ้าหน้าที่จากอำเภอถือหมายศาลมาตามหาตัวพวกคุณสองคน!"
หัวใจของหานหยางกระตุกวูบ ทว่าหลินฟางเซียนกลับดึงมือกลับช้าๆ มุมปากบางยกยิ้มขึ้นเป็นเส้นตรงอย่างมีความหมาย นางวางชามซุปในมือลงบนโต๊ะไม้ เสียงกระทบเบาๆ ดังก้องกังวานในความเงียบ
"ดูท่า... เกมกระดานนี้จะมีผู้เล่นหน้าใหม่กระโดดลงสนามเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้นะครับพี่หยาง"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาสร้างความมั่งคั่งและฟาดฟันอุปสรรคไปกับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ย้อนอดีตไปรวยด้วยหุ้นในยุค 70: เมียทหารสายเปย์กับมิติฟาร์มพันล้าน•ตอนที่ 10
แผนแยกบ้าน
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนอดีตไปรวยด้วยหุ้นในยุค 70: เมียทหารสายเปย์กับมิติฟาร์มพันล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!