“สามปี… มันนานพอที่จะทำให้คนลืมเลือน หรือนานพอที่จะทำให้คนรอคอยคลั่งตายกันแน่ครับ คุณรินรดา?”
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของคริษฐ์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับห้องโถงกว้างของเพนท์เฮาส์ชั้น 44 เขาไม่ได้ขยับตัวเข้ามาใกล้ แต่แรงกดดันจากร่างกายสูงใหญ่ที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงประตูทางเข้ากลับทำให้รินรดารู้สึกเหมือนอากาศในห้องนี้ถูกสูบออกไปจนหมด
รินรดาพยายามควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวแรงประหนึ่งจะทะลุออกมานอกอก มือที่สั่นเทาของเธอซ่อนไว้ภายใต้ชายเสื้อสูทตัวบาง เธอจดจำใบหน้านี้ได้ดี แม้เวลาจะผ่านไปสามปีจนเขามีริ้วรอยแห่งอำนาจเพิ่มขึ้น แต่ดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่เปรียบเสมือนกรงขังไร้กรงเหล็กยังคงจ้องมองเธอด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก
“คุณไม่ได้มาที่นี่เพื่อถามหาเรื่องเวลาหรอกครับ คุณคริษฐ์” รินรดาเค้นเสียงตอบกลับ พยายามรักษาความมั่นคงในน้ำเสียง “คุณรู้ดีว่าฉันมาที่นี่เพื่ออะไร พี่ชายฉันอยู่ที่ไหน”
คริษฐ์หัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น แต่กลับแฝงไปด้วยความรื่นรมย์ราวกับกำลังชมละครฉากโปรด เขาเดินเยื้องย่างเข้ามาในห้องด้วยท่าทีสงบนิ่ง ทว่าทุกฝีก้าวที่รองเท้าหนังราคาแพงกระทบพื้นหินอ่อนกลับดังสะท้อนก้องดุจเสียงสัญญาณเตือนภัย เขาหยุดลงตรงหน้าเธอ ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบทำให้เธอได้กลิ่นน้ำหอมไม้กฤษณาจางๆ ผสมกับกลิ่นอายอันตรายที่เธอหวาดกลัวที่สุด
“พี่ชายคุณ... เป็นหัวข้อที่น่าเบื่อไปหน่อยนะครับ” คริษฐ์โน้มตัวลงมา ก้านนิ้วยาวกรีดผ่านสันกรามของเธอเบาๆ สัมผัสของเขาร้อนผ่าวและรุนแรงในความรู้สึก “ลองเปลี่ยนมาสนใจเจ้าของห้องคนนี้บ้างไม่ดีกว่าหรือครับ? บางที... ความลับที่อยู่ในห้องนี้อาจจะทำให้คุณได้คำตอบที่ต้องการเร็วกว่าการตั้งคำถามซ้ำซาก”
รินรดาเบี่ยงหน้าหนีสัมผัสนั้นด้วยความรังเกียจที่พยายามซ่อนไว้ เธอเหลือบมองไปที่พื้นหินอ่อนสีขาวสะอาดตาซึ่งเพิ่งผ่านการทำความสะอาดจนขึ้นเงาวับ ราวกับเจ้าของห้องต้องการลบเลือนทุกร่องรอยของการดำรงอยู่ของผู้อื่น แต่ทว่า... สายตาของเธอกลับสะดุดเข้ากับบางอย่าง
ตรงมุมอับใกล้กับชั้นวางของตกแต่งชิ้นหรู รอยด่างจางๆ สีน้ำตาลเข้มที่ดูเหมือนจะถูกขัดออกไปไม่หมดจดกำลังท้าทายสายตาเธอ มันไม่ใช่รอยคราบกาแฟ ไม่ใช่รอยน้ำหก แต่มันคือกลิ่น... กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งจางๆ อยู่ในอากาศ แม้จะถูกกลบด้วยน้ำยาทำความสะอาดราคาแพง แต่มันกลับแจ่มชัดในสัมผัสของสถาปนิกที่คุ้นเคยกับความละเอียดอ่อนของพื้นที่
หัวใจของเธอเต้นกระตุก รอยเลือดนั้นยังสดใหม่พอที่จะบ่งบอกว่าเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน และชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ... มือคู่นี้ที่กำลังสัมผัสกรอบหน้าของเธออยู่นี้ อาจเพิ่งจะแปดเปื้อนไปด้วยสิ่งที่เธอตามหา
“ทำไมคุณถึงตัวสั่นล่ะครับ?” คริษฐ์ถามพลางเลิกคิ้ว สายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องทุกความเคลื่อนไหวของเธออย่างไม่วางตา “หนาวหรือว่า... กลัวอะไรที่ซ่อนอยู่ใต้ความหรูหรานี้กันแน่?”
“คุณฆ่าเขา...” รินรดาหลุดปากออกมาด้วยความลืมตัว ดวงตาของเธอรื้นไปด้วยหยดน้ำที่พยายามกลั้นไว้ ความเด็ดเดี่ยวที่เคยมีมลายสิ้นเหลือเพียงความแค้นที่ปะทุขึ้น “คุณฆ่าพี่ชายฉันแล้วทิ้งร่างเขาไว้ที่นี่!”
คริษฐ์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่ทำให้เลือดในกายเธอเย็นเฉียบ เขาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นมากพอที่จะทำให้เธอรู้สึกเจ็บจนนิ่วหน้า เขาออกแรงดึงร่างเธอให้เข้ามาใกล้จนหน้าอกของเธอแนบชิดกับแผงอกแข็งแกร่งของเขา
“ความจริงเป็นสิ่งที่อันตรายนะครับรินรดา” เขาโน้มตัวลงมากระซิบข้างใบหู น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเร่าร้อนที่น่าขนลุก “ถ้าคุณอยากรู้ว่าใครตาย... ก็ลองก้มลงไปมองตรงรอยเลือดนั่นให้ชัดๆ สิครับ ว่ามันคือเลือดของพี่ชายคุณ หรือว่าเลือดของคุณที่กำลังจะหลั่งออกมาเพราะความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองกันแน่”
วินาทีนั้นเอง แสงไฟในห้องดับพรึ่บลงเหลือเพียงความมืดมิดที่เข้าปกคลุม ทุกอย่างเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน รินรดารู้สึกถึงมือหนาที่เลื่อนมาโอบรอบเอวบางไว้แน่นจนแทบหายใจไม่ออก ท่ามกลางความมืดมิดนั้น เธอสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบของวัตถุบางอย่างที่ถูกกดลงบนหน้าท้องของเธอ... เป็นปลายมีดที่คมกริบ
“ยินดีต้อนรับสู่เพนท์เฮาส์ชั้น 44 นะครับ” เสียงกระซิบของคริษฐ์ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ใกล้จนริมฝีปากของเขาแตะผ่านใบหูของเธออย่างจงใจ “ในนี้ไม่มีทางออกสำหรับคนที่ไม่ได้รับอนุญาต... และดูเหมือนว่า ตอนนี้คนที่จะต้องรับผิดชอบรอยเลือดบนพื้นนั่น อาจจะไม่ใช่ผมคนเดียวแล้วล่ะครับ”
ทันใดนั้น ไฟในห้องก็สว่างวาบขึ้นอีกครั้ง แต่สิ่งที่ปรากฏต่อหน้าเธอกลับไม่ใช่แค่คริษฐ์เพียงลำพัง หากแต่เป็นร่างไร้วิญญาณที่ถูกห่อหุ้มด้วยผ้าใบสีดำสนิท วางนิ่งสนิทอยู่ใจกลางห้องรับแขกที่เธอยืนอยู่ และเมื่อเธอมองไปยังคริษฐ์อีกครั้ง เขาก็ไม่ได้ถือมีดแล้ว... แต่เขากำลังถือโทรศัพท์มือถือที่กำลังบันทึกภาพทุกอย่างของเธอเอาไว้ พร้อมกับยิ้มให้อย่างผู้ชนะ
“เอาล่ะครับ... ทีนี้เรามาเริ่มเล่นเกม 'ใครฆ่า' กันดีไหมครับ?”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามดำดิ่งลงสู่ความมืดมิดไปพร้อมกับ "ลิฟต์แก้วชั้นลบ" นะครับ
เงาปรารถนาบนรอยเลือดในเพนท์เฮาส์ชั้น 44•ตอนที่ 2
กลิ่นเลือดในความหรูหรา
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาปรารถนาบนรอยเลือดในเพนท์เฮาส์ชั้น 44 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
