“เธอคิดว่าการหนีไปให้พ้นจากสายตาคนในโรงเรียน คือวิธีเดียวที่จะรักษาความภูมิใจของตัวเองไว้ได้หรือไง?”
เสียงทุ้มต่ำของคณินดึงสติพราวกลับมา มือของเขายังคงค้างอยู่กลางอากาศ—นิ้วเรียวยาวที่ดูสะอาดสะอ้านตัดกับผิวสีแทนของฉันที่กำสายกระเป๋าเป้ใบโตจนข้อนิ้วขาวซีด รอบตัวเรายังคงมีเสียงซุบซิบของนักเรียนที่เดินผ่านไปมา บ้างก็หยุดชะงัก บ้างก็แอบหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปด้วยความสนใจใคร่รู้ แต่ในวินาทีนี้ โลกของฉันเหลือเพียงแค่ดวงตาคมกริบของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า
มินตราที่ยืนอยู่ข้างหลังเขากระแทกส้นสูงลงกับพื้นอย่างจงใจ เสียง ‘กึก’ นั้นบาดลึกเข้าไปในความรู้สึก “คณิน... อย่าเสียเวลาเลยค่ะ คนอย่างยัยนี่ ต่อให้รั้งไว้ก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอก”
ฉันกลืนก้อนแข็งๆ ลงคอ พยายามรวบรวมความกล้าที่จะสบตาเขา แทนที่จะก้มหน้างุดเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
“ฉันไม่ได้หนี” ฉันตอบ เสียงสั่นแต่หนักแน่นพอที่คนทั้งสามจะได้ยิน “แค่ยังไม่พร้อมจะให้ใครมาตัดสินว่าฉันควรเป็นอะไรในพื้นที่นี้”
คณินเลิกคิ้วข้างหนึ่ง มุมปากของเขากระตุกยิ้มที่อ่านไม่ออก “งั้นถ้าฉันบอกว่า นี่ไม่ใช่การตัดสิน แต่เป็นการ ‘เปิดโอกาส’ ล่ะ? ไปกับฉัน... เดี๋ยวนี้”
เขาไม่รอให้ฉันตอบ แต่หันหลังเดินนำออกไปท่ามกลางสายตาที่จับจ้องเหมือนไฟสปอร์ตไลท์ ฉันมองแผ่นหลังกว้างของคนที่เป็นดั่งยอดเขาสูงชันที่ฉันไม่เคยกล้าแม้แต่จะเงยหน้ามอง ก่อนจะตัดสินใจ—ไม่ใช่เพราะเขาเป็นคณินที่ใครๆ ก็กรีดร้องอยากได้ แต่เพราะบางอย่างในตัวเขามันจุดประกายความอยากรู้ในใจที่ตายด้านมานานของฉัน ว่าถ้าลอง ‘ก้าว’ ออกไปจริงๆ ชีวิตมันจะเป็นอย่างไร
ระหว่างทางเดินที่ทอดยาวไปยังอาคารเรียนฝั่งทิศใต้ หัวใจของฉันเต้นรัวจนแทบหลุดออกมาข้างนอก มันไม่ใช่ความรัก... แต่มันคือความกลัวที่ปนเปไปกับความตื่นเต้นเหมือนคนที่กำลังจะกระโดดบันจี้จัมพ์โดยไม่รู้ว่าเชือกจะขาดไหม
“หยุดสั่นเถอะ” เขาพูดขึ้นโดยไม่หันมามอง “ถ้าเธอเดินแบบคนไม่มีจุดหมาย ต่อให้ใส่ชุดแบรนด์เนมคนก็มองว่าเธอเป็นแค่คนหลงทาง”
“นายต้องการอะไรกันแน่ คณิน?” ฉันตัดสินใจถามขณะที่เท้าก้าวตามเขาไม่ห่าง “ทำไมต้องเป็นฉัน? นายก็น่าจะเห็น... ฉันไม่ใช่เป้าหมายที่ดูดีในประวัติชีวิตของนายหรอกนะ”
คณินหยุดเดินกะทันหันจนฉันเกือบชนแผ่นหลังเขา เขาหมุนตัวกลับมา สายตานิ่งสนิทคู่นั้นกวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้าของฉัน... ไม่ใช่สายตาเหยียดหยามเหมือนมินตรา แต่มันเป็นสายตาของ ‘ช่างภาพ’ ที่กำลังวิเคราะห์มุมแสงที่จะทำให้ภาพออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด
“เพราะเธอคือ ‘ตัวแปร’ ที่ไม่มีใครคาดคิดไง” เขาขยับเข้ามาใกล้จนฉันได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ แนวสะอาดสดชื่น “ในโรงเรียนที่มีแต่หน้ากากจอมปลอม เธอคือคนเดียวที่ความอึดอัดบนใบหน้ามันตะโกนบอกความจริงออกมาหมด ถ้าฉันเปลี่ยน ‘ตัวแปร’ นี้ได้... ฉันก็จะชนะเกมที่มินตราคุมกติกามาตลอด”
คำพูดนั้นทำให้ฉันชะงัก นี่หรือคือเหตุผล? ฉันเป็นแค่หมากในเกมการเมืองของพวกคนมีอิทธิพลในโรงเรียนงั้นเหรอ?
“ฉันไม่ใช่ของเล่นของนายนะ” ฉันเชิดหน้าขึ้น ความมั่นใจที่หลบซ่อนอยู่ลึกๆ เริ่มก่อตัวเป็นเกราะกำบัง “ถ้าจะให้ฉันทำอะไรสักอย่างเพื่อนาย ฉันต้องได้อะไรที่คุ้มค่ากับความเจ็บปวดที่ฉันต้องเจอจากสายตาคนพวกนั้น”
คณินหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมา “ฉลาดดีนี่... งั้นข้อเสนอคือ แบบนี้... หนึ่งเดือน พราว เธอต้องเปลี่ยนวิธีเดิน วิธีมอง และวิธีตอบโต้คนพวกนั้น โดยมีฉันเป็นคนไกด์ และถ้าเธอทำสำเร็จ... ฉันจะทำให้มินตราต้องขอโทษเธอต่อหน้าคนทั้งโรงเรียนในงานเต้นรำปลายภาค”
ข้อเสนอนั้นดังก้องอยู่ในหัว การแก้แค้นไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องการ แต่การกู้คืนศักดิ์ศรีที่โดนเหยียบย่ำมาตลอดสามปีคือสิ่งที่ฉันถวิลหาที่สุด
“ตกลง” ฉันพูดออกไปก่อนที่สมองจะทันได้ไตร่ตรองผลกระทบที่จะตามมา
คณินยิ้มกว้างขึ้น เป็นรอยยิ้มที่สว่างไสวจนน่าหมั่นไส้ แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เหมือนคำสาปที่ผูกมัดฉันไว้กับเส้นทางใหม่ที่ไม่มีวันย้อนกลับ
ทว่า ในจังหวะที่ฉันกำลังจะก้าวเดินตามเขาต่อไป เสียงที่คุ้นเคยและแฝงไปด้วยความอาฆาตก็ดังขึ้นจากด้านหลังอาคาร
“คิดว่าทำแบบนี้แล้วจะเปลี่ยนสถานะตัวเองได้จริงๆ เหรอ พราว?”
ฉันหันไปมอง เห็นมินตรายืนอยู่ตรงนั้น เธอไม่ได้มาคนเดียว แต่ข้างๆ เธอคือ ‘พี่ธีร์’ สภานักเรียนรุ่นพี่ที่ฉันเคยแอบชอบมาตลอดสามปี เขากำลังมองฉันด้วยสายตาที่เย็นชาและผิดหวัง
“ฉันเตือนเธอไว้ก่อนนะ พราว...” มินตราเดินเข้ามาใกล้จนฉันได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่อบอวลจนน่าเวียนหัว เธอโน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างหู “อย่าหวังว่าคนอย่างเธอจะแตะต้องสิ่งที่ฉันครอบครองได้ แม้แต่เศษเสี้ยวของคณิน... เธอก็ไม่มีสิทธิ์”
ก่อนที่ฉันจะได้โต้ตอบ สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น มือถือของมินตราสั่นรัวบนหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมา ภาพในนั้น... คือภาพลับที่ฉันไม่ควรเห็น และมันกำลังทำให้คนทั้งโรงเรียนเริ่มหันหน้ามามองทางเราด้วยความตื่นตระหนก!
คณินหน้าเปลี่ยนสีทันที เขาคว้าข้อมือฉันแล้วดึงให้ถอยออกมา “พราว อย่าดูมัน... รีบไป!”
แต่สายไปแล้ว เสียงกรีดร้องของนักเรียนหญิงคนหนึ่งดังขึ้นเมื่อเห็นสิ่งที่ปรากฏบนจอโปรเจกเตอร์ยักษ์กลางสนามโรงเรียน... ความลับที่ถูกแฉไม่ใช่ของฉัน แต่เป็นของคนที่กำลังยืนอยู่ข้างๆ ฉันตอนนี้!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับการก้าวข้ามขีดจำกัดของพราวในตอนนี้นะคะ รี้ดทุกคน—พีชชี่เบอร์รี่
สลับร่างมาสวยพลิกชีวิตรักยัยเฉิ่ม•ตอนที่ 9
ก้าวแรกนอกคอมฟอร์ทโซน
ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลับร่างมาสวยพลิกชีวิตรักยัยเฉิ่ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!