สลับร่างมาสวยพลิกชีวิตรักยัยเฉิ่ม•ตอนที่ 43

ความหึงหวงที่ไม่รู้ตัว

ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
“สมุดเล่มนี้... น่าสนใจดีนะคะ คณินไม่คิดเหรอคะว่า ลายมือของเด็กที่ชอบเก็บตัวคนนี้ จะมีความลับอะไรซ่อนอยู่ตั้งมากมายขนาดนี้” เสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอของมินตราดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงันของสวนหย่อมหลังห้องสมุด แสงไฟสลัวจากหลอดนีออนดวงเก่าสาดส่องลงมาทาบทับใบหน้าสวยเฉี่ยวที่กำลังแย้มยิ้มอย่างเหนือกว่า ปลายเรียวนิ้วที่เคลือบเล็บเจลสีนู้ดสวยกำลังเปิดหน้ากระดาษสมุดโน้ตปกหนังสีน้ำตาลอ่อน ซึ่งไม่ใช่ของใครอื่น แต่เป็นสมุดบันทึกส่วนตัวที่พรีพราวเพิ่งทำตกไว้เมื่อครู่ หัวใจของพราวหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความรู้สึกเหมือนมีใครเอาหิมะเย็นจัดมาสาดใส่กลางหลังจนชาดิก ลมหายใจสะดุดกึก ภาพความพยายามทั้งหมดในการเปลี่ยนแปลงตัวเอง ความมั่นใจที่ค่อยๆ สร้างขึ้นทีละน้อย ราวกับกำลังถูกไฟแผดเผาให้มลายหายไปในพริบตาเดียว ดวงตากลมโตสั่นไหวระริก มองสลับระหว่างสมุดบันทึกในมือของมินตรากับใบหน้าของคณินที่ยืนอยู่เคียงข้างกัน คณินไม่ได้ขยับตัวเข้าไปรับสมุดเล่มนั้นทันทีอย่างที่มินตราคาดหวัง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบขนตางอนยาวทอดมองสมุดในมือของหญิงสาวด้วยแววตาเรียบนิ่ง เยชาชา และเปี่ยมไปด้วยความอึดอัดระคนไม่พอใจ รังสีความเย็นชาแผ่ออกจากร่างสูงโปร่งจนมินตราต้องหุบยิ้มลงเล็กน้อย “ของที่ไม่ใช่ของเรา... มินตราไม่ควรเปิดอ่านมันตั้งแต่แรกนะคะ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลงบนความเงียบ มินตราหน้าเสียไปวูบหนึ่ง ดวงตาสีเข้มฉายแววไม่ยอมแพ้ เธอกัดริมฝีปากเบาๆ ก่อนจะแกล้งทำเป็นหัวเราะกลบเกลื่อนความเก้อเขิน แล้วก้าวเข้าไปใกล้คณินอีกนิด มือเรียวเอื้อมไปหมายจะแตะแขนเสื้อสูทของเขา “มินตราก็แค่... บังเอิญเก็บได้แล้วมันเปิดอ้าคาไว้นะคะคณิน อีกอย่าง... มินตราแค่อยكไม่อยากให้คณินต้องมาเสียเวลากับคนแบบนี้ เด็กที่วันๆ เอาแต่เพ้อฝันถึงเรื่องเกินตัว... คิดว่าตัวเองจะคู่ควรกับคณินจริงๆ เหรอคะ?” คำพูดเหยียดหยามถูกพ่นออกมาอย่างไม่เกรงใจ แม้จะพยายามเคลือบด้วยน้ำเสียงหวานเชื่อมเพียงใด แต่พิษสงในนั้นก็ชัดเจนเสียจนพราวรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่ น้ำตาคลอเบ้า ร่างกายชาวาบจนขยับแทบไม่ไหว ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่พยายามกดมันลงไปนานแสนนาน กลับพรั่งพรูขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ *นั่นสินะ... เรามันก็แค่เด็กอ้วนเฉิ่มเบ๊คนเดิมไม่ใช่เหรอ? ต่อให้พยายามลดน้ำหนัก แต่งตัวดีแค่ไหน แต่แก่นแท้ข้างใน... ก็ยังเป็นแค่คนขี้ขลาดที่ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาใครอยู่ดี...* พราวเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วอก เธอเตรียมจะหันหลังวิ่งหนีออกไปจากตรงนั้น ปล่อยให้ความอับอายนี้กลืนกินเธอให้หายไปจากโลกใบนี้เสีย “ขอบคุณที่เก็บ ‘ของของพราว’ มาคืนนะคะ” เสียงหวานที่สั่นเครือเล็กน้อยแต่พยายามดึงความเข้มแข็งเฮือกสุดท้ายออกมา ดังขึ้นตัดบทสนทนา พราวก้าวออกมาจากเงาไม้ แสงสลัวเผยให้เห็นใบหน้าที่ซีดเผือดแต่เชิดขึ้นเล็กน้อย แม้ดวงตาจะเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา แต่เธอก็ไม่อยากยอมแพ้ให้มินตราได้เห็นความพ่ายแพ้แบบหมดรูปเป็นครั้งที่สอง มินตราหันมามองตามเสียง ดวงตาคู่สวยหรี่ลงด้วยความดูแคลน รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏขึ้นที่มุมปากทันที “อ้าว... เจ้าของตัวจริงโผล่มาพอดีเลยเหรอคะ นึกว่าจะแอบฟังอยู่เงียบๆ จนจบเสียอีก... สนุกไหมคะ กับสิ่งที่เธอเขียนระบายความรู้สึกในนี้? อ่านแล้วตลกดีนะคะ เหมือนเด็กน้อยที่กำลังฝันกลางวันเลยล่ะ” พราวรู้สึกเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบหัวใจจนแหลกละเอียด ความอัปยศอดสูตีตื้นขึ้นมาจนจุก แต่ก่อนที่น้ำตาหยดแรกจะร่วงหล่นลงมา มือหนาของใครบางคนก็เอื้อมมาคว้าสมุดบันทึกเล่มนั้นจากมือของมินตราไปได้อย่างรวดเร็ว คณินดึงสมุดเล่มนั้นกลับมาถือไว้เอง ดวงตาคมกริบมองมินตราด้วยแววตาที่แข็งกร้าวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความอบอุ่นที่มินตราพยายามไขว่คว้ามาตลอดไม่เคยปรากฏขึ้นในดวงตาคู่นั้น มีเพียงความรังเกียจและความห่างเหินที่ชัดเจนจนน่าใจหาย “มินตรา... การถือวิสาสะเปิดอ่านของส่วนตัวคนอื่น และยังเอามาพูดจาดูถูกคนอื่นแบบนี้ มันไม่ได้ทำให้เธอ看起来ดูสูงส่งขึ้นเลยนะคะ กลับกัน... มันทำให้ฉันรู้สึกว่าเธอน่าสมเพชมากกว่าเดิมเสียอีก” น้ำเสียงทุ้มที่เอ่ยออกมานั้นราบเรียบ ทว่าเฉียบคมและเชือดเฉือนทุกความรู้สึก มินตราเบิกตากว้างด้วยความตกใจและไม่คาดคิดว่าคณินจะกล้าพูดจารุนแรงกับเธอต่อหน้าคนอื่นแบบนี้ หน้าสวยๆ ของดาวโรงเรียนแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวและอับอาย “คณิน! นี่คุณ... คุณกำลังปกป้องยัยเฉิ่มนี่เหรอคะ? ทั้งๆ ที่เธอแอบ...!” “พอได้แล้วค่ะ” คณินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงกดต่ำลงจนน่ากลัว “อย่าทำให้ฉันต้องหมดความอดทนไปมากกว่านี้เลยค่ะ สมุดนี่ฉันขอคืนให้กับเจ้าของเขา... ส่วนเรื่องของเรา... คิดว่าไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกแล้วนะคะ” พูดจบ คณินก็หันหลังเดินตรงเข้ามาหาพราวที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว ท่ามกลางความตกตะลึงของมินตราที่ยืนกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือด้วยความแค้นเคือง พราวมองหน้าคณินด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งตกใจ ดีใจ หวาดกลัว และสับสน สมุดบันทึกเล่มสำคัญถูกยื่นส่งกลับมาตรงหน้า นิ้วเรียวยาวของชายหนุ่มสัมผัสกับปกสมุดแผ่วเบา “ของคุณค่ะ... พราว” คณินเอ่ยเสียงอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อพูดกับเธอ น้ำเสียงนั้นไม่มีความเย็นชาหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความอบอุ่นและความห่วงใยที่ส่งผ่านออกมาจากแววตาคู่คม พราวยื่นมือสั่นเท้ารับสมุดเล่มนั้นกลับมา ก้มหน้าหลบสายตา ไม่กล้าสบตากับเขาตรงๆ หัวใจเต้นรัวระส่ำจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก “ขะ... ขอบคุณค่ะ...” “อย่าไปใส่ใจคำพูดของคนอื่นเลยนะคะ สิ่งที่พราวเขียน... และสิ่งที่พราวพยายามทำมาตลอด มันมีค่าและมีความหมายมากกว่าที่ใครจะมาตัดสินนะคะ” คณินโน้มตัวลงมาเล็กน้อยเพื่อให้ระดับสายตาเสมอกัน ปลายจิ้มโดนความเงียบงันที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง พราวเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาโดยบังเอิญ ระยะห่างที่ใกล้ชิดทำให้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวของชายหนุ่มลอยมาแตะจมูก ผสมผสานกับกลิ่นอายค่ำคืนที่เงียบสงบ ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจที่เคยหนาเหน็บจนเผลอใจเต้นแรง ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะกลับมาละมุนละไม เสียงปรบมือช้าๆ และเสียงหัวเราะเยาะที่คุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาจากความมืดเบื้องหลังพุ่มไม้ใหญ่ “โอ้โห... ภาพยนตร์รักโรแมนติกฉากใหญ่เลยนะคะเนี่ย น่าประทับใจจริงๆ” ร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวออกมาจากเงาดำ แสงไฟสลัวกระทบเข้ากับใบหน้าคมคายรอยยิ้มเยาะกวนๆ ที่พราวจำได้แม่นยำ—**กรณ์** หนุ่มรุ่นพี่ตัวแสบประธานชมรมสื่อสารที่มักจะรู้ความลับของคนอื่นเสมอ และในมือของเขาก็กำสมุดอีกเล่ม... สมุดบันทึกกิจกรรมลับของคณิน ที่มีข้อมูลสำคัญที่สุดของโรงเรียนซ่อนอยู่! คณินชะביคกึก ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยสุขุมเยือกเย็นแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยรังสีอำมหิตที่พราวไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "พีชชี่เบอร์รี่" เสมอมานะคะ
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลับร่างมาสวยพลิกชีวิตรักยัยเฉิ่ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%