"ความลับอะไรที่มินตรามันพูดถึง?" คณินถามเสียงต่ำ น้ำเสียงจริงจังจนพราวต้องชะงัก "พราว... เธอกำลังปิดบังอะไรฉันอยู่หรือเปล่า?"
ปลายนิ้วเรียวยาวของคณินแตะเบา ๆ ที่กรอบประตูไม้เก่า ๆ ของห้องสมุด กั้นระหว่างเธอกับโลกภายนอกที่กำลังจับจ้อง ดวงตาคมกริบของเขาไม่ได้มีความสงสัยแบบเผือกเรื่องชาวบ้าน แต่มันคือความห่วงใยที่เจือด้วยความคาดหวัง—และความคาดหวังนี่แหละที่ทำให้พราวหายใจไม่ออก
มินตราทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้เมื่อสิบนาทีที่แล้ว ด้วยประโยคเย้ยหยันหน้าห้องโถงว่า *‘ระวังเถอะ คณินเขาก็แค่สงสารยายตัวตลกที่พยายามจะปีนป่าย’* คำพูดนั้นบาดลึกเข้าไปในรอยแผลเก่าที่พยายามกลบฝังมาตลอดชีวิต รอยแผลของการเป็นเด็กผู้หญิงอ้วนกลมที่ถูกล้อเลียนในห้องเรียนเสมอมา
"ฉัน... ฉันไม่ได้ปิดบังอะไรค่ะ" พราวเค้นเสียงลอดไรฟัน ก้มมองรองเท้าผ้าใบเก่า ๆ ที่เลอะคราบดิน เธอไม่อยากสบตาเขา กลัวว่าประกายความผิดหวังในดวงตาคู่นั้นจะทำให้เธอพังทลายลงตรงนี้
"โกหก" คณินก้าวเข้ามาในห้องสมุด กลิ่นโคโลญจ์จาง ๆ ผสมกับกลิ่นกระดาษเก่าลอยแตะจมูก "ตาของเธอฟ้องว่ากำลังกลัว และที่แย่กว่านั้น... เธอกำลังดูถูกตัวเองอยู่ พราว"
น้ำคำนั้นไม่ได้เชือดเฉือน แต่มันคมกริบเสียจนพราวต้องเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างไม่เชื่อสายตา นี่น่ะเหรอ... คณิน หนุ่มฮอตผู้เย่อหยิ่งที่ใคร ๆ ก็เกรงกลัว? ทำไมเขาถึงมองทะลุเปลือกนอกที่เธอใช้กำบังมาตลอดได้ลึกซึ้งขนาดนี้?
"ฉันไม่ได้ดูถูกตัวเอง... ฉันแค่รู้ว่าตัวเองยืนอยู่ตรงไหน!" พราวเผลอขึ้นเสียงอย่างลืมตัว หัวใจเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความอัดอั้นตันใจระเบิดออกมาเป็นหยาดน้ำใส ๆ ที่คลอหน่วยในดวงตา "ฉันไม่ใช่ดาวโรงเรียน ไม่ใช่คนที่ใครจะหันมามองเว้นแต่จะเอาไว้เป็นตัวตลก! ถ้าคุณไม่อยากเดือดร้อนเพราะฉัน ก็ถอยไปเถอะค่ะ!"
เธอหมุนตัวเตรียมวิ่งหนีไปให้พ้นจากสายตาคู่นั้น แต่เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังก็ดังขึ้นตัดผ่านความเงียบของกองหนังสือ
"ถ้าเธอคิดว่าตัวเองเป็นแค่ตัวตลก เธอก็จะเป็นแค่ตัวตลกไปตลอดชีวิตนั่นแหละ... อยากเปลี่ยนมันไหมล่ะ?"
พราวชะงักเท้า หันกลับไปมองเขา
"ฉันมีคน ๆ หนึ่งอยากให้เธอรู้จัก" คณินยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนเคย แต่เต็มไปด้วยความมั่นใจที่ชวนให้คนฟังรู้สึกฮึกเหิมอย่างประหลาด "ตามฉันมา"
สิบนาทีต่อมา รถจักรยานยนต์คันหรูของคณินพาพราวมาหยุดอยู่ที่สตูดิโอออกแบบแฟชั่นและปรับบุคลิกภาพย่านใจกลางเมือง สถานที่ที่เต็มไปด้วยกระจกเงาบานใหญ่ แสงไฟสีนวลตา และกลิ่นหอมของอโรมาเธอราพีที่ช่วยให้ประสาทสัมผัสที่ตึงเครียดค่อย ๆ ผ่อนคลายลง
"รอนานไหม คณิน?"
เสียงทุ้มทรงพลังแต่เปี่ยมด้วยความเฉี่ยวชนดังขึ้นจากมุมห้อง หญิงสาวร่างสูงโปร่งในชุดสูทกางเกงสีขาวสะอาดตาเดินนึงน่องเข้ามาหา เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบตึงเผยให้เห็นโครงหน้าคมชัดและดวงตาที่เฉียบคมราวกับพญาเหยี่ยว แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือออร่าความมั่นใจที่แผ่ซ่านออกมาจากทุกย่างก้าวของเธอ
"ไม่นานครับพี่รีน่า พอดีแวะเก็บ 'วัตถุดิบ' มาช้าหน่อย" คณินพยักพายมาทางพราวที่ยืนตัวลีบอยู่ข้างประตู
รีน่ากวาดสายตาสำรวจพราวตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเร็วและแม่นยำราวกับเครื่องสแกน สายตานั้นไม่มีความดูถูกเหยียดหยาม แต่มันคือสายตาของมืออาชีพที่กำลังประเมิน "พื้นที่" สำหรับงานศิลปะชิ้นเอก
"อืม..." รีน่าส่งเสียงในลำคอ เดินวนรอบตัวพราวหนึ่งรอบจนเด็กสาวแทบไม่กล้าหายใจ "เสื้อผ้าโอเวอร์ไซส์อำพรางรูปร่าง ไหล่ห่อเพราะขาดความมั่นใจ ดวงตาสวยนะ แต่ซ่อนอยู่หลังกรอบแว่นหนาเตอะ ทรงผมแบบนี้... ตั้งใจทำลายตัวเองชัด ๆ"
พราวหน้าชาผ่าว ร้อนผ่าวไปถึงใบหู คำวิจารณ์ตรงไปตรงมาจนจุกอก แต่ก่อนที่เธอจะทันได้อ้าปากเถียง รีน่าก็ยกมือขึ้นห้ามด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก
"แต่บอกไว้ก่อนนะ พี่ไม่ได้พูดเพื่อให้เธอนั่งร้องไห้ พี่พูดในฐานะ Image Consultant ที่จะเปลี่ยนยัยเฉิ่มคนนี้ ให้กลายเป็นคนที่แม้แต่มินตราก็ต้องเหลียวหลังมองด้วยความอิจฉา"
"คะ... คณินพาฉันมาทำอะไรที่นี่คะ?" พราวหันไปมองหน้าพระเอกหนุ่มด้วยความตื่นตระหนก "ฉันไม่ได้อยากสวยเพื่อใคร ฉัน..."
"เธอไม่ได้ทำเพื่อใคร พราว" คณินเดินเข้ามาใกล้ วางมืออุ่น ๆ ลงบนไหล่ทั้งสองข้างของเธอ บังคับให้เธอยืนตรง บังคับให้เธอมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกบานยักษ์เบื้องหน้า "เธอทำเพื่อตัวเธอเอง เพื่อให้รู้ว่าผู้หญิงที่ชื่อพรีพราวคนนี้ มีศักยภาพที่จะเปล่งประกายได้มากแค่ไหนต่างหาก"
ในกระจก... ภาพที่สะท้อนออกมาคือเด็กสาวอ้วนกลม ไหล่ตก และดูไร้ตัวตน แต่เมื่อยืนเคียงข้างกับคณินและรีน่า ภาพนั้นกลับสะท้อนความจริงอีกด้านหนึ่งออกมา—ความจริงที่ว่า เธอยังไม่เคยพยายามรักตัวเองอย่างแท้จริงเลยสักครั้ง
"เอาล่ะ" รีน่าตบมือเสียงดัง เรียกสติของทั้งคู่กลับมา "ในเมื่อคณินลงทุนพาเธอมาถึงที่นี่ และพี่เองก็ว่าง... เรามาเริ่มโปรเจกต์ 'แปลงโฉม' กันเถอะ พราว จำไว้ว่ากฎข้อแรกของการเป็นคนใหม่ คือการบอกลาคนเก่าแบบไม่เหลือเยื่อใย"
รีน่าเดินไปหยิบกรรไกรตัดแต่งทรงผมมืออาชีพขึ้นมาจากโต๊ะทำงาน พร้อมกับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความท้าทาย
พราวมองกรรไกรในมือของรีน่าสลับกับใบหน้าของคณินที่พยักพายให้กำลังใจ หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความกลัวผสมผสานกับความตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน... นี่คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตที่เธอยังไม่รู้เลยว่ามันจะพาเธอไปพบกับอะไรบ้าง
ทว่า... ในวินาทีที่ปลายกรรไกรคมกริบกำลังจะแตะลงบนปอยผมยาวรุงรังที่เธอใช้บังใบหน้ามาตลอดหลายปี เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของคณินก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ
คณินหยิบขึ้นมาดูเพียงแวบเดียว สีหน้าของหนุ่มหล่อที่เคยนิ่งสงบและมั่นใจ กลับเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดทันที ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยราวกับเห็นผีสางในข้อความนั้น
"มีอะไรเหรอ คณิน?" รีน่าถามด้วยน้ำเสียงกังวล
คณินไม่ตอบ เขาลดโทรศัพท์ลงช้า ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับพราวด้วยแววตาที่สั่นไหวอย่างรุนแรง
"พราว..." เสียงของเขาแหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน "มินตรา... มินตราบอกว่าเธอรู้เรื่อง 'ข้อตกลง' ของเราแล้ว และถ้าเธอยังกล้าก้าวขาเข้าไปในสตูดิโอนี้ต่อ ภาพถ่ายลับในอดีตทั้งหมดของเธอ... จะถูกปล่อยประจานลงในเพจโรงเรียนภายในหนึ่งนาทีนี้!"
พร่าวนิ่งค้าง กรรไกรในมือของรีน่าร่วงหล่นกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น!
*(โปรดติดตามตอนต่อไปในตอนที่ 8)*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความกล้าหาญของพราวนะคะ - พีชชี่เบอร์รี่
สลับร่างมาสวยพลิกชีวิตรักยัยเฉิ่ม•ตอนที่ 7
พี่เลี้ยงลับเฉพาะ
ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลับร่างมาสวยพลิกชีวิตรักยัยเฉิ่ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!