วิถีดาบไร้ลักษณ์ สลักรอยจารึกนภา•ตอนที่ 3

สั่งสอนสุนัขรับใช้ด้วยคมดาบ

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
“สวะเช่นเจ้า... ยังมีความกล้าหาญที่จะก้าวขึ้นมาบนเวทีประลองนี้อีกงั้นหรือ?” เสียงกังวานเย็นเยียบของผู้อาวุโสจางดังสะท้อนก้องไปทั่วลานประลองหอเมฆาเย็นชา สายตาของเขาดั่งคมหอกที่จ้องมองมายัง ‘หลี่เฟยเทียน’ ราวกับมองมดปลวกไร้ค่าที่บังอาจท้าทายกฎเกณฑ์แห่งชนชั้น รัศมีพลังปราณระดับก่อกำเนิดขั้นสูงแผ่ซ่านกดทับลงมาบนบ่าของเด็กหนุ่ม หวังให้เขาคุกเข่าลงต่อหน้าสาธารณชน ท่ามกลางความเงียบงันที่แผ่ขยาย มู่หรงเซวี่ยที่ยืนอยู่บนแท่นเกียรติยศเบื้องบนขมวดคิ้วเรียวสวยเพียงเล็กน้อย นางจ้องมองแผ่นหลังของชายหนุ่มที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด ในใจนึกหวั่นไหวกับความนิ่งสงบที่ผิดวิสัยของศิษย์ชั้นนอกผู้นี้ หลี่เฟยเทียนไม่แม้แต่จะปรายตาขึ้นมอง เขาเพียงแค่ใช้นิ้วเรียวยาวดีดฝุ่นละอองออกจากแขนเสื้อเบาๆ ราวกับกำลังปัดหยากไย่ที่รบกวนสายตา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นดวงตาคู่คมดุจกระบี่นิลกาฬที่สั่นสะท้านไปด้วยจิตสังหารที่ลึกล้ำเกินหยั่งถึง “ผู้อาวุโสจาง...” หลี่เฟยเทียนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่ทรงพลังราวกับเสียงระฆังทองคำที่สั่นสะเทือนถึงวิญญาณ “สุนัขรับใช้ที่เห่าหอนรบกวนการพักผ่อนของเจ้านาย มักจะมีจุดจบเพียงสองประการ... คือการถูกเฆี่ยนตีจนสำนึก หรือการถูกปลิดชีพเพื่อมิให้เป็นภาระต่อผืนดิน” “เจ้า!!!” ผู้อาวุโสจางหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัด เขาตบโต๊ะข้างกายจนแตกละเอียดเป็นผงธุลี “โอหังนัก! ในเมื่อเจ้าอยากรนหาที่ตาย ข้าก็จะสนองให้!” ทันทีที่สิ้นคำ ผู้อาวุโสจางพุ่งทะยานจากแท่นตัดสินลงมากลางลานประลอง ฝ่ามือที่ห่อหุ้มด้วยพลังปราณสีครามเข้มฟาดลงมาดั่งภูเขาถล่ม หวังจะบดขยี้ร่างของเด็กหนุ่มให้แหลกคามือในคราเดียว เสียงอากาศหวีดหวิวสั่นสะท้านราวกับจะฉีกกระชากมิติ แต่ทว่า... หลี่เฟยเทียนกลับยืนนิ่งดุจขุนเขาที่ไร้ซึ่งการสั่นคลอน ในเสี้ยววินาทีที่ฝ่ามือนั้นใกล้จะถึงหัวไหล่ ร่างกายของเขากลับไหววูบคล้ายเงาจันทร์ในกระแสน้ำ ดรรชนีข้างหนึ่งกรีดผ่านอากาศเป็นเส้นตรงดุจคมกระบี่ที่มองไม่เห็น มันพุ่งทะลวงผ่านช่องโหว่ของกระบวนท่าที่ดูไร้ที่ติของผู้อาวุโสจางอย่างแม่นยำ *ฉึก!* จุดชีพจรที่หัวไหล่ถูกกระแทกอย่างรุนแรง พลังปราณที่เคยพุ่งพล่านกลับหยุดชะงักดั่งน้ำตกที่ถูกแช่แข็ง ผู้อาวุโสจางเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง เขาสัมผัสได้ถึงกระแสปราณแปลกปลอมที่ไหลทะลักเข้ามาปิดกั้นเส้นลมปราณของตน “วิชาขยะ... ย่อมพ่ายแพ้ต่อวิชาที่เจ้ามิอาจแม้แต่จะจินตนาการถึง” หลี่เฟยเทียนกล่าวเบาๆ เขาไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น ฝ่ามือที่แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าฟาดเปรี้ยงลงไปที่ใบหน้าของผู้อาวุโสจางอย่างเต็มแรง! *เพียะ!* เสียงตบที่ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วลานประลองทำให้ทุกชีวิตในหอเมฆาเย็นชาถึงกับหยุดหายใจ ร่างของผู้อาวุโสจางหมุนคว้างไปตามแรงปะทะก่อนจะกระแทกลงกับพื้นจนฟันหักกระเด็น เลือดสดๆ ไหลอาบมุมปาก ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความยโสบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความหวาดกลัวที่สั่นระริก “ท่านกล้าตบหน้าข้า... ข้าเป็นถึงผู้อาวุโส!” ผู้อาวุโสจางคำรามอย่างคลุ้มคลั่ง “ผู้อาวุโสที่ไร้คุณธรรม ก็เป็นเพียงชายชราที่เน่าเฟะในชุดคลุมหรูหราเท่านั้น” หลี่เฟยเทียนก้าวเข้าไปใกล้ ลมปราณรอบกายแปรเปลี่ยนเป็นสีทองจางๆ บีบคั้นจนผู้ที่อยู่รอบข้างต้องถอยร่น “ข้าจะสั่งสอนเจ้าให้จำใส่สมองไว้ว่า อย่าได้บังอาจนำเอาอำนาจต่ำตมของเจ้า มาวัดคุณค่าของข้าอีก” บรรยากาศโดยรอบหนักอึ้งดุจถูกกดทับด้วยมวลน้ำมหาศาล มู่หรงเซวี่ยลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ด้วยความตกตะลึง นางมองเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของชายหนุ่ม รอยยิ้มที่หยิ่งทระนงและแฝงไปด้วยความคุ้นเคยอย่างประหลาด... รอยยิ้มที่นางเฝ้าตามหามาตลอดสามปีในห้วงฝัน หลี่เฟยเทียนหยิบดาบไม้ธรรมดาที่วางอยู่ข้างกายขึ้นมา กระชับด้ามดาบแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ทันใดนั้น เขาสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่ผิดปกติ กระแสลมพายุที่ก่อตัวขึ้นจากฟากฟ้าด้านบนไม่ได้เกิดจากปรากฏการณ์ธรรมชาติ แต่มันคือแรงกดดันจากยอดยุทธที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังม่านหมอก เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นอย่างเงียบเชียบกลางเวทีประลอง ร่างนั้นปกคลุมด้วยชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าถูกปิดบังด้วยหน้ากากรูปยักษ์ แต่สิ่งที่ทำให้หลี่เฟยเทียนต้องชะงัก คือไอสังหารที่เย็นเยียบและคุ้นเคยเสียจนเขารู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดในส่วนลึกของจิตวิญญาณ “ในที่สุด... เจ้าก็เผยหางออกมาจนได้” ชายในชุดดำเอ่ยเสียงต่ำ “หลี่เฟยเทียน... หรือควรเรียกเจ้าว่า ‘จอมราชันย์ไร้ลักษณ์’ ผู้น่ารังเกียจ?” สิ้นเสียงนั้น รัศมีสีดำสนิทระเบิดออกกวาดล้างลานประลองจนพังทลาย ผู้คนแตกตื่นวิ่งหนีเอาตัวรอด มู่หรงเซวี่ยชักกระบี่คู่กายออกมาทันที ทว่าชายในชุดดำกลับดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว รอยแยกมิติบิดเบี้ยวปรากฏขึ้นเบื้องหน้าหลี่เฟยเทียน พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษที่เขาไม่คิดว่าจะได้พบในดินแดนเบื้องล่างแห่งนี้ ดวงตาของหลี่เฟยเทียนหรี่ลง ความโกรธแค้นดั่งเปลวเพลิงที่มอดไหม้มานานปีปะทุขึ้นในอก เขาไม่ได้เผชิญหน้ากับผู้อาวุโสจางอีกต่อไป แต่กำลังเผชิญหน้ากับ ‘อดีต’ ที่ตามมาทวงคืนชีวิตของเขาในชาตินี้ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของยอดคนผู้นี้ด้วยใจจริงนะครับ
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีดาบไร้ลักษณ์ สลักรอยจารึกนภา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%