“ถ้าคิดจะยืนแข็งเป็นรูปปั้นอยู่ตรงนี้จนถึงเย็น เพื่อรอให้คนมาถากถางซ้ำสอง ฉันว่าเธอควรจะเลิกฝันถึงการเริ่มต้นใหม่เสียเถอะ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังพราว คณินยืนพิงกรอบประตูห้องเก็บของเก่า กอดอกมองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก แววตาคมกริบนั้นจ้องมองกองกระดาษรายงานที่เธอทำหล่นกระจายเต็มพื้นด้วยความรู้สึกที่พราวเดาไม่ถูก
พราวสูดหายใจเข้าลึก พยายามบังคับมือที่สั่นเทาไม่ให้แสดงความอ่อนแอออกมา เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา แววตาของเธอในตอนนี้ไม่ใช่สายตาของพราวคนเดิมที่หลุบต่ำหนีโลก แต่เป็นประกายแห่งความมุ่งมั่นที่เพิ่งถูกจุดติดขึ้นมาไม่นาน
“ฉันไม่ได้แข็งเพราะกลัว แต่ฉันกำลังคิดว่า... จะจัดการกับขยะพวกนี้ยังไงให้ดูมีราคาที่สุดต่างหากค่ะ” พราวโต้ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงด้วยความนัย
คณินเลิกคิ้วข้างหนึ่งขึ้น มุมปากกระตุกยิ้มบางๆ ที่ดูเหมือนจะถูกใจคำตอบของเธอ “งั้นก็ดี เพราะฉันไม่อยากให้เวลาของฉันเสียเปล่าไปกับการมองคนที่ไม่คิดจะเปลี่ยนอะไรเลย... ลุกขึ้น แล้วตามมา ฉันมีนัดต้องไปทำธุระสำคัญ และเธอคือคนเดียวที่จะต้องไปกับฉันในวันนี้”
เขาไม่รอคำตอบ หมุนตัวเดินจากไปทิ้งให้พราวยืนงงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอจะรีบคว้ากระเป๋าแล้วก้าวเท้าตามแผ่นหลังกว้างนั่นไปอย่างไม่รีรอ
---
รถสปอร์ตคันหรูของคณินเลี้ยวเข้าสู่ห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองที่ดูทันสมัยเกินกว่าที่เด็กสาวอย่างพราวจะกล้าเฉียดกรายเข้ามาใกล้ แต่ในวันนี้ เธอกลับก้าวเดินเคียงข้างเขาด้วยหัวใจที่เต้นรำไปกับความประหม่าที่เริ่มถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้น
“เรามาทำอะไรที่นี่คะ?” พราวถามขึ้นขณะที่พวกเขาก้าวเข้าสู่โซนแฟชั่นชั้นนำของห้าง
“คนเรามักจะถูกตัดสินจากปกหนังสือเสมอ พราว” คณินหยุดเดินตรงหน้าร้านเสื้อผ้าแบรนด์ดังที่เน้นคัตติ้งเนี้ยบและเรียบหรู “ถ้าเธออยากให้โลกใบนี้อ่านเนื้อหาข้างในที่เธอตั้งใจเขียน เธอก็ต้องทำให้ปกหนังสือของเธอชวนหยิบขึ้นมาอ่านก่อน... เลือกชุดที่เธอคิดว่าใส่แล้ว ‘เป็นตัวเอง’ มากที่สุด แต่ต้องเป็นตัวเธอในเวอร์ชันที่พร้อมจะฟาดฟันกับมินตราในสนามรบแห่งความมั่นใจนี้”
พราวหัวใจเต้นรัว สายตาของเธอกวาดมองไปรอบๆ ร้าน ชุดเดรสหลากสีสัน ผ้าไหมพริ้วไหว และสูททรงเข้ารูปที่เธอไม่เคยแม้แต่จะกล้าหยิบมาทาบตัว เธอเดินเข้าไปในโซนเสื้อผ้าอย่างใจจดใจจ่อ ทุกครั้งที่เธอหยิบชิ้นไหนขึ้นมา หัวใจของเธอก็เหมือนจะเรียกร้องว่า *‘ลองสิ นี่แหละคือสิ่งที่เธอรอคอยมาตลอด’*
“ลองชุดนี้ดู” คณินยื่นชุดเดรสสีน้ำเงินกรมท่าเข้ารูปที่มีดีเทลผ่าข้างเล็กน้อยให้เธอ
พราวรับมันมาด้วยมือที่สั่นเทา เธอหายเข้าไปในห้องลองชุด เมื่อยืนอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ พราวแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ผ้าเนื้อดีนั่นโอบรับสัดส่วนที่เริ่มเปลี่ยนไปของเธออย่างพอดี ความเฉิ่มเชยที่เคยสวมทับตัวเธอกำลังถูกปลดเปลื้องออกพร้อมกับความมั่นใจที่ค่อยๆ เติมเต็มเข้ามา
เมื่อเธอเปิดม่านออกมา คณินที่นั่งรออยู่บนโซฟาบุหนังฝั่งตรงข้ามถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง สายตาของเขาไม่ได้มองที่ชุด แต่เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอที่ตอนนี้ส่องประกายด้วยความเชื่อมั่น
“เลือกได้ดี” เขาเอ่ยเสียงนุ่ม “สีนี้ขับผิวเธอให้ดูเปล่งประกายขึ้นมาก แต่สิ่งที่ทำให้ชุดนี้ดูสวยที่สุด ไม่ใช่เนื้อผ้า... แต่เป็นความรู้สึกของคนที่สวมใส่มันต่างหาก”
---
การเลือกซื้อเสื้อผ้าในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแต่งตัว แต่เป็นการรื้อโครงสร้างความมั่นใจของพราวขึ้นมาใหม่ เธอเรียนรู้ที่จะทิ้งความกังวลว่าคนอื่นจะมองว่าเธอดู ‘พยายามเกินไป’ หรือไม่ เพราะคณินคอยกระซิบข้างหูเสมอว่า “คนอื่นก็แค่ผู้ชม ส่วนเธอคือเจ้าของชีวิตตัวเอง”
ขณะที่พวกเขากำลังจะก้าวออกจากร้าน พนักงานขายได้ยื่นถุงเสื้อผ้าชุดสุดท้ายให้พราว แต่ในจังหวะที่พราวจะเอื้อมมือไปรับ สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นเงาร่างหนึ่งที่สะท้อนจากกระจกด้านหน้า
มินตรากำลังยืนอยู่ตรงนั้น... ถัดไปอีกไม่กี่ร้าน สายตาของเธอมองมาที่พวกเขาด้วยความแค้นเคืองที่ปิดไม่มิด มือเรียวของเธอกำถุงช้อปปิ้งแบรนด์หรูแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นมา
“คิดจะเปลี่ยนลุคมาสู้ฉันเหรอ พราว?” มินตราก้าวเข้ามาหาด้วยฝีเท้าที่หนักแน่น ใบหน้าสวยจัดนั้นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ “ถึงเธอจะเอาเปลือกนอกราคาแพงมาสวมทับ แต่สันดานเฉิ่มๆ ของเธอก็ไม่มีวันเปลี่ยนไปได้หรอก... น่าสมเพชจริงๆ ที่ต้องให้ผู้ชายมาคอยช่วยซื้อของให้ถึงจะกล้าเดินเชิดหน้าได้ขนาดนี้”
พราวหยุดชะงัก หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำเหมือนกลองรบ ความรู้สึกหวาดกลัวแบบเดิมๆ เริ่มก่อตัวขึ้นในอก แต่วินาทีที่เธอกำลังจะก้มหน้าหลบสายตา คณินก็ก้าวเข้ามาขวางหน้าเธอไว้ เขาสบตากับมินตราด้วยท่าทีที่นิ่งสงบเกินคาด
“ขอบคุณที่เตือนนะมินตรา” คณินเอ่ยเสียงเรียบ “แต่ก็นะ... บางทีการที่คนคนหนึ่งยอมเปลี่ยนตัวเองเพื่อสิ่งที่ดีกว่า มันก็ยังน่ามองกว่าคนที่ยึดติดอยู่กับความริษยาจนไม่เหลือเวลาไปพัฒนาตัวเองเลยสักนิด”
มินตราอ้าปากค้าง หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัด ขณะที่พราวยืนตัวตรง มองข้ามไหล่ของคณินไปสบตาคู่แข่งของเธอโดยไม่หลบสายตาอีกต่อไป
แต่ทว่า... ในจังหวะที่มินตรากำลังจะตอบโต้ เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังพวกเขา เป็นฝีเท้าที่หนักแน่นและดูมีอำนาจจนทำให้ทุกคนในบริเวณนั้นต้องหันไปมอง
“ดูเหมือนว่าวันนี้จะมีเรื่องสนุกๆ เกิดขึ้นในร้านของผมนะครับ” ชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบกริบเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่ดูไม่น่าไว้วางใจ “คณิน... พ่อไม่ได้สอนให้ลูกมาเดินห้างกับเด็กที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าแบบนี้หรอกนะ”
พราวหน้าถอดสีทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของผู้ชายคนนั้น นี่คือคุณพ่อของคณิน... ผู้ชายที่อยู่เบื้องหลังอำนาจมืดของโรงเรียนที่เธอเรียนอยู่ และสายตาที่เขามองมาที่เธอนั้น... มันไม่ใช่สายตาของผู้ใหญ่ที่มองเด็ก แต่มันคือสายตาของคนที่พร้อมจะขยี้มดปลวกให้ตายคามือ
พีชชี่เบอร์รี่หวังว่านักอ่านทุกคนจะร่วมเอาใจช่วยพราวในสถานการณ์ที่บีบคั้นหัวใจนี้ไปด้วยกันนะคะ
สลับร่างมาสวยพลิกชีวิตรักยัยเฉิ่ม•ตอนที่ 18
ช็อปปิ้งเปลี่ยนสไตล์
ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลับร่างมาสวยพลิกชีวิตรักยัยเฉิ่ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!