สลับร่างมาสวยพลิกชีวิตรักยัยเฉิ่ม•ตอนที่ 36

คำสารภาพกลายๆ

ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
"ถ้าอยากจะเล่นเกมนี้ต่อ ก็เชิญแสดงละครฉากต่อไปได้เลยนะคะมินตรา แต่ฉันบอกไว้ตรงนี้เลยว่า... อย่าได้แตะต้องพราวแม้แต่ปลายเล็บ" เสียงของคณินทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนบรรยากาศรอบตัวเหมือนจะลดอุณหภูมิลงไปหลายองศา พราวที่ยืนอยู่ด้านหลังแผ่นหลังกว้างของเขาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากน้ำเสียงนั้น มันไม่ใช่แค่คำขู่ แต่มันคือการประกาศเขตแดนที่ชัดเจนที่สุดเท่าที่เธอเคยได้รับมาตลอดชีวิต มินตราไม่ได้ตอบโต้ด้วยการกรีดร้องหรือโต้เถียง เธอเพียงแค่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ปลายเท้าที่สวมรองเท้าส้นสูงราคาแพงก้าวเข้ามาใกล้ระยะที่อันตราย เธอส่งยิ้มที่เคลือบไปด้วยยาพิษให้คณิน ก่อนจะปรายตามองพราวด้วยสายตาเหยียดหยามที่เหมือนกับกำลังมองดูมดปลวกตัวหนึ่ง "น่าประทับใจนะคะคณิน แต่พราวคะ..." มินตราขยับเข้ามาใกล้พราวเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงฟุ้งกระจายจนพราวรู้สึกวิงเวียน "คนบางคนน่ะต่อให้เอาเปลือกนอกมาปกปิด หรือมีเกราะกำบังที่แข็งแกร่งแค่ไหน เนื้อแท้ที่เน่าเฟะข้างในก็ไม่มีวันหายไปหรอกค่ะ รู้ตัวใช่ไหมว่ายืนอยู่ตรงนี้... เธอก็แค่ตัวตลกที่รอเวลาถูกเขี่ยทิ้ง" มินตราหมุนตัวเดินจากไปทิ้งไว้เพียงความเงียบที่น่าอึดอัด พราวรู้สึกเหมือนลมหายใจของเธอติดขัด ก้อนเนื้อในอกเต้นรัวด้วยความเจ็บปวด เธอไม่ใช่คนโง่ เธอรู้ดีว่ามินตราหมายถึงอะไร รูปร่างที่อุ้ยอ้าย ผิวพรรณที่ไม่สดใส และความเฉิ่มเชยที่เป็นเหมือนตราบาปในสายตาคนรอบข้าง มันไม่ใช่สิ่งที่เปลี่ยนได้เพียงชั่วข้ามคืน "อย่าไปฟังเลยค่ะ" มือหนาของคณินคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ เขาไม่ได้หันมามอง แต่แรงบีบที่นุ่มนวลนั้นส่งผ่านความอบอุ่นมาถึงหัวใจของพราว เขาพาเธอเดินเลี่ยงออกมาจากพื้นที่หน้าห้างสรรพสินค้า มุ่งหน้าไปยังสวนสาธารณะเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลนัก ที่ซึ่งแสงไฟสลัวจากเสาไฟริมทางทำให้ทุกอย่างดูซอฟต์ลง เราทั้งคู่นั่งลงบนม้านั่งตัวยาว พราวเผลอกอดตัวเองไว้แน่น ปลายแขนเสื้อที่ยาวเกินไปทำให้เธอดูเล็กและเปราะบางกว่าความเป็นจริง "พราว... มองหน้าฉันสิคะ" คณินเอ่ยขึ้นเบาๆ พราวเงยหน้าขึ้นอย่างช้าๆ แววตาของเธอสั่นระริก "คณิน... ทำไมถึงต้องช่วยพราวขนาดนี้คะ? พราวก็แค่... ยัยเฉิ่มที่ไม่มีอะไรดีเลย มินตราพูดถูก เธอเป็นดาวโรงเรียน ส่วนพราว... เป็นได้แค่เงาของความผิดพลาดที่ใครๆ ก็ไม่อยากมอง" คณินไม่ได้ตอบในทันที เขาจ้องมองลึกลงไปในนัยน์ตาของเธอ ราวกับจะค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความไม่มั่นใจนั้น "รู้ไหมคะว่าทำไมฉันถึงเลือกที่จะเดินเข้ามาปกป้องเธอ ไม่ใช่แค่เพราะฉันเป็นสุภาพบุรุษ หรือเพราะความสงสาร" เขาขยับเข้าไปใกล้จนพราวได้กลิ่นจางๆ ของสบู่และหนังสือเก่าๆ ที่เป็นกลิ่นเฉพาะตัวของเขา "ฉันเห็นเธอมาตั้งแต่ตอนที่เธอพยายามลุกขึ้นสู้ แม้ขาจะสั่น แม้จะถูกหัวเราะเยาะ แต่เธอก็ไม่เคยหันหลังกลับ... นั่นไม่ใช่ความเฉิ่มหรอกค่ะพราว แต่มันคือความกล้าหาญที่คนสวยๆ บางคนไม่มีวันเข้าใจ" คำพูดของเขาเหมือนสายฝนที่ชโลมลงบนผืนดินที่แห้งแล้ง หัวใจของพราวเต้นผิดจังหวะ "แต่พราวไม่สวย... พราวไม่คู่ควรกับความใจดีของคณินเลย" "ความสวยไม่ได้ตัดสินที่โครงหน้าหรือน้ำหนักตัวหรอกนะคะ" คณินยื่นมือมาเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าพราวอย่างเบามือ "พราว... ฉันไม่ได้มองหาตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่พร้อมจะแตกสลายเมื่อเจอแรงกระแทก แต่ฉันมองหาใครสักคนที่พร้อมจะเติบโตไปพร้อมกับฉัน ใครสักคนที่กล้าจะเปลี่ยนตัวเองไม่ใช่เพื่อใคร แต่เพื่อตัวเอง... และสำหรับฉัน ตอนนี้เธอกำลังกลายเป็นคนที่น่าสนใจที่สุดในโลก" พราวกลั้นหายใจ บทสนทนานี้ลึกซึ้งเกินกว่าที่เธอจะจินตนาการไว้ ความกลัวที่จะถูกปฏิเสธในใจเริ่มจางลงแทนที่ด้วยความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง "พราวต้องทำยังไงคะ ถึงจะมีความมั่นใจแบบที่คณินบอก" เธอถามเสียงแผ่ว "เริ่มจากเชื่อในสิ่งที่ฉันบอกก่อน... ว่าเธอน่ะมีค่ากว่าที่เธอคิด" คณินขยับมือมาประสานเข้ากับมือของพราว "คืนนี้พระจันทร์สวยนะคะ แต่มันคงไม่สวยเท่าถ้ามีคนข้างๆ คอยบอกว่าพรุ่งนี้จะเป็นวันที่ดีขึ้น" บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนไป ความเงียบเชียบไม่ได้น่าอึดอัดอีกต่อไป กลับเต็มไปด้วยกระแสความรู้สึกที่ถักทอเข้าหากัน พราวรู้สึกเหมือนโลกหมุนช้าลง เธอเริ่มเห็นภาพตัวเองในกระจกเงาใหม่ที่ไม่ใช่แค่รูปลักษณ์ภายนอก แต่เป็นตัวตนที่เธอกำลังสร้างขึ้นทีละนิด "ขอบคุณนะคะคณิน" พราวเอ่ยออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ "ไม่ต้องขอบคุณหรอกค่ะ" คณินยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้เย่อหยิ่งอย่างเคย แต่เป็นรอยยิ้มที่มอบให้เธอเพียงคนเดียว "แต่ถ้าอยากตอบแทนจริงๆ... วันพรุ่งนี้เช้า ลองใส่เสื้อผ้าที่เธอชอบที่สุดจริงๆ ไม่ใช่เสื้อผ้าที่เธอใส่เพื่อพรางตัวจากสายตาคนอื่นดูสิคะ แล้วเราไปทานมื้อเช้าด้วยกัน" พราวเบิกตากว้าง นี่คือการนัดเดตหรือเปล่า? หรือนี่คือบททดสอบความมั่นใจครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเธอกันแน่ เธอกำลังจะอ้าปากตอบตกลง แต่แล้วเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่คุ้นเคยของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นมาจากเงามืดด้านหลังต้นไม้ใหญ่ "ช่างเป็นภาพที่น่าอิจฉาจริงๆ นะคะ... แต่คิดเหรอว่าความพยายามตื้นๆ ของพวกเธอจะทำให้พ้นจากเงื้อมมือของฉันไปได้?" เสียงของอาจารย์วิภาดา อาจารย์ฝ่ายปกครองที่เคร่งครัดและไม่เคยชอบหน้าพราวเลยสักครั้ง ดังขึ้นพร้อมกับแสงไฟจากกระบอกไฟฉายที่ส่องตรงมาที่ใบหน้าของทั้งคู่ ดวงตาของหญิงวัยกลางคนวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวราวกับถือไพ่ตายบางอย่างไว้ในมือ "คณิน... พราว... พวกเธอรู้ไหมว่าการทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมในโรงเรียนยามวิกาลแบบนี้ มีบทลงโทษรุนแรงแค่ไหน... และโดยเฉพาะเธอ พราว... ฉันมีหลักฐานบางอย่างที่เธอควรจะเห็นก่อนจะไปเพ้อฝันเรื่องความรัก!" พีชชี่เบอร์รี่หวังว่าคุณจะหลงรักในความกล้าหาญที่เริ่มก่อตัวของพราวในตอนนี้และมาร่วมลุ้นไปกับเธอในตอนต่อไปนะคะ
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลับร่างมาสวยพลิกชีวิตรักยัยเฉิ่ม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%