“เธอไม่มีสิทธิ์ก้าวเข้ามายืนตรงนี้ มินตรา”
น้ำเสียงทุ้มต่ำของคณินไม่ได้ดังไปกว่าเสียงกระซิบ ทว่ามันกลับบาดลึกและเยียบเย็นจนบรรยากาศรอบข้างคล้ายจะจับตัวเป็นน้ำแข็งในพริบตาเดียว
พราวที่ยืนอยู่ข้างหลังเขาลอบกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก แผ่นหลังกว้างของคณินบดบังร่างของเธอไว้เกือบมิด แต่ถึงอย่างนั้น รังสีความเกลียดชังที่แผ่ออกมาจากร่างระหงตรงหน้าก็ยังรุนแรงพอจะทำให้ปลายนิ้วของเธอเริ่มสั่นเทา
มินตรายืนอยู่ตรงนั้น รอยยิ้มหวานหยดย้อยที่เคลือบไว้บนริมฝีปากสีเชอร์รี่ไม่ได้ส่งไปถึงดวงตาคู่สวยแม้แต่น้อย เธอกอดอก หลุบตามองพราวด้วยสายตาที่เปรียบเสมือนการสแกนขยะชิ้นหนึ่ง ก่อนจะปรายตากลับไปมองคณินด้วยท่าทีผ่อนคลายเกินจริง
“แหม คณินก็พูดเกินไป... โรงเรียนนี้มีที่ไหนบ้างคะที่มินตราไม่มีสิทธิ์เดิน? หรือว่า...” มินตราเอียงคอเล็กน้อย ปอยผมดัดลอนสวยงามทิ้งตัวลงเคลียไหล่บางอย่างสมบูรณ์แบบ “...มีใครบางคนกำลังแอบทำอะไรที่ไม่คู่ควรกับสถานที่อยู่ตรงนี้กันแน่?”
สายตาของมินตราตวัดกลับมาหยุดที่ใบหน้าของพราวอีกครั้ง มันไม่ใช่แค่ความดูถูก แต่มันคือความแค้นเคืองที่คุกรุ่นอยู่ใต้หน้ากากของเจ้าหญิงประจำโรงเรียน ตั้งแต่วันที่พราวเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเอง เริ่มลุกขึ้นมาสู้ และเริ่มมีตัวตนในสายตาของคณิน... มินตราก็ไม่คิดจะเก็บซ่อนความชิงชังไว้อีกต่อไป
“คนที่ไม่มีค่าพอจะยืนตรงนี้คือคนที่เอาแต่เหยียบย่ำคนอื่นเพื่อยกตัวเองให้สูงขึ้นต่างหาก” คณินก้าวไปข้างหน้าอีกหนึ่งก้าว ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของมินตราอย่างไร้ความปรานี “ถอยไป ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน”
มินตราเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง รอยยิ้มประดิษฐ์พังทลายลงชั่วเสี้ยววินาที เผยให้เห็นแววตาวาวโรจน์ดุจงูพิษที่พร้อมจะฉกกัด เธอยกมือขึ้นปัดผมแก้เก้อ หัวเราะเบาๆ ในลำคอ
“แล้วเราจะได้เห็นกันค่ะ ว่าความสงสารของคณิน... จะปกป้องยัยกาฝากนี่ไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือเปล่า”
หญิงสาวสะบัดหน้าแล้วเดินกระแทกส้นสูงจากไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมกลิ่นดอกไม้สังเคราะห์ที่ฉุนกึกในอากาศ คณินถอนหายใจยาว ไหล่ที่เกร็งแน่นค่อยๆ ผ่อนคลายลง เขาหันกลับมามองพราวด้วยแววตาที่เปลี่ยนเป็นอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด
“เป็นอะไรหรือเปล่า พราว?”
“ม...ไม่เป็นไรค่ะ” พราวส่ายหน้าเร็วๆ พยายามบังคับไม่ให้เสียงตัวเองสั่น เธอเกลียดความขี้ขลาดของตัวเองในวินาทีนี้ที่สุด ทั้งที่เธอสัญญากับตัวเองแล้วว่าจะไม่ยอมก้มหน้าหนีใครอีก แต่แววตาของมินตราเมื่อครู่มันช่างน่ากลัวเหลือเกิน
“อย่าไปฟังคำพูดของยัยนั่น” คณินเอ่ยเตือนสั้นๆ แต่ทว่าแฝงความห่วงใยไว้อย่างลึกซึ้ง “ช่วงนี้ระวังตัวด้วยล่ะ มีอะไรให้บอกฉันทันที เข้าใจไหม?”
พราวพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ก่อนที่คณินจะถูกเรียกตัวไปจัดการงานสภานักเรียน ทิ้งให้เธอยืนอยู่ตามลำพังบริเวณโถงทางเดินที่เงียบสงัดลงอีกครั้ง
หมับ!
ยังไม่ทันที่พราวจะได้สูดหายใจเข้าปอดให้เต็มที่ ข้อมือของเธอก็ถูกมือปริศนาคว้าหมับเข้าอย่างแรง แรงดึงมหาศาลกระชากร่างเธอให้ถอยหลังเข้าไปในซอกหลืบใต้บันไดอาคารศิลปะอย่างรวดเร็ว!
“ว้าย! อุ๊บ—”
“เงียบก่อน ยัยพราว! ฉันเอง!”
เสียงกระซิบที่คุ้นเคยทำให้พราวที่กำลังจะอ้าปากกรีดร้องต้องหยุดชะงัก เธอเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าตื่นตระหนกของ ‘โบว์’ เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่คบหากับเธอมาตั้งแต่วันแรกที่เธอก้าวเข้ามาในโรงเรียนนี้ในฐานะ ‘ยัยเฉิ่มอ้วนกลม’ ที่ไม่มีใครอยากเฉียดกรายเข้าใกล้
โบว์ชะโงกหน้าออกไปมองทางเดินจนแน่ใจว่าไม่มีใครตามมา ก่อนจะดึงม่านบังตาลงแล้วหันกลับมาประจันหน้ากับพราว แววตาของเพื่อนรักเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“แกบ้าไปแล้วเหรอ พราว?!” โบว์เปิดฉากด้วยน้ำเสียงกระซิบที่เดือดพล่าน “แกไปยืนประจันหน้ากับมินตราต่อหน้าคณินแบบนั้นได้ยังไง! แกไม่รู้เหรอว่ากำลังเล่นอยู่กับตัวอะไร!”
“โบว์... ใจเย็นๆ ก่อนสิ คณินเขาแค่มาช่วยฉัน...”
“นั่นแหละคือประเด็น!” โบว์จับไหล่ทั้งสองข้างของพราวแน่น บีบลงไปจนพราวรู้สึกเจ็บเล็กน้อย “ยิ่งคณินออกโรงปกป้องแกมากเท่าไหร่ แกก็ยิ่งตกเป็นเป้าหมายเบอร์หนึ่งของมินตรามากเท่านั้น! แกคิดว่ามินตราเป็นแค่ดาวโรงเรียนขี้วีนทั่วไปเหรอพราว? แกคิดผิดถนัด!”
พราวกะพริบตาปริบๆ ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเห็นสีหน้าจริงจังเกินพิกัดของเพื่อนสนิท
“แกจำ ‘รินทร์’ ห้อง 5 ได้ไหม?” โบว์ลดระดับเสียงลงต่ำจนแทบจะกลืนหายไปในอากาศ “เมื่อเทอมที่แล้ว รินทร์แค่บังเอิญได้ทำงานกลุ่มเดียวกับคณิน แล้วคณินเผลอยิ้มให้รินทร์ตอนส่งรายงาน... แกคิดว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น?”
“เกิด... เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”
“สามวันต่อมา” โบว์เอ่ยช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ “รูปส่วนตัวในไดอารี่ออนไลน์ของรินทร์หลุดว่อนไปทั่วเว็บบอร์ดโรงเรียน รินทร์โดนตัดต่อรูปใส่ร้ายว่าแอบขายบริการ โดนคนทั้งโรงเรียนบูลลี่ โดนคอมเมนต์สาดโคลนใส่จนแทบไม่มีที่ยืน ไม่มีใครพิสูจน์ได้เลยว่าใครเป็นคนทำ เพราะไอพีแอดเดรสถูกแฮกมาจากร้านเน็ต... แต่ทุกคนรู้ลึกๆ ว่าใครเป็นคนสั่งการ สุดท้ายรินทร์ทนรับแรงกดดันไม่ไหว ต้องลาออกย้ายโรงเรียนหนีไปอยู่ต่างจังหวัดกลางคัน!”
คำบอกเล่าของโบว์ทำให้ความเย็นยะเยือกแล่นปราดขึ้นมาตามแนวกระดูกสันหลังของพราว มือทั้งสองข้างของเธอเย็นเฉียบ
“มินตราไม่ได้เล่นแบบเด็กๆ ตบตีแย่งผู้ชายนะพราว” โบว์เน้นย้ำ แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างแท้จริง “ผู้หญิงคนนั้นฉลาด โหดเหี้ยม และมีเส้นสายทั้งโรงเรียน เธอจะทำลายแกอย่างช้าๆ ทำลายความมั่นใจ ทำลายชีวิต และเหยียบแกให้จมลงไปในดินจนแกไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองโลกอีกตลอดชีวิต!”
พราวยืนนิ่งงัน ภาพในอดีตซ้อนทับขึ้นมาในห้วงความคิด...
ภาพของเด็กสาวอ้วนกลมที่เคยเอาแต่ก้มหน้าเดิน งุ้มไหล่ซ่อนตัวเองอยู่ใต้เสื้อกันหนาวตัวโคร่ง ยอมให้คนอื่นหัวเราะเยาะ ยอมให้คนอื่นเหยียบย่ำเพียงเพราะคิดว่าตัวเอง ‘ไม่มีค่าพอ’ ความทรงจำเหล่านั้นมันเจ็บปวดเหลือเกิน... เธอใช้หยาดเหงื่อ ความพยายาม และน้ำตาไปตั้งเท่าไหร่เพื่อดึงตัวเองขึ้นมาจากหลุมดำแห่งความเกลียดชังตัวเอง เธอกำลังฝึกฝนที่จะยืนหลังตรง เธอกำลังเรียนรู้ที่จะรักรูปร่างหน้าตาและจิตวิญญาณของตัวเอง
แล้วตอนนี้... เธอกำลังจะยอมให้ความหวาดกลัวดึงเธอกลับลงไปที่เดิมงั้นเหรอ?
พราวค่อยๆ สูดลมหายใจเข้าลึก เธอสบตากับโบว์ตรงๆ แววตาที่เคยหวั่นไหวเริ่มปรากฏประกายไฟแห่งความเด็ดเดี่ยวขึ้นมาทีละน้อย
“ฉันกลัวนะโบว์...” พราวพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่นิ่งและมั่นคงขึ้น “ฉันกลัวสิ่งที่มินตราจะทำ แต่ฉันกลัวการกลับไปเป็น ‘ยัยพราวคนเดิม’ ที่ขี้ขลาดและไร้ตัวตนมากกว่า... ถ้าฉันยอมถอยตอนนี้ ฉันก็ต้องก้มหน้าหนีเธอไปตลอดชีวิต ฉันจะไม่ยอมเป็นฝ่ายถูกกระทำอีกต่อไปแล้ว”
โบว์มองเพื่อนสนิทตรงหน้าด้วยความอัศจรรย์ใจ วินาทีนี้ โบว์ไม่ได้เห็นยัยเฉิ่มขี้แยคนเดิมที่เคยร้องไห้กอดเข่าอยู่หลังห้องน้ำอีกต่อไป แต่เป็นเด็กสาวที่กำลังเบ่งบานและเรียนรู้ที่จะปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเอง
“เฮ้อ... ยัยบ๊องเอ๊ย” โบว์ถอนหายใจยาว แววตาดุๆ คลายลงกลายเป็นความอ่อนอกอ่อนใจและชื่นชม “ถ้าแกตัดสินใจจะสู้ ฉันก็ไม่ห้าม... แต่แกต้องสู้แบบคนมีสมอง ไม่ใช่เอาตัวไปรับกระสุนเฉยๆ เข้าใจไหม?”
โบว์ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากระโปรง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมา นิ้วเรียวกดเปิดหน้าจอแล้วยื่นมาตรงหน้าพราว
“ฉันไม่ได้มาเตือนแกเพราะแค่คิดไปเองหรอกนะพราว... แต่เมื่อเช้านี้ ฉันแอบได้ยินพวกลูกไล่ของมินตราคุยกันในห้องน้ำ แล้วฉันก็อัดเสียงนี้มาได้”
พราวขมวดคิ้ว โน้มตัวเข้าไปใกล้หน้าจอโทรศัพท์ โบว์กดเล่นไฟล์เสียงสั้นๆ ทันใดนั้น เสียงแหลมเล็กที่คุ้นเคยของหนึ่งในกลุ่มเพื่อนสนิทของมินตราก็ดังเล็ดลอดออกมาจากลำโพง
‘...จัดการตามแผนเดิมใช่ไหมแก? งานประกวดดาวเดือนสัปดาห์หน้า บนเวทีใหญ่หอประชุม... ยัยนั่นคิดว่าตัวเองจะแปลงโฉมมาเป็นหงส์ได้งั้นเหรอ? มินตราบอกว่าให้เตรียมคลิปนั่นไว้ให้พร้อม คราวนี้แหละ ยัยพราวจะไม่มีวันได้โงหัวขึ้นมาในโรงเรียนนี้อีกเลย!’
เสียงหัวเราะคิกคักอย่างเลือดเย็นในคลิปเสียงสะท้อนก้องในซอกบันไดแคบๆ
พราวชาวาบไปทั้งร่าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงกับสิ่งที่เพิ่งได้ยิน... คลิปอะไรกัน? เธอไม่เคยมีคลิปอะไรน่าอายหรือผิดกฎหมายเลยสักนิด!
ทว่า ยังไม่ทันที่พราวจะได้ถามอะไรต่อ เสียงข้อความเข้าจากโทรศัพท์ในกระเป๋าของพราวเองก็สั่นเตือนขึ้นอย่างบ้าคลั่ง เธอรีบควักมันออกมากดดูด้วยมือที่สั่นเทา และภาพที่ปรากฏบนหน้าจอก็ทำให้หัวใจของเธอแทบจะหยุดเต้นลงตรงนั้น—
มันคือภาพถ่ายจากมุมมืด... ภาพของพราวขณะกำลังสลับตัวและมีพฤติกรรมผิดธรรมชาติที่ไม่ใช่มนุษย์ทั่วไปจะทำได้ พร้อมกับข้อความปริศนาจากเบอร์ที่ไม่ได้ระบุชื่อส่งเข้ามาสั้นๆ ว่า:
*‘คิดว่าความลับเรื่อง “ร่าง” ของเธอ... จะเก็บไว้ได้ตลอดไปงั้นเหรอ ยัยตัวปลอม?’*
***
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้พราวในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนต่อไปค่ะ!
สลับร่างมาสวยพลิกชีวิตรักยัยเฉิ่ม•ตอนที่ 44
คำเตือนจากเพื่อนสนิท
ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลับร่างมาสวยพลิกชีวิตรักยัยเฉิ่ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!