สลับร่างมาสวยพลิกชีวิตรักยัยเฉิ่ม•ตอนที่ 3

แผนการปฏิวัติตัวเองเริ่มต้น

ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
“ถ้าคิดว่าการยืนบื้ออยู่ตรงนั้นจะทำให้น้ำหนักลดลงได้ล่ะก็... ฉันว่าเธอควรเลิกหวังเสียตั้งแต่วินาทีนี้เลยดีกว่านะ พรีพราว” เสียงเย้ยหยันของมินตราดังขึ้นพร้อมกับเสียงรองเท้าส้นสูงที่ก้าวเข้ามาประชิดตัว กลิ่นน้ำหอมราคาแพงฟุ้งกระจายกลบกลิ่นเหงื่อจางๆ ของฉันจนน่าอึดอัด ฉันกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในอุ้งมือ สายตาของมินตราที่มองมานั้นเหมือนกำลังจ้องมองก้อนไขมันที่ขวางหูขวางตามากกว่าจะเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนคนหนึ่ง คณินไม่ได้พูดอะไร เขาแค่ยืนกอดอกพิงกำแพงอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว แววตาคมคู่นั้นยังคงจ้องเขม็งมาที่ฉัน—ไม่ใช่ที่มินตรา ไม่ใช่ที่ฝูงชนที่เริ่มมุงดู—แต่เป็นฉัน คนที่มักจะก้มหน้าหนีโลกเสมอ ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด ความสั่นคลอนในอกที่เกิดจากสายตาของคณินเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความฮึกเหิมอย่างประหลาด นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ถูกเหยียดหยาม แต่นี่จะเป็น ‘ครั้งสุดท้าย’ ที่ฉันจะยอมให้ใครมากำหนดค่าในตัวฉัน “ขอบคุณที่เตือนนะมินตรา” ฉันเงยหน้าขึ้น สบตากับดวงตาคู่สวยที่เบิกกว้างด้วยความตกใจเพราะไม่คิดว่ายัยเฉิ่มจะกล้าโต้ตอบ “แต่ฉันไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้เพื่อรอปาฏิหาริย์ ฉันยืนอยู่ตรงนี้... เพื่อเริ่มนับหนึ่งใหม่” ฉันหันหลังเดินออกจากห้องกิจกรรมโดยไม่สนสายตาใคร เสียงหัวเราะแหลมสูงของมินตราไล่หลังมา แต่ละก้าวที่เดินออกไปไม่ได้รู้สึกหนักอึ้งเหมือนเดิมอีกต่อไป ในหัวของฉันตอนนี้มีเพียงรายการสิ่งที่ต้องทำที่แล่นพุ่งเข้ามาไม่หยุด เย็นวันนั้น... ห้องนอนของฉันกลายเป็นสมรภูมิรบ ปฏิทินบนผนังถูกกากบาททับวันเวลาที่สูญเสียไป พื้นที่ว่างเพียงหยิบมือถูกใช้เป็นพื้นที่สำหรับออกกำลังกาย ฉันจ้องมองตัวเองในกระจกบานใหญ่ที่เคยพยายามหลีกเลี่ยง ไขมันส่วนเกินตามร่างกายดูขวางหูขวางตาไปหมด แต่แทนที่จะร้องไห้ ฉันกลับหยิบสมุดโน้ตขึ้นมาจดบันทึก *กฎข้อที่ 1: ตัดน้ำตาลทุกชนิด* *กฎข้อที่ 2: วิ่งให้ครบสามกิโลเมตรในทุกเย็น* *กฎข้อที่ 3: เลิกก้มหน้า... เพราะโลกนี้ไม่ได้มีแค่พื้นดิน* รองเท้าผ้าใบเก่าคร่ำคร่าถูกสวมลงบนเท้า ฉันก้าวออกไปที่สวนสาธารณะหลังโรงเรียน ช่วงแรกมันทรมานจนปอดแทบฉีกออกเป็นชิ้นๆ เหงื่อไหลซึมจนเสื้อยืดตัวโคร่งเปียกชุ่ม แต่ละก้าวที่ย่ำลงบนพื้นดินคือการประกาศสงครามกับความขี้เกียจของตัวเอง ฉันวิ่งผ่านกลุ่มคนที่ซุบซิบนินทา บางคนหัวเราะเยาะ แต่ฉันเลือกที่จะปรับจังหวะการหายใจให้มั่นคงขึ้น ‘หนึ่ง สอง... หนึ่ง สอง...’ ขณะที่กำลังหยุดพักหอบหายใจอยู่ข้างม้านั่งตัวยาว เสียงฝีเท้าที่สม่ำเสมอก็ดังใกล้เข้ามา ฉันเงยหน้าขึ้นด้วยใบหน้าที่แดงก่ำจากการออกแรง ก่อนจะพบกับแผ่นหลังกว้างของคนที่ฉันรู้จักดี คณินกำลังวิ่งเหยาะๆ อยู่ไม่ไกล เขาหยุดกึกแล้วหันมามอง ฉันตั้งท่าจะเดินหนี แต่เขากลับก้าวเข้ามาขวางหน้า “วิ่งแบบนั้นน่ะ... พังตั้งแต่วันแรกพอดี” คณินพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่แววตานั้นดูต่างออกไป เขาไม่ได้ล้อเลียน เขาแค่กำลัง... สังเกต? “ฉันไม่ได้ขอคำแนะนำ” ฉันโต้กลับ พยายามไม่ให้เสียงสั่น “รู้ แต่ถ้าจะทำอะไรสักอย่างให้สำเร็จ อย่าเริ่มด้วยความสะใจ แต่มันต้องเริ่มด้วยความเข้าใจ” เขาโยนขวดน้ำเย็นจัดมาให้ฉัน “ไปต่ออีกร้อยเมตรแล้วพอแค่นี้ อย่าหักโหมจนกล้ามเนื้อฉีก พรุ่งนี้เธอต้องตื่นมาเจอความปวดเมื่อย ถ้าไม่อยากถอดใจไปก่อน ก็รักษาสมดุลไว้” เขาทิ้งประโยคนั้นไว้ก่อนจะวิ่งห่างออกไป ทิ้งให้ฉันยืนถือขวดน้ำไว้แน่น ความอบอุ่นที่ปลายนิ้วกระจายไปทั่วร่างกาย ไม่ใช่เพราะอากาศร้อน แต่มันคือแรงผลักดันบางอย่างที่ฉันไม่เคยได้รับมาก่อน สามสัปดาห์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว—ความมุ่งมั่นที่เปลี่ยนเป็นวินัยเริ่มเห็นผล รูปร่างที่เคยกลมกลึงเริ่มเข้าที่เข้าทาง ความมั่นใจที่เคยถูกฝังกลบเริ่มเผยตัวออกมาผ่านแววตาที่สดใสขึ้น วันนี้ฉันก้าวเข้ามาในโรงเรียนด้วยความรู้สึกที่ต่างจากเดิม ฉันเดินผ่านล็อคเกอร์ มินตราที่เคยรุมล้อมด้วยพรรคพวกกำลังยืนดักรออยู่ แววตาของเธอเต็มไปด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด “ดูเหมือนยัยเฉิ่มจะแอบไปทำอะไรมานะ?” มินตราก้าวเข้ามาใกล้ กระซิบข้างหูฉันด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “อย่าคิดว่าแค่ลดน้ำหนักได้นิดหน่อยแล้วคณินจะหันมามองเธอเลยนะ พรีพราว... คนอย่างเธอก็แค่หมาวัดที่อยากใส่ชุดนางฟ้า” ฉันยิ้ม—ยิ้มที่ไม่ได้มาจากความกลัว แต่มาจากความเข้าใจในตัวตนใหม่ของฉัน ฉันกำลังจะเปิดปากสวนกลับ แต่จังหวะนั้นเอง ประตูล็อคเกอร์ข้างหลังมินตราก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง! ร่างสูงของคณินก้าวออกมา เขาไม่มองมินตราเลยสักนิด แต่กลับเดินตรงมาหยุดอยู่ตรงหน้าฉัน รัศมีความกดดันแผ่ออกมาจากตัวเขาจนมินตราต้องถอยกรูด เขาจ้องมองฉันด้วยแววตาที่ลึกซึ้งจนฉันเผลอกลั้นหายใจ ก่อนจะคว้าข้อมือฉันแล้วดึงให้เดินตามไปที่มุมอับสายตา “มีเรื่องจะบอก...” คณินกระซิบเสียงต่ำจนลมหายใจรดใบหู “สิ่งที่เธอทำอยู่... มันเริ่มน่าสนใจเกินไปแล้วนะ ระวังตัวให้ดี... เพราะตอนนี้ไม่ใช่แค่คนอื่นที่กำลังจับตาดูเธออยู่” เขาปล่อยข้อมือฉันแล้วเดินจากไป ทิ้งให้ฉันยืนนิ่งอยู่หน้าล็อคเกอร์ด้วยหัวใจที่เต้นรัวจนแทบหลุดออกมา... ก่อนที่สายตาของฉันจะเหลือบไปเห็น ‘บางอย่าง’ ที่ถูกแปะไว้ในล็อคเกอร์ของฉัน... มันคือรูปถ่ายของฉันตอนที่กำลังวิ่งอยู่ในสวนสาธารณะเมื่อคืน... แต่คนที่ถ่ายรูปนี้ไม่ใช่คนแปลกหน้า... แต่มันคือกล้องของ... มินตรา? ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับการค้นพบตัวเองของพรีพราวในบทนี้นะคะ, พีชชี่เบอร์รี่
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลับร่างมาสวยพลิกชีวิตรักยัยเฉิ่ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%