สลับร่างมาสวยพลิกชีวิตรักยัยเฉิ่ม•ตอนที่ 11

คณินสังเกตเห็นความผิดปกติ

ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
“ถอยไปให้พ้นทางพราว ถ้ายไม่อยากเห็นอะไรที่มันน่าสมเพชกว่าการที่คุณยืนบื้ออยู่อย่างนี้” น้ำเสียงเหยียดหยามของมินตรากรีดผ่านอากาศข้างหูพราวใจไปเหมือนมีดกรีดลงบนแผ่นกระดาษ พราวใจไม่ได้ขยับตัวทันที เธอทำเพียงแค่จ้องมองเงาร่างของคนที่ยืนอยู่บนระเบียงตึกชั้นสามนั่น... คณิน เขายืนกอดอกนิ่ง ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องลงมายังเหตุการณ์ในสนามราวกับกำลังดูละครฉากหนึ่งที่เขาเป็นผู้กำกับเอง พราวใจกำมือแน่น ความกลัวที่เคยเป็นเหมือนโซ่ตรวนล่ามเธอไว้เริ่มสั่นคลอน เธอไม่ใช่คนเดิมที่ก้มหน้ายอมรับชะตากรรมอีกต่อไป ทว่าในวินาทีที่เธอตัดสินใจจะสวนกลับ แผ่นหลังของเธอกลับปะทะเข้ากับกำแพงตึกอย่างจัง มินตรากระชากไหล่เธอแรงๆ จนตัวเซ “มองอะไรคะ? หรือว่าสำนึกได้แล้วว่าตัวเองน่ะไม่มีที่ยืนในโรงเรียนนี้?” มินตราหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แฝงไปด้วยความสะใจ พราวใจเงยหน้าขึ้น สบตากับดาวโรงเรียนผู้สมบูรณ์แบบด้วยสายตาที่นิ่งเรียบจนอีกฝ่ายชะงัก เธอไม่ได้ตัวสั่นเทาเหมือนทุกครั้งที่โดนรังแก แต่นัยน์ตาของเธอกลับมีความวาวโรจน์บางอย่างซ่อนอยู่ พราวใจดึงข้อมือตัวเองออกจากการเกาะกุมของมินตราอย่างใจเย็น เธอไม่ตอบโต้อะไร แต่เดินเลี่ยงออกไปทิศทางตึกเรียนทันที โดยที่รู้ดีว่าทุกย่างก้าวของเธอกำลังถูกจับจ้องจากสายตาคู่หนึ่งบนชั้นสาม คณินลดมือลงจากระเบียง เขาขมวดคิ้วแน่น แววตาที่เคยเฉยชาต่อทุกสิ่งรอบข้างกลับฉายประกายความฉงน พราวใจในวันนี้... แตกต่างไปจากพราวใจที่เขาเคยเห็นเมื่ออาทิตย์ก่อนอย่างสิ้นเชิง ท่าทางการเดินที่เคยไหล่ห่อค่อมลดลง ความมั่นใจที่แผ่ออกมาเงียบๆ นั่นคืออะไรกัน? เขารีบก้าวเดินลงบันไดด้วยความเร็วที่มากกว่าปกติ เพียงเพื่อจะไปดักรอที่โถงทางเดินชั้นสอง ความรู้สึกบางอย่างบอกเขาว่า เด็กสาวคนนี้กำลังซ่อน 'ความลับ' ที่น่าสนใจเอาไว้ “เฮ้ พราวใจ” คณินเอ่ยเรียกสั้นๆ ในขณะที่พราวใจกำลังจะก้าวผ่านมุมเสา ร่างอวบที่กำลังรีบเดินชะงักกึก เธอหยุดหายใจไปครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆ หันกลับมา คณินพิงไหล่กับผนัง กอดอกมองเธอด้วยสายตาที่เหมือนจะทะลุเข้าไปถึงข้างใน “มีอะไรหรือเปล่าคะคุณคณิน?” น้ำเสียงของพราวใจราบเรียบจนคณินต้องเลิกคิ้ว เขาเดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้จางๆ ที่ไม่ใช่กลิ่นแป้งเด็กราคาถูกที่เธอมักใช้ “เมื่อกี้... เธอไม่ได้ร้องไห้” เขาพูดเข้าประเด็นทันที สายตาของเขาจ้องเขม็งไปที่รอยแดงบริเวณข้อมือของเธอ “ปกติเธอต้องร้องไห้ตั้งแต่มินตราเริ่มพูดแล้วไม่ใช่เหรอ?” พราวใจเม้มริมฝีปาก เธอรู้ดีว่าคำถามนี้เป็นกับดัก ถ้าเธอตอบผิด ชีวิตที่เริ่มจะสงบสุขของเธอคงพังทลายลง “ถ้าการร้องไห้มันทำให้อะไรดีขึ้น พราวคงร้องไปนานแล้วค่ะ แต่มันไม่ได้ช่วยอะไร... และพราวก็ไม่อยากจะเสียเวลาชีวิตกับเรื่องไร้สาระพวกนั้นอีกแล้ว” คณินเงียบไป เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ พยายามค้นหาความสั่นไหว แต่สิ่งที่เขาพบกลับเป็นความมุ่งมั่นที่น่าประหลาดใจ เขาจำได้แม่นว่าเด็กสาวคนนี้คือคนที่มักจะหลบสายตาเขาเสมอ แต่ในวันนี้เธอกลับจ้องตอบเขาอย่างตรงไปตรงมา “เปลี่ยนไปเยอะนะ” เขาพึมพำ น้ำเสียงไม่ได้ตั้งใจจะประชด แต่เป็นเชิงสังเกตการณ์ “เหมือนกับว่า... เธอตัดสินใจจะทิ้งตัวตนเก่าๆ ของเธอไปตั้งแต่เมื่อไหร่?” พราวใจหัวเราะเบาๆ ในลำคอ “คนเราก็ต้องมีจุดเปลี่ยนบ้างไม่ใช่เหรอคะ? หรือคุณคณินคิดว่าพราวควรจะอยู่เฉยๆ ให้คนอื่นเขาเหยียบย่ำไปตลอดชีวิตล่ะคะ?” คำถามย้อนกลับที่แสนคมคายทำให้คณินถึงกับไปไม่เป็น เขาไม่เคยคาดคิดว่าคนอย่างพราวใจจะกล้าต่อปากต่อคำกับเขาได้ขนาดนี้ ยิ่งเขาพยายามมองทะลุผ่านความอ้วนกลมที่เป็นเปลือกนอก เขากลับยิ่งพบความอ่อนโยนและความฉลาดที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความไม่มั่นใจมานานปี ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดด้วยความอยากรู้อยากเห็นของคณิน เสียงฝีเท้าที่ดังมาจากมุมมืดของบันไดก็ขัดจังหวะขึ้นมา มินตราเดินออกมาด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว เธอได้ยินประโยคสุดท้ายของทั้งคู่ชัดเจน ดวงตาของเธอวาวโรจน์ด้วยความโกรธแค้นที่ถูกหักหน้า “นี่คณิน!” มินตราตะโกนเรียกก่อนจะเดินเข้ามาแทรกกลาง “อย่าไปเสียเวลากับขยะนี่เลยค่ะ กลับไปคุยเรื่องงานเต้นรำของเราดีกว่า” คณินไม่ได้หันไปมองมินตรา สายตาของเขายังคงจดจ้องที่พราวใจอย่างไม่ละวาง ราวกับว่าเขาไม่ได้ยินสิ่งที่มินตราพูดเลยแม้แต่นิดเดียว พราวใจเองก็รู้สึกถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไป เธอรู้ว่าตัวเองตกเป็นเป้าหมายที่ใหญ่กว่าเดิม แต่แทนที่จะกลัว เธอกลับรู้สึกถึงความตื่นเต้นที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว พราวขอตัวนะคะ” พราวใจหมุนตัวเตรียมเดินจากไป ทว่าคณินกลับคว้าแขนเสื้อของเธอไว้เบาๆ “เดี๋ยว...” คณินกระซิบเสียงต่ำจนมินตราต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งด้วยความตกใจ “พรุ่งนี้เช้า... เจอกันที่ห้องสมุด ห้ามสาย” มินตราเบิกตากว้างจนแทบถลน เธอไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองว่าคณินจะนัดยัยเฉิ่มนี่ไปที่ห้องสมุด พราวใจเองก็นิ่งค้างไปชั่วขณะ หัวใจของเธอเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก ความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนจะห่างไกลกลับกำลังขยับเข้ามาใกล้โดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว ทว่า ทันทีที่พราวใจก้าวเดินออกไปจากจุดนั้นเพียงไม่กี่ก้าว ข้อความปริศนาบนหน้าจอโทรศัพท์ของเธอก็สั่นรัวขึ้นมา มันเป็นข้อความจากเบอร์ที่ไม่ระบุตัวตน... ข้อความที่เขียนสั้นๆ ว่า 'อย่าคิดว่าความลับของเธอจะถูกซ่อนไว้ได้ตลอดไป... ยัยอ้วน' พราวใจหยุดชะงัก เธอกวาดสายตาไปรอบๆ อย่างหวาดระแวง และในจังหวะที่เธอหันไปมองเงามืดตรงสุดทางเดิน เธอก็เห็นใครบางคน... คนที่เธอคิดว่าน่าจะอยู่ห่างจากเรื่องนี้มากที่สุด กำลังยืนถือโทรศัพท์เครื่องหนึ่งอยู่! ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเปลี่ยนแปลงของพราวใจไปพร้อมๆ กับพีชชี่เบอร์รี่นะคะ แล้วมาลุ้นกันต่อในตอนหน้านะคะ!
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลับร่างมาสวยพลิกชีวิตรักยัยเฉิ่ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%