“อย่าไปทางนั้น... มันอันตราย พราว!”
เสียงทุ้มต่ำของคณินตะโกนก้องท่ามกลางความเงียบงันของป่าดิบชื้นที่ดูเหมือนจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง พราวหยุดกึก หัวใจของเธอยังคงเต้นรัวแรงไม่ต่างจากกลองรบเมื่อไม่กี่นาทีก่อน เงาตะคุ่มที่ถือกล้องตัวนั้นหายไปในความมืดมิดของแมกไม้ ทิ้งไว้เพียงกลิ่นเหม็นไหม้จางๆ ที่ตลบอบอวลอยู่ในอากาศ
“ฉันเห็นมันจริงๆ นะคณิน... คนคนนั้นถือกล้องเหมือนในรูปเป๊ะ!” พราวหันกลับมาหาเขา น้ำเสียงสั่นเครือแต่แฝงด้วยความมุ่งมั่นที่เปลี่ยนไปจากยัยเฉิ่มคนเดิมที่เคยเอาแต่ก้มหน้า
คณินก้าวเข้ามาประชิด เขามองลึกเข้าไปในดวงตาที่ฉายแววตื่นตระหนกของเธอ ก่อนจะคว้าข้อมือเล็กไว้แน่น “ไม่ว่ามันจะเป็นใคร ตอนนี้เราต้องกลับไปรวมกลุ่มก่อน ถ้าเราหายไปตอนนี้ มินตราได้หาเรื่องเล่นงานเธอไม่จบสิ้นแน่ และที่สำคัญ... เราไม่รู้ว่ามันมีพวกกี่คน”
พราวกัดริมฝีปากแน่น ความหวาดกลัวเริ่มถูกแทนที่ด้วยความสับสน เธอเป็นเพียงเด็กสาวที่พยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อที่จะมีความสุข แต่ทำไมปริศนาที่เธอพยายามจะหลีกเลี่ยงกลับวิ่งเข้าหาเธอเสียเอง ราวกับมีใครบางคนตั้งใจจะปั่นหัวเธอเล่น
ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจะหันหลังเดินกลับเส้นทางเดิม ทันใดนั้น... เสียงกิ่งไม้หักดังสนั่นจากเบื้องหลัง พราวเสียหลักก้าวพลาดเข้ากับรากไม้ใหญ่ที่โผล่พ้นดิน ร่างของเธอเซถลาลงไปในหลุมดินโคลนที่ลึกลงไปจากเส้นทางเดินหลัก
“พราว!”
ความเจ็บปวดแล่นแปลบเข้าที่ข้อเท้าจนพราวหน้าซีดเผือด เธอพยายามจะลุกขึ้นแต่ความเจ็บปวดมหาศาลทำให้ต้องทรุดตัวลงไปอีกครั้ง “โอ๊ย... เจ็บ...”
คณินรีบกระโดดลงไปข้างล่างโดยไม่ลังเล เขาขยับเข้ามาใกล้จนพราวสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของเขา กลิ่นหอมสะอาดแบบผู้ชายที่คุ้นเคยช่วยปลอบประโลมความตื่นตระหนกได้บ้าง เขาไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่าการจับข้อเท้าของเธออย่างเบามือ สายตาคมกริบคู่นั้นเปลี่ยนจากความดุดันเป็นความห่วงใยที่ปิดไม่มิด
“ข้อเท้าพลิก... รอยบวมแดงเริ่มขึ้นแล้ว” เขาพึมพำ ก่อนจะหันมามองเธอ “ขี่หลังผมมา”
“ไม่เป็นไรค่ะ... ฉันพยายามเดินเองได้” พราวพยายามปฏิเสธ เธอไม่อยากเป็นตัวภาระ ยิ่งในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความระแวงแบบนี้ ยิ่งไม่อยากให้คณินต้องมาลำบากเพราะเธอ
“อย่าดื้อได้ไหมพราว” คณินขัดขึ้น น้ำเสียงเข้มแต่แฝงความนุ่มนวลอย่างที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน “ในสถานการณ์แบบนี้ ความเฉยเมยไม่ใช่ความเท่ แต่มันคือความโง่ เธออยากให้ใครมาเจอเราในสภาพนี้งั้นเหรอ หรืออยากให้มินตรามาเห็นเธอในสภาพน่าสมเพชแบบนี้จริงๆ?”
คำพูดของเขาเหมือนหมัดฮุคที่ซัดเข้ากลางใจ พราวชะงัก เธอเคยเป็นคนที่ถูกล้อเลียนเรื่องรูปร่างและความเฉิ่ม แต่วันนี้... แม้ร่างกายจะยังไม่ได้สวยสมบูรณ์แบบตามมาตรฐานสังคม แต่หัวใจของเธอเริ่มแข็งแกร่งขึ้นมากพอที่จะยอมรับความช่วยเหลือของเขา
เธอค่อยๆ เอนกายพิงหลังกว้างของคณิน สัมผัสถึงความมั่นคงที่เขามอบให้ ในขณะที่เขากระชับขาของเธอไว้แน่น พราวอดไม่ได้ที่จะซบหน้าลงบนไหล่กว้างนั้น กลิ่นป่าไม้ผสมผสานกับกลิ่นกายของเขาทำให้เธอมั่นใจขึ้นมาอย่างประหลาด
ระหว่างทางกลับไปจุดพัก คณินเดินอย่างมั่นคง แม้พราวจะไม่ได้พูดอะไร แต่เขากลับเป็นฝ่ายทำลายความเงียบ “เรื่องที่เธอเห็น... กล้องตัวนั้น... เธอคิดว่ามันเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ใช่ไหม?”
พราวขยับตัวเล็กน้อย “ฉันแค่รู้สึกว่าทุกอย่างมันถูกวางแผนไว้แล้วคณิน เหมือนกับว่ามีคนคอยจ้องมองทุกก้าวที่เราเดิน... เหมือนกับว่าฉันกำลังอยู่ในเกมที่ฉันไม่รู้กฎกติกาเลย”
“ถ้ามันเป็นเกม เราก็ต้องเป็นคนกำหนดกติกาเอง” คณินตอบสั้นๆ แต่หนักแน่น “ผมจะไม่ปล่อยให้ใครทำร้ายเธออีก ไม่ว่ามันจะเป็นคน หรือเป็นเพียงภาพหลอนที่เธอกลัว”
เมื่อทั้งคู่เดินใกล้ถึงบริเวณที่ตั้งแคมป์ เสียงหัวเราะของมินตราก็ดังแทรกความเงียบของป่าเข้ามา มินตรากำลังยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มเพื่อนสนิท แต่งตัวด้วยชุดเดินป่าที่ดูแพงระยับ สายตาของหล่อนกวาดมองไปรอบๆ อย่างไร้จุดหมาย ก่อนจะมาหยุดที่พราวและคณินที่เดินมาด้วยกัน
มินตราหรี่ตามองด้วยความไม่พอใจ “อ้าว... หายไปไหนกันมาคะคณิน? ปล่อยให้มินรอตั้งนาน นึกว่าหลงป่ากันไปซะแล้ว... ยิ่งยัยนี่ดูเงอะงะอยู่ด้วย”
พราวรู้สึกถึงแรงกระชับที่คณินมีต่อขาของเธอ เขายังคงไม่ยอมวางเธอลง เขาเงยหน้ามองมินตราด้วยสายตาที่เย็นชา “เราไม่ได้หลง มินตรา... เราแค่เจอสิ่งที่น่าสนใจกว่าการนั่งรออยู่เฉยๆ”
คณินเดินผ่านมินตราไปโดยไม่หันกลับไปมอง ทิ้งให้ดาวโรงเรียนยืนหน้าชาด้วยความอับอาย พราวแอบมองสีหน้าของมินตราจากไหล่ของคณิน เห็นแววตาอาฆาตมาดร้ายที่หล่อนส่งมาให้ แต่พราวกลับไม่รู้สึกกลัวเหมือนเคย เธอรู้สึกได้ถึงพลังที่คณินมอบให้
จนกระทั่ง... เมื่อคณินวางพราวลงที่เก้าอี้สนามหน้าเต็นท์ของเธอ เขาก็ต้องชะงักไปเมื่อเห็นบางอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะพับหน้าเต็นท์นั้น
มันคือ "รูปถ่าย" ใบหนึ่งที่ถูกวางไว้ให้เห็นเด่นชัด บนพื้นหลังรูปนั้นคือภาพของพราวในขณะที่กำลังเดินป่าเมื่อช่วงบ่าย แต่ที่น่าขนลุกคือ... ในภาพนั้น พราวกำลังถูกถ่ายจากมุมที่ไม่มีใครยืนอยู่!
และที่มุมภาพด้านล่าง มีข้อความเขียนด้วยลายมือตัวบรรจงที่อ่านแล้วใจสั่นสะท้าน: *“ถึงเธอจะสวยขึ้นแค่ไหน... แต่เงาของเธอก็ยังหนีไม่พ้นอดีตที่โสมมอยู่ดี พราว”*
พราวตัวชาไปทั้งตัว ความกลัวไม่ได้มาจากศัตรูที่มองเห็น แต่มาจากความลับที่ดูเหมือนจะไม่มีใครรู้... นอกจากคนคนนั้น
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับพราวในทุกๆ ตอนนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ - พีชชี่เบอร์รี่
สลับร่างมาสวยพลิกชีวิตรักยัยเฉิ่ม•ตอนที่ 41
กิจกรรมเดินป่าท้าทาย
ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลับร่างมาสวยพลิกชีวิตรักยัยเฉิ่ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!