สลับร่างมาสวยพลิกชีวิตรักยัยเฉิ่ม•ตอนที่ 39

การเปลี่ยนแปลงภายในที่แท้จริง

ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
"หนูพราว... พ่อว่าเราคุยกันเรื่องนี้ได้นะ" เสียงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามสั่นเครือเล็กน้อย เขาพยายามขยับกรอบแว่นสายตาที่ดูขัดกับสีหน้าวิตกกังวลบนใบหน้า พรีพราวนิ่งงัน มือที่กุมแก้วโกโก้เย็นเริ่มชื้นเหงื่อ เธอไม่ได้รู้สึกถึงความอบอุ่นจากครอบครัวเหมือนที่เคยคาดหวัง แต่มันกลับเป็นความรู้สึกประหลาดที่เหมือนกำแพงหนาเตอะกำลังพังทลายลง "พ่อไม่ได้มาที่นี่เพื่อบอกให้หนู 'กลับไปเป็นเหมือนเดิม' ใช่ไหมคะ" พราวถาม เสียงของเธอราบเรียบ หากแต่ในแววตาสั่นไหวด้วยความกลัวลึกๆ ที่ซ่อนอยู่ "พ่อแค่... พ่อแค่รู้สึกว่าหนูเปลี่ยนไปมาก จนพ่อตามไม่ทัน พ่อจำไม่ได้แล้วว่าลูกสาวของพ่อที่เคยขดตัวอยู่ในมุมห้องคนนั้นหายไปไหน" พราวหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความสุข ก่อนจะวางแก้วลงบนโต๊ะไม้จนเกิดเสียงดัง 'กริ๊ก' เธอเงยหน้าขึ้น สบตาชายผู้เป็นพ่อด้วยความเด็ดเดี่ยวที่เธอเองก็เพิ่งค้นพบว่ามันซ่อนอยู่ข้างใน "ลูกสาวคนนั้นไม่ได้หายไปไหนหรอกค่ะพ่อ เขาแค่ตายไปแล้ว... ตายไปพร้อมกับความเชื่อที่ว่า ถ้าหนูทำตัวให้เล็กลง ยอมให้คนอื่นเหยียบย่ำ แล้วหนูจะเป็นที่รักมากขึ้น" ความเงียบเข้าปกคลุมร้านกาแฟเล็กๆ ที่มุมตึก คณินที่ยืนพิงเสาอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะนั้นสังเกตเห็นทุกอิริยาบถ เขาเห็นพราวไม่ได้ก้มหน้าหลบสายตาเหมือนเมื่อก่อน เธอไม่ได้ลนลานเมื่อเจอคำถามกดดัน แต่เขากลับเห็น 'ประกาย' ในแววตาของเธอ—ประกายที่เกิดจากการยอมรับตัวเองในแบบที่เป็น ทั้งข้อดีที่เปล่งประกายและรอยแผลที่ยังไม่จางหาย ในตอนนั้นเอง มินตราก้าวเข้ามาในร้านด้วยท่วงท่าที่มั่นใจเกินร้อย เธอหยุดชะงักเมื่อเห็นพราวอยู่กับพ่อของเธอ ก่อนจะแค่นยิ้มมุมปากแล้วเดินเข้ามาทักทายอย่างถือดี "อ้าว พราว... มานั่งกับคุณพ่อเหรอคะ? นึกว่าวันนี้เธอจะมัวแต่ยุ่งกับการลดน้ำหนักหรือทำโปรไฟล์ให้ดู 'สมบูรณ์แบบ' จนไม่มีเวลาให้ครอบครัวเสียอีก" มินตราวางกระเป๋าแบรนด์เนมลงบนโต๊ะพลางปรายตามองชุดที่พราวสวมใส่อย่างดูถูก พราวไม่ตอบโต้ด้วยอารมณ์ เธอเพียงแค่ขยับตัวนั่งหลังตรง รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนมุมปาก "คนเราให้เวลากับสิ่งที่สำคัญที่สุดเสมอค่ะมินตรา และตอนนี้... การให้ความสำคัญกับความรู้สึกของตัวเองและการซื่อสัตย์กับครอบครัว คือสิ่งที่พราวให้ค่ามากกว่าการพยายามทำตัวให้ถูกใจคนอื่นแบบที่เธอทำ" คำพูดที่เรียบง่ายแต่เชือดเฉือนนั้นทำให้มินตราถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง "อย่ามาทำเป็นพูดดีไปหน่อยเลย พราว" มินตราโน้มตัวเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงฟุ้งกระจายจนพราวรู้สึกฉุนกึก "ความมั่นใจที่เธอกำลังสร้าง มันก็แค่เปลือกนอก เดี๋ยวพอมันลอกออก เธอก็คือยัยเฉิ่มคนเดิมที่ใครๆ ก็สมเพชอยู่ดี" พราวมองลึกลงไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความริษยาของมินตรา เธอเข้าใจแล้ว... มินตราไม่ได้เกลียดเธอหรอก แต่มินตราเกลียดที่เห็นพราวกล้าที่จะหลุดพ้นจากกรงขังที่เธอสร้างขึ้นมาเพื่อกักขังตัวเองต่างหาก "ถ้าเปลือกนอกมันลอกออก สิ่งที่อยู่ข้างในก็คือตัวตนที่แท้จริงของฉันค่ะ" พราวพูดเสียงหนักแน่น "ซึ่งอย่างน้อย มันก็ไม่ใช่ตัวตนที่ต้องคอยพึ่งพาการกดคนอื่นให้ต่ำลงเพื่อให้ตัวเองดูสูงขึ้นแบบเธอนะคะ" บรรยากาศเริ่มคุกรุ่น คณินที่เห็นท่าไม่ดีจึงก้าวเข้ามาหยุดระหว่างสองสาว เขาหันไปสบตาพราวด้วยสายตาที่อบอุ่นและให้กำลังใจ ก่อนจะหันมามองมินตราด้วยแววตาเย็นชา "มินตรา... กลับไปเถอะครับ ก่อนที่คำพูดของเธอจะทำให้ภาพลักษณ์ที่เธอพยายามรักษาไว้มันพังลงไปมากกว่านี้" มินตรากำมือแน่นจนสั่น เธอหันหลังเดินกระทืบเท้าออกจากร้านไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมา พ่อของพราวมองลูกสาวด้วยความตกตะลึง เขาไม่เคยเห็นลูกสาวคนนี้มาก่อน ลูกสาวที่แกร่งกล้าและมีพลังดึงดูดอย่างประหลาด "พ่อคะ..." พราวเริ่มพูดขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงของเธออ่อนลง "หนูไม่ได้เปลี่ยนไปเพราะหนูอยากสวยขึ้นหรอกนะคะ หนูเปลี่ยนไปเพราะหนูเริ่มที่จะ 'รัก' ตัวเองได้จริงๆ ในวันที่พ่อยอมมองเห็นหนู ไม่ใช่เพราะรูปลักษณ์ แต่เพราะจิตใจของหนู... หนูถึงจะมีความสุขอย่างแท้จริง" พ่อของพราวนิ่งไปนานก่อนจะหยิบรูปใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มันเป็นรูปถ่ายครอบครัวเมื่อสิบปีก่อน ในรูปนั้นพราวตอนเด็กกำลังยิ้มกว้างจนตาปิด แม้จะไม่ได้สวยงามตามพิมพ์นิยม แต่เธอดูมีความสุขที่สุดในโลก "พ่อเพิ่งเข้าใจ..." เขาพูดเบาๆ พร้อมกับน้ำตาที่คลอเบ้า "ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา พ่อหลงลืมมองดูรอยยิ้มของลูกไปเสียสนิท" ในจังหวะที่พราวรู้สึกว่าทุกอย่างกำลังจะเริ่มใหม่ได้ด้วยดี เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น เป็นข้อความจากเบอร์แปลกที่ไม่ระบุชื่อตัวตน พราวหยิบขึ้นมาดูด้วยความสงสัย แต่เมื่ออ่านเนื้อความบนหน้าจอสีหน้าของเธอก็ซีดเผือดลงทันที ข้อความนั้นเขียนว่า: *"ยินดีด้วยที่เริ่มยอมรับตัวเองได้แล้วนะพราว แต่ลืมไปหรือเปล่า... ว่าความลับเรื่อง 'ตัวจริง' ของเธอในวันนั้น มันไม่ได้จบลงแค่ที่โรงเรียนหรอกนะ"* พร้อมกับภาพถ่ายจากมุมมืดที่เผยให้เห็นพราวในวันที่เธอตัดสินใจเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเอง ภาพนั้นถ่ายจากระยะไกล แต่ชัดเจนจนเห็นใบหน้าหวาดกลัวของเธอในวันแรกที่ก้าวออกมาจากเซฟโซน... และที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือเงาของคนที่ยืนถือกล้องอยู่ในมุมมืดของภาพนั้น มันคือคนใกล้ตัวที่เธอคาดไม่ถึงที่สุด พีชชี่เบอร์รี่หวังว่าบทนี้จะทำให้หัวใจของรี้ดเดอร์เต้นแรงไปพร้อมกับพราวนะคะ!
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลับร่างมาสวยพลิกชีวิตรักยัยเฉิ่ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%