ย้อนอดีตไปรวยด้วยหุ้นในยุค 70: เมียทหารสายเปย์กับมิติฟาร์มพันล้าน•ตอนที่ 21

สูตรอาหารสะท้านเมือง

ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
เสียงกวาดเงินสดปึกหนาที่ถูกโยนลงกระแทกบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งดัง *ปึก* สะท้อนก้องความเย่อหยิ่งเกินพิกัด กองธนบัตรสีแดงและเขียวปะปนกันระเกะระระกะนั่น คือเครื่องหมายการค้าของความพยายามที่จะใช้เงินตราฟาดหัวคนให้จมดิน แต่สำหรับหลินฟางเซียนแล้ว ภาพตรงหน้าไม่ได้สร้างความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย มันกลับให้ความรู้สึกเหมือนกราฟราคาหุ้นของบริษัทใกล้ล้มละลาย ที่กำลังดิ้นรนเฮือกสุดท้ายก่อนจะถูกถอดออกจากกระดานเทรดด้วยซ้ำ "คิดว่าเงินแค่ไม่กี่หยวนนี้ จะซื้อศักดิ์ศรีของครอบครัวเราได้หรือครับ คุณแม่สามี" เสียงทุ้มต่ำแต่นิ่งสนิทของพันจ่าเอกหานหยางดังขึ้นจากมุมห้อง ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารปลดกระดุมคอเสื้อออกเล็กน้อย ก้าวเข้ามาประชิดตัวภรรยาพร้อมกับใช้มือหนาโอบไหล่บางไว้ หลอดตาคมกริบมองกองเงินบนโต๊ะด้วยความสมเพชเวทนา ไม่ต่างอะไรจากมองเศษกระดาษชำระที่ใช้แล้ว แม่เฒ่าหลี่ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ริมฝีปากแห้งผากสั่นระริก ดวงตาฝ้าฟางจ้องเขม็งมาที่หลินฟางเซียนราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ นางอุตส่าห์หอบเงินเก็บก้อนสุดท้ายจากญาติพี่น้องมาเพื่อกดดันให้สะใภ้ตัวดีขายสูตรลับร้านอาหารและยอมก้มหัวให้ แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันอันทรงพลังที่ส่งตรงมาถึงหน้าประตูบ้านอย่างท้าทาย "นังตัวดี! แกอย่าได้ใจให้มันมากนักนะ! ร้านเล็กๆ ของแกเปิดได้ไม่กี่วัน คิดว่าจะยั่งยืนหรือไง? วัตถุดิบก็ร่อยหรอ ลูกค้าก็แค่พวกตาถั่วลิ้มรสชาติไม่เป็น! ถ้าแกไม่ยอมคายสูตรอาหารพะโล้ตุ๋นยาจีนนั่นออกมา วันนี้แกออกจากซอยนี้ไม่ได้แน่!" แม่เฒ่าหลี่ตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ลุกขึ้นชี้หน้าด่าทอด้วยความคับแค้นใจ ฟางเซียนปัดมือที่ยื่นเข้ามาใกล้ตัวออกอย่างไม่แยแส นางสวมผ้ากันเปื้อนสีสะอาด กลิ่นหอมจางๆ ของเครื่องเทศและพริกไทยเสฉวนยังคงติดอยู่ที่ปลายนิ้ว นางหันไปหยิบกระดาษบัญชีรายรับรายจ่ายที่วางอยู่ข้างเตาไฟขึ้นมาพลิกดูอย่างใจเย็น ราวกับเสียงเห่าหอนของสุนัขข้างถนนไม่มีผลอันใดต่อสมาธิของนักวิเคราะห์ตลาดผู้คร่ำหวอดในสมรภูมิการเงินมาค่อนชีวิต "คุณแม่ครับ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ... แต่ดูท่าทางท่านแล้ว คงไม่มีความรู้เรื่อง 'ความคุ้มค่า' เลยสินะครับ" ฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพนิ่มนวล แต่ทุกคำพูดกลับคมกริบราวกับใบมีดโกนที่กรีดลงบนกลางใจ "เงินก้อนนี้ที่ท่านเอามาวาง เดิมพันด้วยศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่ของท่านใช่ไหมครับ? น่าเสียดายจัง... เพราะในตลาดการค้าตอนนี้ หุ้นของตระกูลหลี่ในสายตาชาวบ้าน... มันร่วงติดฟลอร์ไปตั้งนานแล้วครับ" "แก! นังสารเลว!" แม่เฒ่าหลี่เงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าสะใภ้ผู้ไม่รักดีให้หายแค้น ทว่า เร็วยิ่งกว่าความคิด มือหนาแกร่งดั่งคีมเหล็กของหานหยางคว้าข้อมือของหญิงชราไว้กลางอากาศ แรงบีบมหาศาลจากฝ่ามือทหารผ่านศึกทำให้แม่เฒ่าหลี่ต้องนิหน้าด้วยความเจ็บปวด ดวงตาดุดันของสามีหนุ่มจ้องมองนางด้วยแววตาที่เยือกเย็นจนน่ากลัว "อย่าหาว่าผมไม่เตือนนะครับ... มือข้างนี้ ถ้าไม่อยากให้มันใช้งานไม่ได้ไปตลอดชีวิต ก็เก็บกลับไปวางไว้ที่เดิมซะ" ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมบริเวณห้องครัวทันที บรรยากาศกดดันพุ่งสูงขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก แม่เฒ่าหลี่สะบัดมือออกอย่างแรงด้วยความเคียดแค้น นางกัดฟันกรอด ถอยหลังกรูดไปที่ประตู พลางชี้หน้าอาฆาตมาดร้าย "พวกแกสองคนจำเอาไว้! ความฉิบหายกำลังจะมาเยือนร้านของพวกแก เร็วๆ นี้แน่!" พูดจบทหารแก่จอมบงการก็สะบัดตูดหนีหายออกไปจากบ้านอย่างหัวเสีย ทิ้งกองธนบัตรสกปรกไว้บนโต๊ะโดยไม่มีใครเหลียวแล หานหยางถอนหายใจยาว พลางหันมามองภรรยาด้วยความห่วงใย "เธอไม่น่าไปยั่วโมโหแกแรงขนาดนั้นเลย ฟางเซียน... คนแก่มักมีเล่ห์เหลี่ยมเสมอ ระวังพวกมันจะเล่นไม่ซื่อส่งคนมาป่วนร้านนะ" ฟางเซียนวางกระดาษบัญชีลง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก นางหันมามองสามีด้วยสายตาพราวระยับ "คุณหานครับ... ในโลกของการลงทุน วิกฤตคือโอกาสเสมอ พวกเขามาหาเรื่องเราถึงที่ แปลว่าตอนนี้ร้าน 'รสทิพย์สวรรค์' ของเรากำลังเป็นเป้าสายตาและประสบความสำเร็จอย่างงดงามจนพวกเขานั่งไม่ติดแล้วต่างหากครับ" คำพูดของนางไม่เกินความจริงเลยแม้แต่น้อย ณ ย่านการค้าใจกลางเมืองในยามนี้ ร้านอาหารเล็กๆ ที่เคยเงียบเหงาของฟางเซียน บัดนี้กลับเนืองแน่นไปด้วยผู้คนต่อแถวยาวเหยียดจนล้นออกไปถึงถนนใหญ่ กลิ่นหอมอวลของ 'หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงซอสสูตรลับ' ที่เคี่ยวด้วยไฟอ่อนข้ามคืน ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วรัศมีหลายร้อยเมตร ผสมผสานกับกลิ่นหอมกรุ่นของข้าวสวยร้อนๆ และซุปกระดูกหมูตุ๋นมะละกอตุ๋นยาจีนที่ส่งกลิ่นยั่วยวนต่อมรับรสจนใครเดินผ่านก็ต้องกลืนน้ำลาย บรรยากาศภายในร้านเต็มไปด้วยความคึกคัก เสียงตะหลิวกระทบกระทะเหล็กดัง *ฉู่ฉ่า* เป็นจังหวะเร้าใจ เสียงพูดคุยจอแจของลูกค้าที่กำลังลิ้มรสชาติอาหารอย่างเอร็ดอร่อยจนแทบกลืนลิ้นตัวเอง "โอ้โห! ฟางเซียน หมูสามชั้นนี่มันละลายในปากเลยนะ! รสชาติกลมกล่อม เค็มหวานกำลังพอดี หอมกลิ่นโป๊ยกั๊กกับอบเชยจางๆ แบบนี้ มันทำได้ยังไงกันเนี่ย?" ลุงเฉิน พ่อค้าขายผ้าคนดังประจำตลาด เอ่ยปากชมออกมาเสียงดังด้วยความทึ่ง ขณะคีบชิ้นหมูสีแดงฉ่ำเข้าปากเป็นคำที่สาม "เคล็ดลับอยู่ที่การเลือกวัตถุดิบสดใหม่จากฟาร์ม และจังหวะเวลาในการเคี่ยวครับลุงเฉิน" ฟางเซียนส่งยิ้มหวานให้ลูกค้าขาประจำ นางกำลังง่วนอยู่กับการตักข้าวใส่ชามส่งให้ลูกค้าด้วยความคล่องแคล่วว่องไว แม้เหงื่อจะซึมตามไรผม แต่นัยน์ตากลับเปล่งประกายด้วยความภาคภูมิใจ มิติฟาร์มพันล้านในจิตสำนึกของนางทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ วัตถุดิบทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นผักสดปลอดสารพิษ หรือเนื้อสัตว์คุณภาพเยี่ยม ถูกดึงออกมาใช้อย่างไม่มีวันหมดสิ้น ต้นทุนต่ำแต่คุณภาพพรีเมียมระดับภัตตาคารห้าดาว นี่คือกลยุทธ์ 'บลูโอเชียน' ที่ไร้คู่แข่งในยุค 70 อย่างแท้จริง! รายรับวันละหลายร้อยหยวนไหลเข้ากระเป๋าอย่างต่อเนื่อง ตัวเลขในบัญชีเติบโตแบบก้าวกระโดดราวกับหุ้นปั่นชั้นดีที่พุ่งทยยานขึ้นชนซิลลิ่งอย่างไรอย่างนั้น ทว่า ท่ามกลางความสำเร็จอันหอมหวานและเสียงชื่นชมจากลูกค้าทั่วสารทิศ หางตาของฟางเซียนกลับเหลือบไปเห็นเงาร่างแปลกประหลาดกลุ่มหนึ่ง กำลังยืนซุ่มมองความเคลื่อนไหวของร้านมาจากมุมตึกฝั่งตรงข้าม ชายฉกรรจ์สามคนท่าทางนักเลงโต สวมเสื้อแจ็คเก็ตเก่าๆ สายตากวาดมองสำรวจลูกค้าภายในร้านด้วยแววตาดุร้ายน่าสงสัย หนึ่งในนั้นหยิบขวดแก้วใบเล็กที่บรรจุของเหลวสีดำส่งกลิ่นฉุนรุนแรงขึ้นมาถือไว้ในมือ พร้อมกับส่งยิ้มเหี้ยมเกรียมให้กันและกัน ฟางเซียนหยุดมือจากการตักอาหาร รอยยิ้มบนใบหน้าค่อยๆ เลือนหายไปแทนที่ด้วยความเยือกเย็น นางหันไปสบตากับหานหยางที่ยืนคุมเชิงรักษาความปลอดภัยอยู่หน้าร้านพอดี สามีหนุ่มพยักหน้ารับรู้ทันทีโดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดใดๆ เกมรุกของฝ่ายตรงข้ามกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว... และเธอก็เตรียม 'บทเรียนราคาแพง' ไว้ต้อนรับพวกมันสะท้อนกลับไปชนิดที่เรียกว่าไม่มีวันลืม ในจังหวะที่ลูกค้ารายสุดท้ายกำลังเดินออกจากร้านพร้อมรอยยิ้มอิ่มเอม ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังขึ้นพร้อมกับการพังประตูไม้เข้ามาอย่างอุกอาจ ร่างของชายฉกรรจ์หัวโล้นคนหนึ่งพุ่งเข้ามากลางร้าน พร้อมกับคว้าชามซุปเดือดๆ บนโต๊ะปัดตกลงพื้นแตกกระจายเสียงดังสนั่น! "เฮ้ย! ร้านอาหารเฮงซวยนี่ขายของมีพิษรึไงวะ! เมียฉันกินเข้าไปแล้วอาเจียนไม่หยุด พวกแกต้องรับผิดชอบ!" ชายหัวโล้นตบโต๊ะคำรามลั่นร้าน สร้างความตกใจให้กับลูกค้าที่เหลืออยู่จนกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว ฟางเซียนไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นางค่อยๆ วางทัพพีในมือลงอย่างใจเย็น เดินน่องนิ่งเข้าไปเผชิญหน้ากับอันธพาลร่างยักษ์ด้วยรอยยิ้มสุภาพ ทว่าแววตาคมกริบราวกับใบมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกเมื่อ นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวานชัดเจน "มีพิษอย่างนั้นหรือครับ... แต่แปลกจังนะครับ คนอื่นเขากินกันจนหมดเกลี้ยงร้าน แถมยังชมว่าอร่อยติดใจ แต่ทำไมภรรยาของคุณถึงเพิ่งมากินแค่คำเดียวแล้วอาการออกทันทีทันใด ราวกับว่า... 'ซ้อมบท' มาเป็นอย่างดีแล้วเสียมากกว่า?" ชายหัวโล้นหน้าถอดสี ชะงักไปชั่วครู่เมื่อเจอคำถามย้อนกลับที่จี้ใจดำ หมัดใหญ่ถูกกำแน่นด้วยความโกรธ และก่อนที่สถานการณ์จะปะทุเดือดไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าของรองเท้าคอมแบตจำนวนมากก็ดังกระหน่ำก้องไปทั่วตรอกซอกซอย พร้อมกับเงาร่างของนายทหารในเครื่องแบบเต็มยศนับสิบชีวิตที่ก้าวเข้ามาปิดล้อมทางออกทุกด้านอย่างแน่นหนา! หานหยางก้าวออกมายืนขนาbข้างภรรยา มือหนาปลดกระดุมข้อมือออกช้าๆ สายตาดุดันราวกับพญาอินทรีจ้องมองพวกอันธพาลนิ่ง ก่อนที่เขาจะเอ่ยประโยคเรียบๆ ที่ทำให้คนฟังต้องหัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม "บังอาจมาก... ที่กล้ามาหาเรื่องในเขตรับผิดชอบของกรมทหาร แถมยังมารังแกภรรยาของฉันถึงถิ่น..." ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับกลยุทธ์และการทำอาหารของฟางเซียนในยุค 70 นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนอดีตไปรวยด้วยหุ้นในยุค 70: เมียทหารสายเปย์กับมิติฟาร์มพันล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%