“ถ้าเธอยังจ้องกล้องตัวนั้นด้วยสายตาแบบเดิม ต่อให้ศัลยกรรมจนสวยระดับนางฟ้า ความมั่นใจของเธอก็ไม่มีวันเติบโตขึ้นหรอกนะ พราว”
เสียงทุ้มต่ำของคณินดังขึ้นชิดข้างหู ท่ามกลางเสียงอึกทึกของนักเรียนนับร้อยที่กำลังวุ่นวายกับการจัดกระเป๋าขึ้นรถบัสไปค่ายกิจกรรม พราวสะดุ้งสุดตัวจนสมุดบันทึกในมือร่วงลงพื้น เธอหันไปสบตาเขา—ดวงตาคมเข้มที่มักจะฉายแววเย็นชา บัดนี้กลับมีประกายบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก
“คุณ... คุณพูดเรื่องอะไรคะ?” พราวถามเสียงสั่น พลางรีบก้มลงเก็บสมุด แต่ทว่ามือนุ่มของเธอถูกมือหนาของคณินคว้าไว้ก่อน
คณินไม่ได้ปล่อยมือ เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ยังคงมีความระแวงเจืออยู่ “ภาพถ่ายนั่น... ฉันรู้ว่าเธอเห็นมันแล้ว”
หัวใจของพราวหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความรู้สึกเหมือนถูกกระชากหน้ากากที่เธอพยายามสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบาก ภาพถ่ายในมุมมืดที่เธอเห็นเมื่อคืนยังคงติดตา เงาคนคนนั้นที่เธอยังปักใจเชื่อไม่ได้ว่าเป็นใคร ยิ่งทำให้ความมั่นใจที่สะสมมาพังทลายลงในพริบตา เธอพยายามดึงมือออก แต่คณินกลับกระชับแน่นขึ้น
“ขึ้นรถเถอะ กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ครั้งนี้ไม่ได้มีไว้แค่ให้ทำความรู้จักกัน แต่มีไว้เพื่อให้เธอรู้จัก ‘ศัตรู’ ที่ซ่อนอยู่ในหมู่พวกเราด้วย”
เขาปล่อยมือแล้วเดินนำขึ้นรถไป ทิ้งให้พราวยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางลานจอดรถ สายตาของเธอเหลือบไปเห็นมินตราที่ยืนกอดอกพิงเสาห่างออกไป รอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปากของหญิงสาวคนนั้นทำให้พราวหนาวสะท้านไปถึงกระดูก มินตราไม่ได้มองแค่เธอ แต่กำลังจ้องไปที่จุดที่คณินเพิ่งยืนอยู่ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความริษยาอย่างปิดไม่มิด
ภายในรถบัส บรรยากาศอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะของวัยรุ่น แต่สำหรับพราว ทุกจังหวะการหมุนของล้อรถดูเหมือนจะเป็นการนับถอยหลังสู่ความพินาศ เธอถูกจัดให้นั่งคู่กับคณินตามคำสั่งของอาจารย์ที่เน้นการทำงานเป็นกลุ่มข้ามสาย
“ทำไมต้องเป็นคุณ?” พราวถามขึ้นขณะที่รถเคลื่อนตัวออกจากโรงเรียน พยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น
“เพราะในกลุ่มนี้ ไม่มีใครกล้าบอกความจริงกับเธอเท่าฉันอีกแล้ว พราว” คณินพิงศีรษะกับเบาะ หลับตาลงเหมือนคนอ่อนเพลีย “และเพราะฉันไม่อยากให้เธอกลายเป็นเหยื่อของ ‘คนใกล้ตัว’ ที่ชอบล่าภาพถ่ายความล้มเหลวของคนอื่นไปประจาน”
“คุณรู้อะไรมาใช่ไหมคะ? บอกฉันมาเถอะ” พราวรุกเร้า เธอเริ่มเหนื่อยกับการต้องวิ่งไล่ตามความจริงที่เหมือนหมอกควัน
คณินลืมตาขึ้นช้าๆ สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจัง “เธอคิดว่าใครกันที่รู้รหัสล็อกเกอร์เธอ? ใครกันที่รู้ว่าเธอจะไปห้องซ้อมดนตรีในตอนเย็นวันนั้น? คนที่อยู่ใกล้เธอที่สุด มักจะเป็นคนที่อยากเห็นเธอจมลงไปมากกว่าใครเพื่อน”
คำพูดของเขาเหมือนมีดที่กรีดลงบนความไว้ใจ พราวหวนนึกถึงภาพถ่ายใบนั้น เงาของคนที่ถือกล้อง... รูปทรงไหล่ที่คุ้นเคย กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่เธอมักจะได้กลิ่นเวลาอยู่กับเพื่อนสนิทบางคน ความหวาดระแวงเริ่มกัดกินจิตใจของเธอ
เมื่อถึงที่พักกลางป่า กิจกรรมแรกเริ่มขึ้นทันที คือการเดินป่าแบบกลุ่มสัมพันธ์ พราวถูกจับกลุ่มร่วมกับมินตราและเพื่อนสนิทของอีกฝ่าย มินตราเดินเข้ามาหาเธอด้วยท่าทางร่าเริงผิดปกติจนน่ากลัว
“ว้าว พราว ดูสิว่าใครจะไปคิดว่าคนที่เคยเฉิ่มเบอะอย่างเธอจะกล้ามาค่ายแบบนี้” มินตราเอื้อมมือมาจับแขนพราวแน่นจนเล็บจิกเนื้อ “ระวังตัวหน่อยนะจ๊ะ ช่วงนี้ยิ่งมีคนจ้องจะถ่ายรูปเอาไปทำเรื่องสนุกๆ อยู่ด้วย เดี๋ยวภาพหลุดชุดใหม่จะออกมาไม่สวยเอา”
พราวขืนตัวออก “ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมต้องกลัวคะ?”
“ความผิดไม่ได้วัดที่การกระทำหรอกนะจ๊ะ แต่วัดที่ ‘ความโง่’ ของคนที่ชอบหลงเชื่อใจคนอื่น” มินตรากระซิบชิดหู ก่อนจะแกล้งสะดุดขาตัวเองแล้วผลักพราวให้เสียหลักถลาลงไปในพงหญ้าข้างทางที่ค่อนข้างลึก
“ว้าย!” พราวร้องลั่น ล้มลงไปพร้อมกับเสียงกิ่งไม้หักดังสนั่น
มินตราแสร้งทำเป็นตกใจ “ตายแล้ว! พราว เธอเป็นอะไรไหม? ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ!”
ทว่าในวินาทีที่พราวเงยหน้าขึ้นมาท่ามกลางความเจ็บปวด เธอกลับเห็นคณินที่เดินตามมาข้างหลังพุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนเธอไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะไถลลงไปลึกกว่าเดิม สายตาของคณินไม่ได้มองที่พราว แต่เขากำลังจ้องเขม็งไปที่โทรศัพท์ในมือของมินตราที่มีแสงแฟลชวูบขึ้นมาเหมือนเพิ่งถ่ายภาพอะไรบางอย่างไป
“ลบมันทิ้งซะ มินตรา” คณินสั่งเสียงเรียบแต่ทรงพลังจนมินตราหน้าถอดสี
“ฉันทำอะไร? นายพูดเรื่องอะไรของนาย คณิน!” มินตราแสร้งโวยวาย
“อย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำ ว่าภาพที่เธอเพิ่งถ่ายไปน่ะ... มันไม่คุ้มหรอกถ้าต้องแลกกับการที่ทุกคนรู้ว่า ‘กล้อง’ ตัวที่ใช้ถ่ายพราวในวันนั้น มาจากที่ไหน”
คณินปล่อยมือจากพราวแล้วเดินตรงเข้าไปหามินตรา ท่ามกลางความเงียบงันของทุกคนในกลุ่ม พราวที่นั่งเจ็บอยู่บนพื้นได้แต่มองภาพนั้นด้วยหัวใจที่เต้นรัว เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงต้องทำตัวเย็นชาต่อหน้าทุกคน
มินตราแค่นหัวเราะ “นายกล้าหักหลังฉันเหรอ? เพื่อยัยเฉิ่มนี่เนี่ยนะ?”
“ไม่ใช่เพื่อยัยเฉิ่ม” คณินหันกลับมามองพราวด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเป็นความอ่อนโยนเพียงครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับมินตราอีกครั้ง “แต่เพื่อความถูกต้องที่เธอไม่เคยรู้จัก”
ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยของค่ายก็ดังลั่นทั่วป่า ทุกคนต่างหันไปมองต้นเสียงที่มาจากบริเวณที่พัก ซึ่งมีควันไฟพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าสีคราม คณินชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะคว้าข้อมือพราวแล้วตะโกนบอกทุกคนให้ถอย
“มีคนจงใจวางเพลิง!” คณินตะโกน “เป้าหมายไม่ได้มีแค่พราว แต่มันคือทุกคนในค่ายนี้!”
พราวหน้าซีดเผือด เมื่อเห็นเงาตะคุ่มของใครบางคนวิ่งหายเข้าไปในป่าลึกจากจุดที่เกิดไฟไหม้ และที่สำคัญที่สุด... ในมือของเงาคนนั้น ถือกล้องตัวเดียวกับที่ปรากฏอยู่ในภาพถ่ายปริศนาใบนั้นไม่ผิดเพี้ยน!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับพราวในทุกๆ ตอนนะคะ พีชชี่เบอร์รี่สัญญาว่าจะพาไปหาความจริงที่คาดไม่ถึงในตอนหน้าค่ะ!
สลับร่างมาสวยพลิกชีวิตรักยัยเฉิ่ม•ตอนที่ 40
งานกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์
ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลับร่างมาสวยพลิกชีวิตรักยัยเฉิ่ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!