สลับร่างมาสวยพลิกชีวิตรักยัยเฉิ่ม•ตอนที่ 46

ชัยชนะด้วยวาจา

ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
"พูดจบหรือยังคะ มินตรา" น้ำเสียงของพรีพราวไม่ได้ดัง ไม่ได้เจือปนความเกรี้ยวกราด หรือแม้แต่ร่องรอยของการสั่นเครืออย่างที่ใครต่อใครในสนามสอบพรีเซนต์โครงงานวิทยาศาสตร์ระดับจังหวัดคาดคิด มันเป็นน้ำเสียงที่ราบเรียบ นุ่มนวล ทว่าก้องกังวานในความเงียบสงัดของห้องประชุมใหญ่ได้อย่างน่าประหลาด มินตราที่เพิ่งพ่นคำดูถูกเหยียดหยามเรื่องชาติกำเนิดและรูปร่างหน้าตาในอดีตของพราวออกมาจนหมดเปลือก ถึงกับชะงักกึก รอยยิ้มเยาะเย้ยบนริมฝีปากที่เคลือบลิปสติกราคาแพงค้างเติ่ง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจระคนไม่เข้าใจ เมื่อปฏิกิริยาที่เธอรอคอย—น้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ หรือความโกรธเกรี้ยวจนตัวสั่น—กลับไม่ปรากฏบนร่างระหงในชุดยูนิฟอร์มที่ตัดเย็บอย่างไร้ที่ติชุดนี้ พรีพราวไม่ได้หลบตา เธอสบประสานสายตากับดาวโรงเรียนผู้เพียบพร้อมตรงๆ เป็นครั้งแรก รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของพราวไม่ได้เยาะหยัน แต่มันคือรอยยิ้มแห่งความเข้าใจ ความเข้าใจที่ว่าคนเราจะพยายามพ่นพิษใส่คนอื่นได้มากแค่ไหน ก็ต่อเมื่อในใจของคนๆ นั้นกำลังหวาดกลัวความไร้ค่าของตัวเองอย่างที่สุด "ถ้าสิ่งที่คุณมินตราใช้เวลาพูดมาสามนาทีเต็ม เพื่อจะย้ำเตือนว่าฉันเคยเป็นใครในอดีต..." พราวเว้นจังหวะเล็กน้อย ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่กดดัน โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยขยายเสียงใดๆ "ฉันต้องขอขอบคุณนะคะ ที่ช่วยเป็นสารานุกรมคอยบันทึกเรื่องราวเก่าๆ ที่ฉันอุตส่าห์ก้าวข้ามมาได้แล้ว" เสียงฮือฮาเบาๆ ดังขึ้นจากกลุ่มนักเรียนและอาจารย์ที่นั่งฟังอยู่รอบห้อง มินตราหน้าเสียสีหน้าเปลี่ยนจากมั่นใจเป็นซีดเผือดเล็กน้อย เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ "เธอกล้าดียังไง..." มินตราเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามทวงคืนอำนาจควบคุมบรรยากาศ "คิดว่าแปลงโฉม ใส่เสื้อผ้าแพงๆ แล้วจะลบความจริงได้เหรอว่าเธอรสนิยมต่ำแค่ไหน ร่างกายอ้วนฉุที่เธอพยายามปกปิดด้วยเสื้อผ้าสั่งตัดนั่นน่ะ มันก็แค่..." "มันก็คือร่างกายของฉันค่ะ" พราวสวนกลับทันควัน น้ำเสียงยังคงนุ่มนวล ทว่าเด็ดขาดจนมินตราสำลักคำพูดที่เหลือ "ร่างกายที่ครั้งหนึ่งเคยถูกคุณและคนอื่นๆ ใช้เป็นเครื่องมือลดทอนคุณค่า แต่รู้ไหมคะว่าตอนนี้ฉันมองมันอย่างไร..." พราวขยับตัวยืนตรงเต็มความสูง ไหล่ผึ่งผายอย่างสง่างาม ไม่มีการห่อตัวหลบสายตาอีกต่อไป รัศมีแห่งความมั่นใจที่กลั่นกรองมาจากหยาดเหงื่อและความพยายามนับแรมปีแผ่ซ่านออกมาจนคนรอบข้างสัมผัสได้ "...ฉันมองว่ามันคือหลักฐานของความพยายามค่ะ" พราวก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะบรรยายอีกหนึ่งก้าว ดวงตาสุกใสเป็นประกายเจิดจ้า "เป็นร่องรอยของการเดินทางที่ฉันไม่เคยอายเลยสักนิด เพราะทุกกิโลกรัมที่ลดลง ทุกความรู้ที่ฉันเติมเข้าไปในสมอง และทุกความมั่นใจที่ฉันสร้างขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อตัวเอง... มันมีค่ามากกว่าคำพูดดูถูกลอยๆ ของคนที่เอาแต่ย่ำอยู่กับที่อย่างคุณ ตั้งเยอะนะคะ" ความเงียบกริบเข้าปกคลุมห้องประชุมอีกครั้ง ไม่มีใครกล้าหายใจแรง อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานถึงกับแอบพยักหน้าด้วยความชื่นชม ขณะที่มินตราทำได้เพียงอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ สมองที่เคยประมวลผลคำด่าทอได้อย่างรวดเร็วกลับว่างเปล่า เพราะเธอไม่เคยเตรียมรับมือกับเหยื่อที่ไม่ยอมตกเป็นเหยื่ออีกต่อไป "โครงงานชิ้นนี้ไม่ได้ชนะด้วยหน้าตา หรือชาติกำเนิดนะคะมินตรา" พราวทิ้งประโยคสุดท้ายด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจที่ทำเอาคู่แข่งถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงนั่งบนเก้าอี้ "แต่มันชนะด้วยผลงาน... และสมอง" ในวินาทีที่พราวหันหลังให้เพื่อเตรียมเดินกลับไปที่นั่ง พร้อมกับเสียงปรบมือค่อยๆ ดังขึ้นจากมุมหนึ่งของห้อง—เสียงปรบมือทุ้มนุ่มที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดีจากชายหนุ่มร่างสูงโปรดที่ยืนพิงกรอบประตูด้วยรอยยิ้มภูมิใจในดวงตา—สายตาของเธอกลับเหลือบไปเห็นซองจดหมายสีขาวปริศนาที่สอดอยู่ใต้แฟ้มเอกสารบนโต๊ะของเธอเอง ชื่อผู้รับหน้าซองเขียนด้วยลายมือหวัดๆ ที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของพราวแข็งค้างในทันที เพราะมันคือลายมือของคนที่เธอคิดว่าหายสาบสูญไปจากชีวิตเธอและแม่ตลอดกาล... พ่อบังเกิดเกล้าที่ทิ้งหนี้สินกองโตไว้ให้เธอกับแม่รับผิดชอบเมื่อสามปีก่อน พีชชี่เบอร์รี่ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและอินไปกับความเติบโตของพราวนะคะ
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลับร่างมาสวยพลิกชีวิตรักยัยเฉิ่ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%