“เกมเริ่มต้นขึ้นแล้วนะ, รวินท์... ทีนี้ นายยังคิดว่านี่เป็นแค่เรื่องบังเอิญอยู่หรือเปล่าล่ะคะ?”
น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยแรงกดดันจากอาจารย์อิงดาว ยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทของรวินท์ ขณะที่เขายืนอยู่หน้าห้องซ้อมเต้นหมายเลข 4 ที่ถูกปิดตายด้วยแถบกั้นสีเหลืองของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กลิ่นอับชื้นผสมกับกลิ่นไหม้จางๆ ของธูปหอมที่ผิดปกติลอยแตะจมูก ทั้งที่นี่เป็นห้องซ้อมที่ทันสมัยที่สุดในตึกคณะไอดอล
รวินท์ไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที เขากระชับผ้าพันคอสีเข้มขึ้นปิดจมูก สายตาจับจ้องไปที่คราบสีดำสนิทบนพื้นไม้ปาร์เกต์ มันไม่ใช่รอยไหม้จากการไฟฟ้าลัดวงจร แต่มันมีลักษณะคล้ายรอยนิ้วมือที่ถูกกดลงไปแรงๆ จนเนื้อไม้แตกละเอียด
“อาจารย์คะ” รวินท์เอ่ยทำลายความเงียบ เสียงของเขามั่นคงแม้หัวใจจะเต้นรัว “ไพ่ The Tower ที่ผมจั่วได้เมื่อวาน ไม่ได้หมายถึงอุบัติเหตุในกองถ่าย แต่มันคือการ ‘จงใจ’ พังทลายของโครงสร้างที่มองไม่เห็น ใช่ไหมคะ?”
อิงดาวที่ยืนกอดอกอยู่ข้างๆ ขยับยิ้มที่มุมปาก แววตาของเธอวาวโรจน์ด้วยความนึกสนุกผสมความเคร่งขรึม “การที่นายรู้จักตั้งคำถาม คือก้าวแรกของการเอาชีวิตรอดในวงการนี้ค่ะรวินท์ ไพ่ทาโรต์ไม่ได้แค่บอกอนาคต แต่มันคือกระจกที่สะท้อนเศษเสี้ยวของวิญญาณที่ยังตกค้าง”
หญิงสาวก้าวเดินเข้าไปในวงล้อมของรอยไหม้นั้น รองเท้าบูทส้นสูงของเธอกระทบพื้นไม้เกิดเสียงดังชัดเจน ก่อนจะหยุดลงตรงจุดที่ร่างของไอดอลหนุ่ม ‘จินตนา’ นอนสิ้นใจเมื่อคืนก่อน เธอหยิบเหรียญเงินโบราณออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้ววางลงบนพื้น
“ถ้าอยากรู้ความจริง นายต้องเป็นคนลงมือเปิดมันด้วยตัวเอง ใช้จิตสัมผัสผ่านหน้าไพ่ ไม่ใช่แค่การอ่านความหมายจากตำรา”
รวินท์สูดหายใจเข้าลึก เขาหยิบสำรับไพ่ทาโรต์ที่พกติดตัวออกมา มือที่สั่นเทาเล็กน้อยค่อยๆ คลี่ไพ่ในมือออกด้วยความชำนาญ พลังงานบางอย่างที่เย็นเยียบเริ่มแผ่ซ่านจากปลายนิ้วเข้าสู่ไพ่แต่ละใบ บรรยากาศภายในห้องเริ่มบิดเบี้ยว แสงไฟนีออนบนเพดานกะพริบถี่รัวราวกับมีใครบางคนกำลังกระชากสายไฟจากโลกคู่ขนาน
เขาวางไพ่สามใบลงบนพื้นไม้ที่เย็นเฉียบ
ใบแรก: *The Hermit (ฤาษี)* – ความโดดเดี่ยวที่ถูกกักขังในมุมมืดของจิตใจ
ใบที่สอง: *Seven of Swords (เจ็ดดาบ)* – การทรยศที่แฝงมาในรูปแบบของมิตรภาพ
ใบที่สาม: *The Moon (พระจันทร์)* – ความลับที่ถูกปิดบังด้วยมายาภาพและการหลอกลวง
“เห็นไหมคะ?” รวินท์พึมพำ ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นประกายสีเงินวับวาว “ไพ่ The Moon ใบนี้... มันมีรอยคราบหมึกสีแดงเหมือนเลือดที่มุมขวา มันไม่ได้เกิดจากไพ่ของผม แต่มัน ‘ถูกเขียน’ ขึ้นมาใหม่โดยพลังงานบางอย่าง”
เขายื่นมือไปสัมผัสหน้าไพ่ *The Moon* ทันทีที่ปลายนิ้วแตะลงไป ภาพนิมิตก็กระชากจิตใจเขาให้ร่วงหล่นลงสู่ความมืดมิด
*ในนิมิตนั้น...* รวินท์เห็นจินตนากำลังยืนอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ในห้องซ้อม เขากำลังพึมพำบทเพลงที่ฟังไม่ได้ศัพท์ รอบกายเขามีแสงสีม่วงประหลาดไหลวนราวกับพายุ ทันใดนั้น เงาของใครบางคนปรากฏขึ้นด้านหลัง—ไม่ใช่คน แต่มันคือร่างโปร่งแสงที่เต็มไปด้วยเข็มอาคมทิ่มแทงไปทั่วร่าง ร่างนั้นกำลัง ‘ดึง’ พลังชีวิตของจินตนาออกมาผ่านเสียงเพลงที่เขากำลังร้อง
“หยุดนะ!” รวินท์ตะโกนในห้วงนิมิต แต่เสียงของเขาเหมือนถูกกลืนกินด้วยความว่างเปล่า
เขากลับมาสู่โลกแห่งความจริงด้วยอาการหอบเหนื่อย เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มแผ่นหลัง อิงดาวรีบเข้ามาประคองไหล่เขาไว้ สายตาของเธอกวาดมองไปรอบห้องด้วยความระแวดระวัง
“เจออะไร?” เธอถามเสียงเข้ม
“มันไม่ใช่การฆาตกรรมธรรมดาค่ะอาจารย์... มันคือการทำพิธี ‘ดึงดวง’ คนคนนั้นกำลังดูดกลืนพลังชีวิตของเด็กฝึกเพื่อสร้างความสำเร็จจอมปลอมให้ตัวเอง!” รวินท์ตอบพลางพยายามตั้งสติ “และที่สำคัญ... ผมเห็นหน้าคนที่อยู่ข้างหลังจินตนาในนิมิต”
เขาสบตาอิงดาว ความกลัวเริ่มเกาะกินใจเมื่อตระหนักได้ว่าคนผู้นั้นอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด
ขณะที่ทั้งคู่กำลังจะก้าวออกจากห้องซ้อม ระบบแจ้งเตือนในสมาร์ทโฟนของรวินท์ก็สั่นรัวจนเกือบหลุดมือ หน้าจอไม่ได้แสดงแจ้งเตือนภารกิจจากแอปพลิเคชันทั่วไป แต่มันคือข้อความจากระบบ ‘ลี้ลับ’ ที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงแค่บั๊กของแอปฯ พยากรณ์
[ตรวจพบการแทรกแซงจากพลังงานระดับ SSS: ผู้ทำพิธีได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของคุณแล้ว]
[ภารกิจหลักบทที่ 2: จงรอดพ้นจาก ‘เงาที่ไร้ใบหน้า’ ภายในเวลา 60 วินาที]
ทันใดนั้น ไฟทั้งตึกก็ดับพรึบลง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกำลังย่างกรายเข้ามาในโถงทางเดินอย่างช้าๆ พร้อมกับเสียงกระซิบที่ดังออกมาจากทุกทิศทาง... มันไม่ใช่เสียงคน แต่เป็นเสียงเพลงที่จินนาร้องในนิมิตเมื่อครู่นี้ แต่ทว่า... มันถูกเร่งจังหวะให้เพี้ยนจนน่าขนลุก!
ประตูห้องซ้อมที่ถูกล็อคไว้อย่างแน่นหนาค่อยๆ แง้มเปิดออกเองอย่างช้าๆ พร้อมกับเงาดำที่พุ่งทะลุผ่านกำแพงเข้ามา รวินท์สัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่บาดลึกถึงกระดูกสันหลัง เขาหันไปหาอาจารย์อิงดาว แต่ทว่า... ในวินาทีนั้นเอง อิงดาวกลับหายไป เหลือเพียงจดหมายฉบับหนึ่งวางอยู่บนพื้นที่มีตัวอักษรสีแดงฉานเขียนไว้ว่า—
“จงมองดูให้ดีรวินท์... เพราะสิ่งที่นายกำลังจะเห็นต่อไปนี้ คือตัวตนที่แท้จริงของ ‘ผู้บงการ’ ที่อยู่ใกล้ตัวนายที่สุด!”
ทว่าเสียงฝีเท้าหยุดลงตรงหน้าเขา... และรวินท์ก็นิ่งค้างไปเมื่อพบว่าเงาที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือใคร
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับรวินท์และอาจารย์อิงดาวในคดีสุดเข้มข้นนี้นะคะ!
ไพ่ทาโรต์พยากรณ์กับคดีสาปแช่งในคณะไอดอล•ตอนที่ 2
สัมผัสหลังม่านควัน
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไพ่ทาโรต์พยากรณ์กับคดีสาปแช่งในคณะไอดอล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!