"ถ้าแกกล้าเอาของชิ้นนี้ออกมาขายในตลาดมืดจริงๆ ฉันยอมเอาหัวกุดลงจากบ่าเลยหลินฟาง!"
เสียงกระซิบแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยความริษยาของชายร่างผอมเกร็งสวมหมวกแก๊ปดึงต่ำดังขึ้น ท่ามกลางความมืดสลัวของตรอกซอกซอยด้านหลังสถานีรถไฟเก่าในเมืองหลวง มลพิษจากถ่านหินและกลิ่นอับชื้นของคูน้ำเน่าลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศหนาวเย็นยามวิกาล ทว่าสิ่งที่เตะจมูกพ่อค้าคนกลางนาม 'เฉียนกุ้ย' กลับไม่ใช่กลิ่นเหม็นเน่าเหล่านั้น หากแต่เป็นกลิ่นหอมกรุ่นของแป้งสาลีชั้นดีผสมผสานกับความมันเยิ้มของน้ำมันหมูและกลิ่นหอมของต้นหอมคั่วที่เล็ดลอดออกมาจากห่อผ้ากระสอบเก่าๆ
หลินฟางไม่ตอบคำถาม เธอเพียงแต่ยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยสุกใสภายใต้แสงไฟตะเกียงน้ำมันสลัวฉายแววเยือกเย็นและเฉียบคมราวกับเซียนหุ้นผู้กำลังกุมไพ่เหนือกว่าในตลาดหุ้น วินาทีนี้ไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่ในใจหญิงสาวผู้เคยถูกเหยียบย่ำในชาติก่อน มีเพียงความตื่นเต้นเร้าใจของการลงทุนครั้งแรกในยุค 80 ที่เดิมพันด้วยอนาคตทั้งหมดของเธอและสามี
มือเรียวบางที่ผ่านการทำงานหนักแต่ยังคงนุ่มนวลค่อยๆ เปิดห่อผ้าใบใหญ่ออกช้าๆ
ภายใต้แสงไฟสลัว เผยให้เห็น 'ซาลาเปาไส้หมูสับเห็ดหอม' ลูกโตขาวอวบอ้วนเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ เนื้อแป้งเนียนนุ่มขึ้นฟูพอดีจากการหมักด้วยยีสต์ลับในมิติลับ และที่สำคัญคือไส้ด้านในที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อหมูติดมันชั้นดีที่หาไม่ได้ง่ายๆ ในยุคข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ ทุกชิ้นยังคงไอความร้อนระอุราวเพิ่งยกขึ้นจากลังถึงสดๆ ร้อนๆ เพราะถูกเก็บรักษาไว้ในช่องสุญญากาศอุณหภูมิคงที่ของมิติลับ
เฉียนกุ้ยกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เสียงเอื๊อกดังชัดเจนในความเงียบ ดวงตาเรียวเล็กเบิกกว้างจนแทบถลونออกจากเบ้า เขาทำอาชีพค้าขายในตลาดมืดมาหลายปี เห็นของดีของหายากมาก็เยอะ แต่ไม่เคยเห็นซาลาเปาที่หน้าตาน่ากินและส่งกลิ่นยั่วน้ำลายได้รุนแรงขนาดนี้มาก่อนเลยแม้แต่ครั้งเดียว
"นี่... นี่เธอไปเอาแป้งขาวและเนื้อหมูชั้นดีแบบนี้มาจากไหนวะหลินฟาง? ช่วงนี้ทางการตรวจสอบเข้มงวดจะตาย พ่อค้าในตลาดถูกจับส่งค่ายกักกันไปหลายรายแล้วนะ!" เฉียนกุ้ยกระซิบเสียงสั่นด้วยความหวาดระแวง แม้ความโลภจะพุ่งสูงจนทะลเพดาน แต่ความกลัวตายก็ยังมีอยู่เต็มอก
"เรื่องของฉันมาจากไหนไม่ใช่ประเด็นสำคัญ สำคัญอยู่ที่ว่า... นายกล้าเดิมพันกับฉันไหมล่ะ เฉียนกุ้ย" หลินฟางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่น่าเกรงขาม ทว่าแฝงไว้ด้วยพลังอำนาจประหลาดที่ทำให้พ่อค้าเขี้ยวลากดินอย่างเขาต้องยอมจำนน "ซาลาเปานี่สิบคู่ ห่อละสองลูก ฉันขายให้นายราคาส่งลูกละสิงเหมา นายเอาไปปล่อยต่อลูกละแปดเฟินถึงหนึ่งเหมา นายจะได้กำไรเหนาะๆ เกือบเท่าตัวโดยไม่ต้องลงทุนลงแรงอะไรเลย"
เฉียนกุ้ยคำนวณตัวเลขในหัวอย่างรวดเร็ว ดวงตาเป็นประกายวาววับด้วยความโลภ สินค้าชิ้นนี้ไม่มีทางค้างสต็อกแน่นอนในยุคที่คนงานโรงงานต่างโหยหาอาหารดีๆ เพื่อประทังชีวิต และที่สำคัญ รสชาติของมันจะต้องมัดใจลูกค้ากระเป๋าหนักได้อย่างแน่นอน
"ตกลง! ฉันเอาทั้งหมดนี่!" เฉียนกุ้ยรีบควักกระเป๋าเงินผ้าดิบออกมา นับธนบัตรยับยู่ยี่ส่งให้หลินฟางด้วยมือสั่นเทา "แต่บอกไว้ก่อนนะ ถ้าของพวกนี้ขายไม่ออกหรือมีปัญหา ฉันไม่รับคืนนะเว้ย"
"ไม่ต้องห่วง ของฉันคุณภาพระดับพรีเมียม ขายหมดเกลี้ยงก่อนตีสามแน่นอน" หลินฟางรับธนบัตรปึกนั้นมาตรวจนับอย่างรวดเร็วด้วยความคุ้นเคย แล้วเก็บเข้ากระเป๋าเสื้อโค้ทอย่างมิดชิด รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้า นี่คือกำไรก้อนแรก เงินก้อนโตที่จะพลิกชีวิตเธอให้หลุดพ้นจากเงื้อมมือของป้าสะใภ้ใหญ่เฉินและครอบครัวจอมสูบเลือดสูบเนื้อได้อย่างเด็ดขาด
ในขณะที่หลินฟางกำลังจะหันหลังเดินกลับเข้าสู่เงื้อมเงาของความมืดเพื่อกลับบ้าน ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเป็นจังหวะของรองเท้าคอมแบททหารก็ดังสะท้อนก้องขึ้นที่ปากตรอก
*ปัง! ปัง! ปัง!*
"ตรวจค้นตลาดมืด! ทุกคนอยู่ในความสงบ ห้ามขยับ!"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีดังขึ้น ทะลุทะลวงความมืดมิดเข้ามา สายตาคมกริบดั่งพญาอินทรีของร้อยเอกจางเหว่ย กวาดมองไปทั่วบริเวณตรอกซอกซอยด้วยความเฉียบขาด ท่ามกลางนายทหารหน่วยลาดตระเวนในชุดเครื่องแบบเต็มยศที่กรูเข้ามาปิดล้อมเส้นทางหนีทีไล่ทั้งหมดไว้หมดสิ้นแล้ว
ดวงตาของจางเหว่ยหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างเพรียวบางของภรรยาตนเองที่ยืนถือห่อผ้าเปล่าอยู่ใกล้กับพ่อค้าตลาดมืด ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งขรึมลงทันที แววตาที่ปกติเย็นชาต่อคนทั้งโลกบัดนี้ฉายประกายความตกใจระคนเป็นห่วงอย่างปิดไม่มิด
หลินฟางเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ เธอไม่คาดคิดเลยว่าสามีผู้เคร่งครัดในระเบียบวินัยและเกลียดการทำผิดกฎหมายเข้าไส้ จะนำกำลังมาตรวจค้นตลาดมืดในคืนนี้ และแจ็กพอตก็ดันมาตกที่เธอกลางวงล้อมพอดีเป๊ะ!
จางเหว่ยก้าวเท้าเดินตรงเข้ามาหาเธอทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคง แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่แผ่ซ่านจนคนรอบข้างแทบไม่กล้าหายใจ ทหารหนุ่มหยุดยืนตรงหน้าภรรยาสาว ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอเป็นเชิงคาดคั้น
"หลินฟาง... เธอมาทำอะไรที่อันตรายแบบนี้ตอนดึกๆ ดื่นๆ คนเดียว?" จางเหว่ยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟัน แฝงความดุดันและหึงหวงระคนกันจนน่ากลัว มือหนาเอื้อมออกไปคว้าข้อแขนเรียวบางของเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหายวับไปกับตา
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกไปกับการก้าวเข้าสู่ตลาดมืดของหลินฟางในตอนนี้นะครับ
เจ้ายุค 80 กับแผนล้างแค้นฉบับเศรษฐีนี•ตอนที่ 6
ตบเท้าเข้าสู่ตลาดมืด
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้ายุค 80 กับแผนล้างแค้นฉบับเศรษฐีนี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!