“เก็บเศษเหล็กนั่นขึ้นมา แล้วมองตาฉัน... มองให้เห็นว่าเธอในกระจกน่ะ มันไม่ใช่ยัยเฉิ่มที่ทุกคนสมควรหยามเหยียด”
น้ำเสียงของรีน่าเฉียบขาด แฝงไปด้วยอำนาจที่ทำให้พราวแทบหยุดหายใจ พราวก้มลงเก็บกรรไกรที่ตกอยู่บนพื้น แผ่นหลังกว้างของเธอสั่นเทาเล็กน้อย ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีต่อทรงผมหน้าม้าเต่อที่เพิ่งถูกบั่นทิ้งไปครึ่งหนึ่งกำลังตีรวนอยู่ในอก แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ เงาสะท้อนที่เห็นกลับทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ
ดวงตาที่เคยหรี่ลงหลบหลังกรอบแว่นหนาเตอะบัดนี้เบิกกว้างขึ้น แว่นตาอันเก่าถูกถอดวางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้ง ทิ้งไว้เพียงร่องรอยจางๆ สองข้างสันจมูกที่คอยย้ำเตือนถึงความขี้ขลาดที่เธอสะสมมาตลอดสิบเจ็ดปี
“หลับตา... สูดหายใจเข้าลึกๆ” รีน่าขยับเข้ามาใกล้ มือเรียวบางของเธอถือตลับคอนแทคเลนส์ไว้ราวกับกำลังถือสมบัติล้ำค่า “เลิกทำตัวเป็นเหยื่อสักที พราว ถ้าเธอไม่เริ่มจากการเปิดใจมองโลกด้วยดวงตาคู่จริงของเธอเอง ต่อให้ฉันเปลี่ยนเธอให้เป็นนางฟ้า ต่อให้เธอสวมชุดราตรีที่แพงที่สุดในโลก เธอก็จะยังเป็นแค่ยัยเฉิ่มที่พยายามใส่หน้ากากอยู่ดี”
พราวหลับตาลงแน่น มือที่วางบนตักจิกเกร็งจนเล็บจมลงในเนื้อผ้า เธอไม่ได้กลัวการเปลี่ยนลุค... เธอแค่กลัวการที่ 'พราวคนใหม่' จะไม่เป็นที่ยอมรับ หรือที่แย่กว่านั้น คือกลัวว่าตัวเธอเองจะเผลอรักผู้หญิงในกระจกคนนั้นมากเกินไปจนไม่อยากกลับไปเป็นคนเดิม
สัมผัสเย็นเฉียบแตะลงที่เปลือกตา พราวสะดุ้งเฮือก รีน่าหัวเราะหึในลำคอ “นิ่งๆ สิยะ เดี๋ยวเลนส์ก็ฉีกหรอก... คนสวยต้องมีความอดทนนะ จำไว้”
ผ่านไปครู่ใหญ่ พราวจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่สัมผัสได้ไม่ใช่ความเจ็บปวด แต่เป็น ‘ความชัดเจน’ โลกที่เคยพร่ามัวหลังเลนส์หนาดูคมชัดจนน่าใจหาย รายละเอียดของฝุ่นละอองที่ลอยอยู่ในอากาศ ความชัดเจนของเส้นเลือดบนฝ่ามือ และที่สำคัญที่สุด... ดวงตาของเธอเองในกระจก
ไม่ใช่ดวงตาที่เหนื่อยล้าและหม่นหมองอีกต่อไป แต่มันคือดวงตาคู่สวยที่มีประกายความดื้อรั้นซ่อนอยู่
“ทรงผม...” รีน่าไม่ปล่อยให้พราวได้ดื่มด่ำกับความตกตะลึงนานนัก เธอคว้าไดร์เป่าผมและหวีแปรงขึ้นมา จัดการตวัดนิ้วมืออย่างรวดเร็ว ผมหน้าม้าที่เคยดูเต่อและตลกขบขันถูกจัดทรงปัดข้างอย่างมีสไตล์ ความยาวที่เหลืออยู่ถูกม้วนเป็นลอนคลื่นธรรมชาติให้ดูมีวอลลุ่ม รับกับโครงหน้าของพราวที่เริ่มจะเปิดเผยความชัดเจนของสันกราม
“ลืมตาดูสิ” รีน่าถอยฉากออกไปทิ้งห่าง
พราวลืมตาขึ้นอีกครั้ง เธอแทบหยุดหายใจ คนในกระจกคือเด็กสาวที่มีผิวพรรณสดใสขึ้นทันตาเมื่อไม่ต้องหลบซ่อนหลังกรอบแว่นหนา คิ้วที่เคยรกเรื้อถูกกันจนได้รูปรับกับดวงตาที่ดูมีชีวิตชีวา ทรงผมที่ดูตั้งใจทำให้เธอดูเป็นคนมั่นใจขึ้นมาหลายเท่าตัว แม้หุ่นของเธอยังอวบอิ่ม แต่ท่วงท่าการยืนกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
“นี่... ฉันเหรอ?” พราวพึมพำ เสียงของเธอสั่นพร่า
“ใช่ เธอนั่นแหละ แค่ไม่ใช่คนเดิมที่อนุญาตให้ใครต่อใครมาเหยียบย่ำอีกต่อไป” รีน่าขยับเข้าไปกระซิบข้างหู “ไปข้างนอกนั่น แล้วทำให้ทุกคนรู้ว่า... ภายใต้ความเฉิ่มที่เคยเห็น มันมีอะไรที่ซ่อนอยู่”
พราวกำลังจะก้าวเท้าออกจากห้องซ้อมลับด้วยหัวใจที่เต้นรัว แต่จังหวะที่มือสัมผัสลูกบิดประตู เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากฝั่งตรงข้ามทางเดิน พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่คุ้นหูจนพราวใจกระตุก
“นึกว่าจะซ่อนตัวอยู่ในนั้นได้ตลอดไปหรือไง ยัยขี้แพ้?”
มินตราเดินนวยนาดเข้ามาใกล้ เธอหยุดชะงักเมื่อเห็นเงาของพราวที่สะท้อนผ่านกระจกเงาบานข้างหน้าต่าง ดวงตาของดาวโรงเรียนเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ แต่เพียงชั่วครู่ มันก็แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเหยียดหยาม
“เปลี่ยนแว่นใหม่แล้วคิดว่าจะเปลี่ยนสันดานได้งั้นเหรอพราว? อ้อ... แล้วนั่นอะไรน่ะ? คิดจะเลียนแบบคนอื่นจนลืมไปแล้วหรือไงว่าใครที่ไม่มีวันแต่งตัวให้ดูแพงได้ ต่อให้สวมแบรนด์เนมทั้งตัว ก็เป็นได้แค่... อีอ้วนที่พยายามกระเสือกกระสน”
พราวเม้มปากแน่น ความกลัวเริ่มถาโถมเข้ามา แต่ทว่า... คราวนี้เธอกลับไม่ได้ก้มหน้าหลบสายตาอย่างที่เคยทำ เธอกลับสบตาคู่สวยของมินตราอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่มีกรอบแว่นมาเป็นกำแพงกั้นอีกต่อไป
ทว่า ในขณะที่พราวเตรียมจะโต้กลับด้วยความกล้าที่เพิ่งก่อตัวขึ้น ประตูห้องเก็บของข้างๆ กลับถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง คณินก้าวออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยประกายไฟในแววตา เขาหยุดยืนกั้นกลางระหว่างพราวกับมินตรา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ทำให้คนทั้งโถงทางเดินต้องหยุดหายใจ
“มินตรา... ถ้าการที่เธอต้องลดตัวลงมาด่าทอคนอื่นแบบนี้ เพื่อให้ตัวเองรู้สึกว่า ‘เหนือกว่า’ มันทำให้เธอรู้สึกสวยขึ้นนักล่ะก็...” คณินหันกลับมาสบตาพราวเป็นครั้งแรกด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป “...ฉันว่าเธอกำลังเข้าใจอะไรผิดมหันต์เลยล่ะ”
เขาส่งยิ้มบางๆ ให้พราว ก่อนจะยื่นมือมาตรงหน้าท่ามกลางความอึ้งตะลึงของมินตราและพราว “ไปกับฉันหน่อยได้ไหม? มีเรื่องสำคัญกว่าต้องคุยกัน”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้พีชชี่เบอร์รี่เสมอมาค่ะ!
สลับร่างมาสวยพลิกชีวิตรักยัยเฉิ่ม•ตอนที่ 8
ถอดแว่นเปลี่ยนลุค
ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลับร่างมาสวยพลิกชีวิตรักยัยเฉิ่ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!