สลับร่างมาสวยพลิกชีวิตรักยัยเฉิ่ม•ตอนที่ 17

เสียงชื่นชมครั้งแรก

ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
“ถ้าคิดว่าการส่งข้อความขู่จะทำให้ฉันตัวลีบลงได้ ก็เชิญฝันหวานต่อไปเถอะนะมินตรา” ฉันรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี พิมพ์ตอบกลับสั้นๆ ลงในหน้าจอสมาร์ทโฟนที่สั่นอยู่ในมือ ก่อนจะกดล็อกหน้าจอแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด ภายในห้องเรียนที่เต็มไปด้วยสายตาที่คาดหวังและเสียงซุบซิบที่เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ฉัน—พรีพราว—กำลังเผชิญกับวันตัดสินชะตาชีวิตที่มินตราหมายมั่นปั้นมือว่าจะให้มันเป็น ‘วันแห่งความอัปยศ’ ของฉัน งานนำเสนอวิชาศิลปะประยุกต์วันนี้คือตัวชี้วัดว่าความพยายามตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาของฉันจะสูญเปล่า หรือจะกลายเป็นก้าวแรกที่เปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาล มือที่สั่นเทาของฉันขยับไปจับปกเสื้อสูทลำลองสีครีมที่ฉันเลือกมาอย่างตั้งใจ มันไม่ใช่เสื้อตัวโคร่งที่พยายามปกปิดรูปร่างแบบเดิมอีกต่อไป แต่มันคือชุดที่ช่วยดึงจุดเด่นของสัดส่วนฉันให้ดูสง่างามขึ้นมาได้อย่างประหลาด ฉันเดินขึ้นไปบนเวทีหน้าชั้นเรียน ก้าวเท้าด้วยจังหวะที่มั่นคง แม้หัวใจจะเต้นแรงจนเกือบหลุดออกมาจากอก “เอาล่ะ พรีพราว เชิญเริ่มได้เลย” อาจารย์วิภาดา เจ้าของวิชาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแววตาของท่านดูจะคาดหวังในตัวเด็กสาวที่เคยนั่งก้มหน้าอยู่หลังห้องคนนี้ไม่น้อย ฉันเริ่มร่ายยาวถึงแรงบันดาลใจในการออกแบบคอลเลกชัน ‘จากเงามืดสู่แสงสว่าง’ เสียงของฉันในตอนแรกมันแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่เมื่อกวาดสายตามองไปรอบห้อง ฉันกลับไม่พบสายตาเหยียดหยามเหมือนที่เคยเจอ เห็นเพียงความสงสัยที่ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความทึ่ง “จุดเปลี่ยนของฉันไม่ใช่การที่คนอื่นมองเห็น แต่เป็นการที่ฉันยอมรับว่าตัวเอง... ก็มีค่าพอที่จะงดงามในแบบของตัวเอง” ประโยคสุดท้ายของฉันจบลงพร้อมกับความเงียบที่ปกคลุมไปทั่วห้องเรียน ฉันกลั้นหายใจ มองผ่านกลุ่มเพื่อนร่วมชั้นไปจนถึงแถวหลังสุดที่มินตรากำลังนั่งกอดอก ใบหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธจัดที่เห็นทุกคนในห้องไม่ได้หัวเราะเยาะฉันอย่างที่เธอหวัง “ยอดเยี่ยมมาก พรีพราว” เสียงปรบมือดังขึ้นจากอาจารย์วิภาดา ตามมาด้วยเสียงปรบมือจากเพื่อนร่วมชั้นที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง บางคนถึงกับลุกขึ้นยืนด้วยความประทับใจ ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นปราดไปทั่วหัวใจ มันไม่ใช่ความภาคภูมิใจแค่ชั่วคราว แต่มันคือการปลดล็อกพันธนาการที่ล่ามฉันไว้กับคำว่า ‘ยัยเฉิ่ม’ มานานแสนนาน “นี่เธอ... ไปทำอะไรมาเนี่ย พราว? เปลี่ยนไปจนฉันเกือบจำไม่ได้!” เพื่อนหญิงคนหนึ่งเอ่ยทักด้วยความตื่นเต้นขณะที่ฉันเดินลงมาจากหน้าห้อง “เธอไม่ได้แค่ดูดีขึ้นนะ แต่มันดู... มั่นใจจนคนอื่นละสายตาไม่ได้เลยล่ะ” คำชมเหล่านั้นทำให้น้ำตาคลอเบ้า ไม่ใช่เพราะเสียใจ แต่เพราะฉันเพิ่งตระหนักได้ว่า ตัวฉันคนใหม่ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้วจริงๆ ทว่า ในวินาทีที่ฉันกำลังดื่มด่ำกับชัยชนะเล็กๆ คณินที่นั่งเงียบอยู่มุมห้องมาตลอดเขาก็ลุกขึ้นเดินตรงเข้ามาหาฉัน สายตาคมกริบของเขาจดจ้องที่ดวงตาของฉันอย่างมีความหมาย มันไม่ใช่แววตาของเพื่อนร่วมชั้นธรรมดา แต่เป็นสายตาที่เหมือนมองทะลุเข้าไปในจิตวิญญาณของฉัน “อย่าเพิ่งภูมิใจจนลืมระวังตัวไปล่ะ” เขากระซิบเสียงต่ำพลางก้าวเข้ามาใกล้จนฉันได้กลิ่นหอมสะอาดอ่อนๆ จากตัวเขา “มินตราไม่ได้มีแค่คำขู่ในข้อความ แต่เธอทิ้ง ‘ของขวัญ’ ไว้ให้เธอที่ล็อกเกอร์หลังเลิกเรียนด้วย” หัวใจของฉันที่กำลังพองโตกลับกระตุกวูบด้วยลางสังหรณ์ใจบางอย่าง ฉันหันไปมองมินตราที่กำลังเดินออกจากห้องไปพร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยันที่มุมปาก วินาทีที่ฉันก้าวไปถึงหน้าล็อกเกอร์ของตัวเอง บรรยากาศรอบข้างที่เคยสดใสกลับเย็นเยียบลงถนัดตา เมื่อฉันเปิดประตูเหล็กออกมา สิ่งที่ร่วงหล่นลงมาไม่ใช่กระดาษแผ่นเดียว แต่มันคือรูปถ่ายเก่าๆ สมัยที่ฉันยังเป็นยัยเฉิ่มอ้วนกลมที่ถูกตัดต่ออย่างน่าเกลียดนับร้อยใบที่โปรยปรายลงมาราวกับหิมะสีดำ พร้อมกับข้อความที่เขียนด้วยปากกาเมจิกสีแดงฉานบนกระจกล็อกเกอร์ว่า... ‘อย่าริอาจมาเทียบชั้น เพราะแกก็แค่ขยะที่สวยขึ้นแค่นั้นเอง’ ท่ามกลางเศษกระดาษที่เกลื่อนกลาดพื้น เสียงฝีเท้าของใครบางคนที่ยืนอยู่ข้างหลังฉันก็ดังขึ้นเบาๆ จนฉันต้องหันกลับไปมอง... ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปพร้อมกับพรีพราวในเส้นทางสายมั่นใจนี้ด้วยกันนะคะ พีชชี่เบอร์รี่ค่ะ
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลับร่างมาสวยพลิกชีวิตรักยัยเฉิ่ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%