สลับร่างมาสวยพลิกชีวิตรักยัยเฉิ่ม•ตอนที่ 45

การเผชิญหน้าครั้งใหญ่

ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
“คิดว่าสวมเปลือกใหม่ให้ดูดีแล้ว แกจะลบสันดานความเฉิ่มเชยข้างในออกไปได้เหรอ... พรีพราว!” เสียงตวาดแหลมสูงของมินตราดังกึกก้อง แตกกระจายไปทั่วโถงบันไดแก้วกลางอาคารเรียนรวม แรงปะทะของคำพูดรุนแรงพอจะทำให้กลุ่มนักเรียนนับสิบชีวิตที่กำลังเดินผ่านไปมาหยุดชะงัก ฝีเท้าทุกคู่หยุดนิ่งราวกับถูกตรึง บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบสงัดจนได้ยินกระทั่งเสียงลมหายใจที่สะดุดกึก กระดาษรายงานในมือของพราวสั่นไหวเล็กน้อย ปลายนิ้วของเธอเย็นเฉียบ วูบหนึ่งในอกซ้าย ความทรงจำสีหม่นผุดวาบขึ้นมาราวกับน้ำกรดที่ราดรดลงบนแผลสด... ภาพของเด็กสาวอ้วนกลมในชุดนักเรียนตัวโคร่งที่เคยถูกผลักล้มกลางโรงอาหาร ภาพสายตาเยาะเย้ยและเสียงหัวเราะขบขันที่เคยตราหน้าว่าเธอเป็นเพียง ‘ยัยเฉิ่มไร้ค่า’ ปมฝังใจเหล่านั้นพยายามจะดึงให้เธอก้มหน้าและถอยหนีเหมือนทุกครั้ง แต่พราวไม่ได้ก้มหน้าอีกต่อไป เด็กสาวสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด ดึงสติที่แตกซ่านกลับมารวมไว้ที่จุดกึ่งกลาง เธอยืดแผ่นหลังขึ้นตรง ปรับจังหวะการเต้นของหัวใจที่บีบรัดให้กลับมานิ่งสนิท ดวงตากลมโตคู่นั้นสบประสานกับนัยน์ตากร้าวคมของดาวโรงเรียนอย่างไม่ยอมหลบเลี่ยง “เปลือกนอกมันเปลี่ยนกันได้ด้วยความพยายามค่ะมินตรา” พราวเอ่ยตอบ น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ทว่าก้องกังวานและหนักแน่นพอที่จะสะกดทุกคนในบริเวณนั้น “แต่จิตใจที่ชอบดูถูกและเหยียบย่ำคนอื่น... ต่อให้ประโคมของแพงแค่ไหน ก็คงศัลยกรรมไม่ได้จริงไหมคะ?” เสียงซุบซิบเริ่มดังเซ็งแซ่ขึ้นรอบทิศ หลายคนเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อหู ว่าคนที่เคยหลบอยู่หลังเสาและไม่กล้าแม้แต่จะสบตาใคร จะกล้าตอบโต้ดาวโรงเรียนผู้ไร้พ่ายด้วยถ้อยคำที่เชือดเฉือนขนาดนี้ ใบหน้าสะสวยที่แต่งแต้มมาอย่างสมบูรณ์แบบของมินตราบิดเบี้ยวไปชั่วขณะ ริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงสดเหยียดยิ้มร้าย เธอก้าวประชิดเข้ามาอีกหนึ่งก้าว รองเท้าคัทชูส้นสูงส่งเสียงเคาะพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะกดดัน กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบราคาแพงฟุ้งกระจายจนชวนเวียนหัว “อย่ามาทำเป็นปากดีหน่อยเลย!” มินตรากดเสียงต่ำ แววตาเต็มไปด้วยเพลิงโทสะที่ถูกลูบคม “คิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าแกเล่นสกปรกอะไรไว้บ้าง แกขโมยความสนใจของทุกคนไป แกแย่งตำแหน่งตัวแทนการประกวดโครงงานของชมรม... แล้วยังกล้าสะเออะมายุ่งกับคณินอีก! แกคิดว่าคนอย่างคณินจะมองแกจากใจจริงงั้นเหรอ? แกมันก็แค่ตัวตลกที่พยายามอัปเกรดตัวเองเป็นหงส์ ทั้งที่เนื้อแท้ก็ยังเป็นแค่อีอ้วนขี้แพ้คนเดิมนั่นแหละ!” คำว่า ‘อีอ้วนขี้แพ้’ เหมือนคมมีดที่กรีดซ้ำลงบนรอยแผลเดิมในอดีต พราวสะอึกไปชั่วเสี้ยววินาที ความทรงจำแห่งความเจ็บปวดพยายามฉุดรั้งให้เธอยอมจำนน แต่วันนี้... วันที่เธอผ่านหยาดเหงื่อ ความอดทน และการต่อสู้นับครั้งไม่ถ้วนเพื่อสร้างตัวตนใหม่ เธอจะไม่ยอมให้อดีตมาตัดสินคุณค่าในปัจจุบันของเธออีกแล้ว พราวประสานสายตากับมินตรานิ่ง แววตาของเธอไม่มีความกลัวหลงเหลืออยู่ มีเพียงประกายแห่งความเด็ดเดี่ยวที่ส่องสว่าง “พราวไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นหงส์ค่ะ” เธอตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำ “และพราวก็ไม่เคยลืมว่าตัวเองเคยเป็นใคร พราวภูมิใจในเด็กอ้วนคนนั้นที่อดทนผ่านเรื่องแย่ ๆ มาได้จนถึงวันนี้... แต่สิ่งที่พราวไม่เข้าใจคือ คนที่บอกว่าตัวเองเพียบพร้อมและสมบูรณ์แบบอย่างมินตรา ทำไมถึงต้องรู้สึกหวาดระแวงและกลัวเด็กเฉิ่มคนนี้นักล่ะคะ? ถ้ามั่นใจว่าตัวเองเหนือกว่าจริง ๆ เธอจะมายืนกรี๊ดกราดใส่พราวตรงนี้ทำไม... ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเธอกำลัง ‘กลัว’ ว่าพราวจะดีกว่าเธอ” “แก...!” มินตราตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธจัด ฝ่ามือเรียวยกขึ้นหมายจะฟาดลงบนใบหน้าของพราวเพื่อดับความอหังการนั้น ทว่า ข้อมือของมินตรากลับถูกหยุดไว้กลางอากาศ! แรงบีบที่มั่นคงและทรงพลังทำให้มินตราต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ เสียงฮือฮาของฝูงชนดังขึ้นระงมเมื่อร่างสูงโปร่งของใครบางคนก้าวเข้ามายืนขวางระหว่างเด็กสาวทั้งสอง คณินนั่นเอง... ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบเฉยอยู่เป็นนิจ บัดนี้กลับเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นมองตรงไปยังมินตราด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง เขาปล่อยข้อมือของมินตราออกราวกับเพิ่งสัมผัสโดนสิ่งสกปรก ก่อนจะสะบัดมือเบา ๆ “หยุดทำตัวไร้ยางอายในที่สาธารณะได้แล้ว มินตรา” คณินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจที่ทำให้คนฟังถึงกับขนลุก “คณินคะ...” มินตราเปลี่ยนสีหน้าทันควัน แววตากร้าวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความตัดพ้อและน่าสงสารในชั่วพริบตา “คณินก็เห็นว่ามันพูดจาดูถูกมินตราก่อน! มันด่ามินตรานะคะ มินตราแค่จะสั่งสอนให้มันรู้ที่ต่ำที่สูง—” “คนที่ควรจะรู้ที่ต่ำที่สูง... คือเธอต่างหาก” คณินตัดบทอย่างไร้เยื่อใย ร่างสูงเบี่ยงตัวเล็กน้อยเพื่อยืนบังพราวไว้ด้านหลังอย่างปกป้อง สายตาของเขามองทะลุเปลือกนอกที่สวยหรูของมินตราจนถึงก้นบึ้ง “ฉันอยู่ตรงนี้และได้ยินทุกคำพูด เธอเอาเรื่องรูปร่าง หน้าตา และอดีตของคนอื่นมาเหยียบย่ำเพื่อยกตัวเองให้ดูสูงขึ้น นั่นไม่ได้ทำให้เธอดูน่ามองเลยสักนิด... มันยิ่งทำให้เธอดู ‘น่าสมเพช’ มากกว่าเดิม” คำพูดของคณินราวกับสายฟ้าที่ฟาดลงกลางใจของมินตรา ใบหน้าของเธอซีดเผือด ไร้สีเลือด ความอับอายแล่นริ้วจนหูอื้อ ดวงตาของเธอเอ่อล้นไปด้วยน้ำตาแห่งความแค้นเมื่อเห็นสายตาที่คณินใช้มองพราว—สายตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน ความห่วงใย และการให้เกียรติ ซึ่งเป็นสายตาที่เธอเฝ้าฝันอยากจะได้มาตลอด แต่ไม่เคยได้รับเลยแม้แต่เศษเสี้ยว “นายเข้าข้างมันเหรอคณิน?” มินตราเค้นเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง น้ำตาหยดแหมะลงบนแก้ม “นายคิดว่ายัยนี่มันจริงใจกับนายงั้นเหรอ? นายคิดว่ามันเปลี่ยนไปเพราะความพยายามของมันจริง ๆ ใช่ไหม!” มินตรากวาดสายตามองไปรอบ ๆ สบตากับเหล่านักเรียนที่กำลังมุงดู ก่อนจะตวัดสายตากลับมาจ้องพราวด้วยรอยยิ้มที่วิปริตและเต็มไปด้วยพิษสง มือของมินตราล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทนักเรียน แล้วกระชากซองเอกสารสีน้ำตาลปริศนาพร้อมกับแฟลชไดรฟ์สีเงินออกมาชูขึ้นสูงต่อหน้าทุกคน “ถ้านายคิดว่ายัยนี่ขาวสะอาดนักล่ะก็... ลองดูนี่หน่อยเป็นไงคณิน!” มินตราแสยะยิ้มกว้าง แววตาเปล่งประกายแห่งการทำลายล้าง “ความลับดำมืดเรื่องการ ‘สลับร่าง’ และเบื้องหลังที่แท้จริงว่าทำไมยัยเด็กอ้วนขี้แพ้ถึงกลายมาเป็นคนสวยในชั่วข้ามคืน... ทั้งหมดมันอยู่ในนี้! และที่สำคัญที่สุด... คนที่วางแผนบงการเรื่องอุบัติเหตุในวันนั้น ไม่ใช่ใครอื่นเลย!” ลมหายใจของพราวสะดุดหยุดนิ่ง เลือดในกายพลันเย็นเฉียบราวกับถูกแช่แข็ง ขณะที่สายตาของคณินเบิกกว้างขึ้นเป็นครั้งแรกด้วยความตกตะลึงอย่างถึงที่สุด! *** ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามและส่งกำลังใจให้พราวอย่างอบอุ่นนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนต่อไปค่ะ!
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลับร่างมาสวยพลิกชีวิตรักยัยเฉิ่ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%