“เจ้า... คือตัวอะไรกันแน่?”
เสียงของมู่หรงเซวี่ยสั่นเครือเพียงชั่วครู่ ก่อนจะกลับคืนสู่ความนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในห้วงลึก แต่นัยน์ตาคู่สวยนั้นยังคงจับจ้องที่เงาร่างมังกรสวรรค์ที่ซ้อนทับร่างของหลี่เฟยเทียนอย่างไม่วางตา ความเย็นชาที่เป็นดั่งเกราะคุ้มกันกายบัดนี้กลับร้าวรานด้วยความตื่นตะลึง
หลี่เฟยเทียนไม่ได้ตอบรับทันที เขาหลับตาลงนิ่ง กลิ่นอายกดทับรุนแรงที่แผ่ออกมาเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงบรรยากาศอันว่างเปล่าทว่าหนักแน่นราวกับภูผา เขาลืมตาขึ้น สายตาคู่คมกริบดุจดั่งใบกระบี่ที่เพิ่งชุบจากเตาหลอมหันไปสบตาหญิงสาวตรงหน้า
“ข้าคือใคร... สำคัญด้วยหรือ?” เสียงของเขาเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจที่ทำให้มู่หรงเซวี่ยต้องหยุดหายใจ “ในโลกที่อ่อนแอถูกเหยียบย่ำเช่นนี้ เจ้าจะสนใจว่าข้าเป็นใคร หรือสนใจว่าข้าจะทำให้เจ้ากลายเป็นยอดคนได้หรือไม่?”
ท่ามกลางหุบเขาหลังสำนักที่ถูกสายฟ้าสีครามฟาดฟันจนดินหินแตกร้าว หลี่เฟยเทียนก้าวผ่านเถ้าถ่านของกิ่งไม้ที่ไหม้เกรียมไปอย่างไม่เร่งรีบ ปลายนิ้วของเขาแตะลงบนโขดหินที่แตกออก เผยให้เห็นรอยจารึกอักขระโบราณที่ส่องประกายสีทองจางๆ อยู่เบื้องล่าง มันไม่ใช่แค่หิน แต่มันคือประตูสู่ตำนานที่สาบสูญ
“ตามข้ามา หากเจ้าไม่อยากเป็นเพียงตัวหมากบนกระดานที่ถูกลิขิตโดยคนอื่น”
มู่หรงเซวี่ยเม้มริมฝีปากแน่น นางเป็นถึงบุตรีหอเมฆาเย็นชา ผู้ถูกขนานนามว่าเป็นอัจฉริยะในรอบร้อยปี แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าชายผู้นี้ นางกลับรู้สึกราวกับเป็นเพียงเด็กน้อยที่เพิ่งหัดถือกระบี่ ความทะนงตนในศักดิ์ศรีถูกความกระหายใคร่รู้ในพลังที่เหนือกว่าเข้าครอบงำ นางตัดสินใจก้าวตามเงาร่างของหลี่เฟยเทียนลงไปในโพรงหินนั้น
ภายในห้องลับที่ถูกปิดตายมานานนับพันปี ฝุ่นละอองฟุ้งกระจายยามที่ทั้งสองเหยียบย่างเข้ามา ผนังหินทุกด้านสลักไว้ด้วยเคล็ดวิชา "กายาเทวะบรรพกาล" เส้นสายของมันไม่ได้วาดเขียนด้วยหมึก แต่ถูกสลักด้วยคมกระบี่ที่ทิ้งรอยลึกจนดูเหมือนจะมีชีวิตและลมหายใจของตนเอง
“นี่คือวิชาที่ถูกลบออกจากหอตำราของสำนัก” หลี่เฟยเทียนกล่าวพลางลูบผนังหิน สายตาของเขาหวนนึกถึงอดีตชาติที่เขาเคยเหยียบย่ำสวรรค์มาแล้วครั้งหนึ่ง “มันไม่ใช่พลังปราณธรรมดา แต่มันคือการหลอมรวมจิตวิญญาณเข้ากับรากฐานของแผ่นดิน หากเจ้าฝืนฝึก เจ้าอาจจะตายก่อนสำเร็จ แต่หากเจ้าทำสำเร็จ... แม้แต่ฟ้าดินก็ไม่มีสิทธิ์กำหนดชะตาเจ้าได้”
“ข้าพร้อมแลก” มู่หรงเซวี่ยเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าหนักแน่นดั่งก้อนหินที่ถูกทุ่มลงพื้นดิน
“เช่นนั้นก็จงนั่งลง สูดลมหายใจเข้าลึกถึงจุดตันเถียน ปล่อยให้ไอเย็นในกายของเจ้าผสานเข้ากับความร้อนแรงจากอักขระเหล่านั้น อย่าได้ขัดขืน มิเช่นนั้นร่างของเจ้าจะกลายเป็นเถ้าธุลีไปเสียก่อน”
หลี่เฟยเทียนนั่งลงในท่าขัดสมาธิ พลังลมปราณในกายเริ่มหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นมหาศาล เขาไม่ได้แค่สอน แต่นำทางนางด้วยการถ่ายทอดกระแสจิตไปสัมผัสจุดชีพจรต่างๆ ความเจ็บปวดจากการทะลวงจุดที่ตีบตันทำให้มู่หรงเซวี่ยเหงื่อผุดพราย ใบหน้าที่เคยเย็นชาบัดนี้แดงก่ำด้วยความทรมาน แต่หญิงสาวไม่ส่งเสียงร้องแม้แต่คำเดียว นางกัดฟันแน่นจนโลหิตซึมออกมาจากมุมปาก
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเพียงใดไม่มีใครทราบ ราวกับว่าห้วงเวลาในห้องลับนี้หยุดนิ่ง หลี่เฟยเทียนลืมตาขึ้นอีกครั้ง รัศมีสีทองไหลเวียนอยู่ในนัยน์ตาของเขา เขาเห็นแล้วว่าร่างกายของมู่หรงเซวี่ยกำลังเปลี่ยนแปลง กระดูกของนางเริ่มส่งเสียงลั่นดั่งเสียงเหล็กกระทบกัน พลังปราณที่เคยบางเบาเริ่มควบแน่นกลายเป็นละอองพลังที่เข้มข้นจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว
“ดีมาก... สละความเย็นชาทิ้งไปเสีย รับเอาความเกรี้ยวกราดของพลังนี้เข้าไป!” หลี่เฟยเทียนคำรามเบาๆ เขาดีดนิ้วมือส่งพลังปราณสายหนึ่งเข้าสู่หน้าผากของนาง
ทันใดนั้นเอง ผนังหินที่เคยเงียบสงบกลับสั่นสะเทือน อักขระสีทองบนผนังดุจดั่งมีชีวิต มันหลุดลอยออกมาและพุ่งเข้าสู่ร่างของมู่หรงเซวี่ยดั่งฝูงแมลงที่หิวโหย นางกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดที่แทรกซึมถึงกระดูกดำ แต่ในขณะเดียวกัน พลังมหาศาลก็ระเบิดออกรอบตัวนางจนพื้นหินแตกกระจาย
แต่ทว่า... ในวินาทีที่พลังของนางกำลังพุ่งสู่จุดสูงสุด หลี่เฟยเทียนกลับสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่ผิดปกติ บางอย่างที่ซ่อนอยู่หลังผนังหินชั้นในสุด มันคือกลิ่นอายที่คุ้นเคย กลิ่นอายของคนในอดีตชาติที่เขาเคยสาบานว่าจะต้องตามหาและสังหารให้สิ้นซาก!
พื้นหินตรงหน้าแตกแยกออกเผยให้เห็นโลงศพโปร่งใสที่ทำจากผลึกหิมะหมื่นปี และภายในนั้น... คือร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับมู่หรงเซวี่ยอย่างน่าประหลาดใจ ทว่านางกลับสวมใส่ชุดอาภรณ์ของสำนักที่ล่มสลายไปเมื่อหมื่นปีก่อน
โลงศพนั้นค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเอง เสียงหัวเราะแผ่วเบาที่เต็มไปด้วยความอาฆาตดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องลับ
“ในที่สุด... ข้าก็ได้พบเจ้าอีกครั้ง หลี่เฟยเทียน”
เซียนสุราเมามายขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของหลี่เฟยเทียนด้วยใจจริงครับ
วิถีดาบไร้ลักษณ์ สลักรอยจารึกนภา•ตอนที่ 2
เคล็ดวิชาโบราณที่สาบสูญ
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีดาบไร้ลักษณ์ สลักรอยจารึกนภา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
