“พราวไม่ได้โกหกครับคุณครู พราวแค่... กำลังเรียบเรียงความคิดให้เป็นระบบก่อนจะพรีเซนต์ให้ทุกคนฟังในสัปดาห์หน้า เรื่องเอกสารที่หายไป พราวเป็นคนเก็บไว้ที่เซฟของชมรมเองครับ”
เสียงของคณินเรียบเรื่อย ทว่าทรงพลังจนกดทับความเงียบงันในห้องพักครูให้จมดิ่งลง พราวที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างกายเขาแทบหยุดหายใจ จังหวะหัวใจของเธอเต้นรัวแรงราวกับกลองรบที่กำลังประทุอยู่กลางอก มือไม้ที่เปียกชื้นเพราะความตื่นเต้นสั่นเทาจนต้องกำชายเสื้อนักเรียนไว้แน่น
สายตาของครูประจำวิชาที่เคยจ้องมองเธอด้วยความสงสัยค่อยๆ คลายลง ก่อนจะพยักหน้ารับคำโกหกที่แนบเนียนนั้น
“งั้นก็ดีแล้ว คณิน... ฝากดูแลเพื่อนด้วยล่ะ พราว เธอเองก็อย่าประมาทให้มากนัก งานนี้เป็นตัวชี้วัดคะแนนปลายภาคเชียวนะ”
พราวทำได้เพียงก้มหัวรับคำเบาๆ ก่อนจะถูกคณินดึงข้อมือเดินออกมาจากห้องนั้น ความเย็นจากมือของเขาที่แตะลงบนผิวหนังไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกใจชื้นขึ้นเลย สิ่งที่เธอสัมผัสได้มีเพียงความกดดันที่ถาโถมเข้ามาราวกับพายุใหญ่
เมื่อลับตาผู้คน คณินก็ปล่อยมือ เธอเซถลาไปพิงกำแพงทางเดิน ลมหายใจหอบถี่จนแทบขาดช่วง
“ทำไม... ทำไมเธอต้องทำขนาดนี้ล่ะคณิน?” พราวเค้นเสียงถาม ทั้งที่ความรู้สึกผิดยังคงกัดกินใจ
คณินไม่ตอบในทันที เขายืนพิงกำแพงฝั่งตรงข้าม ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองเธอราวกับจะทะลุผ่านเข้าไปถึงตัวตนที่เธอพยายามซ่อนไว้ “เพราะถ้าเธอพัง งานกลุ่มเราก็พัง แล้วผมก็เกลียดการล้มเหลวที่สุด พราว... จำไว้นะ ความเชื่อมั่นของคนอื่นน่ะ สร้างได้ง่ายกว่าการกอบกู้ความเชื่อมั่นของตัวเองเยอะ”
เขายื่นแฟ้มเอกสารที่เตรียมไว้ให้เธอ “วันนี้ไม่มีข้ออ้างแล้วนะ ไปห้องโสตฯ กัน เราจะซ้อมกันจนกว่าเธอจะเลิกทำตัวเป็นยัยเฉิ่มที่เอาแต่ก้มมองพื้นเสียที”
...
ภายในห้องโสตทัศนูปกรณ์ที่เงียบสงัด มีเพียงแสงไฟจากโปรเจกเตอร์ที่ฉายภาพกราฟิกโครงการรักษ์สิ่งแวดล้อมขึ้นบนจอใหญ่ พราวยืนอยู่หน้าแท่นบรรยาย มือของเธอสั่นจนกระดาษโน้ตในมือส่งเสียงกรอบแกรบ
“เริ่มใหม่... ประโยคแรกต้องหนักแน่นกว่านี้” คณินสั่งจากที่นั่งแถวหลัง
“โครงการ... โครงการนี้มีจุดประสงค์เพื่อ...” พราวพึมพำ เสียงของเธอเบาหวิวและขาดช่วง
“พราว! สบตาผม!” คณินลุกขึ้นยืน เดินตรงเข้ามาหาเธอ เขาคว้ามือของเธอที่สั่นเทาแล้ววางไว้บนขอบแท่นบรรยายอย่างมั่นคง “ไม่ได้ให้มองจอ ไม่ได้ให้มองกระดาษ แต่มองมาที่ผม เหมือนที่ผมกำลังมองคุณอยู่... ในฐานะคนที่พร้อมจะรับฟังทุกคำพูดของคุณ”
วินาทีนั้น พราวรู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุน แววตาของคณินไม่ได้มีความรังเกียจอย่างที่เธอเคยมโนไปเอง แต่มันคือความคาดหวัง... คาดหวังว่าเธอจะกล้า ‘เป็น’ คนใหม่ที่แข็งแกร่งกว่าเดิม
เธอสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีจากก้นบึ้งของหัวใจ เธอนึกถึงภาพตัวเองในกระจกเงา ภาพที่เธอเริ่มแต่งหน้าอย่างประณีตขึ้น เริ่มหัดยืดหลังตรง และเริ่มปฏิเสธคำดูถูกจากมินตราที่คอยตามจิกกัด
“โครงการรักษ์สิ่งแวดล้อมของเรา... ไม่ได้มีไว้เพื่อแค่ให้ได้คะแนนผ่านเกณฑ์ไปวันๆ” พราวเริ่มพูด เสียงของเธอในครั้งนี้กังวานและกังวาลอย่างน่าประหลาด “เราต้องการสร้างจุดเปลี่ยน... เปลี่ยนทัศนคติของคนรุ่นใหม่ ให้มองเห็นว่าทรัพยากรที่เรามีอยู่นั้น มีค่ามากกว่าแค่ตัวเลขในรายงาน”
เธอกวาดสายตามองไปรอบห้องที่ว่างเปล่า ทว่าจินตนาการว่ามีผู้คนมากมายกำลังตั้งใจฟังเธอ ความกลัวที่เคยเป็นโซ่ตรวนล่ามขาเธอไว้เริ่มพังทลายลงทีละน้อย ความรู้สึกมั่นใจค่อยๆ ไหลเวียนเข้าแทนที่ความประหม่า
คณินยืนนิ่ง ดวงตาของเขาฉายแววพึงพอใจอย่างชัดเจน
“ดี... คราวนี้ใส่อารมณ์เข้าไปในตอนสรุปด้วย” เขาแนะนำด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนขึ้น
พราวพยักหน้า เธอเริ่มพรีเซนต์อีกครั้ง คราวนี้ทุกคำพูดของเธอไหลลื่น ราวกับน้ำพุที่พุ่งทะลุหินผา เธอไม่ได้พรีเซนต์ด้วยความจำ แต่เธอถ่ายทอดมันออกมาด้วยความเชื่อที่เธอมีต่อโครงการจริงๆ จนกระทั่งประโยคสุดท้ายจบลง... ความเงียบในห้องโสตไม่ได้ดูน่ากลัวอีกต่อไป แต่มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยพลัง
คณินปรบมือช้าๆ แววตาของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง “คุณทำได้แล้ว... พราว”
พราวหันไปมองเขา รอยยิ้มแรกที่ออกมาจากใจจริงปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ “ขอบคุณนะคณิน... ถ้าไม่ใช่เพราะคุณ ฉันคงไม่กล้าแม้แต่จะเปิดปากพูด”
เธอก้าวลงจากแท่นบรรยายด้วยความรู้สึกที่เบาสบายราวกับนกที่เพิ่งกางปีกบินได้ ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะเก็บข้าวของ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่คุ้นเคยก็โชยปะทะจมูก พร้อมกับเสียงรองเท้าส้นสูงที่ก้าวเข้ามาในห้องอย่างถือดี
“แหม... ซ้อมกันถึงดึกดื่นขนาดนี้เชียวเหรอ?”
มินตราก้าวเข้ามาในห้องโสตฯ รอยยิ้มเหยียดหยามปรากฏบนใบหน้าที่แต่งแต้มอย่างสมบูรณ์แบบ เธอเดินตรงมาที่โต๊ะที่วางแฟ้มงานของพราวไว้ ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาเปิดดูด้วยสายตารังเกียจ
“นึกว่าจะแอบมาทำอะไรกันสองต่อสอง ที่แท้ก็แค่ซ้อมพรีเซนต์ง่อยๆ นี่เอง... คิดเหรอว่าแค่นี้จะชนะฉันได้ พราว?”
พราวขมวดคิ้วแน่น ความมั่นใจที่เพิ่งสร้างมาถูกสั่นคลอนอีกครั้งด้วยรังสีอำมหิตของมินตรา
มินตราขยับยิ้มมุมปาก ก่อนจะโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูพราวด้วยเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน “อย่าเพิ่งดีใจไป... เพราะสิ่งที่เธอแอบซ่อนไว้น่ะ ฉันรู้หมดแล้วว่ามันคืออะไร... และวันพรุ่งนี้ต่อหน้าทุกคนในห้องประชุมใหญ่ เธอจะได้รู้ว่าการเป็น ‘ตัวจริง’ กับ ‘ของปลอม’ มันต่างกันยังไง”
ก่อนที่พราวจะทันได้ตั้งตัว มินตราก็คว้าแฟ้มงานของเธอไป แล้วฉีกหน้ากระดาษที่มีข้อมูลสำคัญที่สุดทิ้งต่อหน้าต่อตาเธอ!
พราวเบิกตากว้าง มือที่เพิ่งหยุดสั่นกลับมาระริกอีกครั้ง คณินพุ่งเข้ามาจะคว้าตัวมินตรา แต่หญิงสาวกลับหัวเราะร่าพลางโยนเศษกระดาษที่ฉีกขาดลงพื้น
“พรุ่งนี้... ฉันจะทำให้เธอกลายเป็นตัวตลกของโรงเรียนให้ดู เตรียมตัวไว้ให้ดีล่ะ ยัยเฉิ่ม!”
พีชชี่เบอร์รี่ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับพราวในตอนนี้นะคะ
สลับร่างมาสวยพลิกชีวิตรักยัยเฉิ่ม•ตอนที่ 16
การฝึกพูดในที่สาธารณะ
ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลับร่างมาสวยพลิกชีวิตรักยัยเฉิ่ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!