เด็กเนิร์ดควอนตัมกับอัจฉริยะข้ามเวลา•ตอนที่ 3

ห้องเรียนปิดตายและกลไกเวลา

ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
"อย่าขยับ..." เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่เฉียบขาดดั่งคมมีดดังขึ้นชิดใบหู พร้อมกับฝ่ามือเย็นเฉียบที่เอื้อมมากดไหล่ของคณินให้ทรุดฮวบลงแนบไปกับพื้นผิวคอนกรีตเย็นเยียบของตึกคณะวิทยาศาสตร์ กลิ่นจางๆ ของโอโซนและน้ำยาทำความสะอาดลอยปะปนกับกลิ่นสนิมเหล็กในบรรยากาศที่มืดสลัว คณินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจใต้ร่มผ้าเริ่มเต้นรัวเป็นจังหวะโกลาหล แว่นตาหนาเตอะของเขาขึ้นฝ้าเล็กน้อยจากความตึงเครียด สายตาภายใต้กรอบแว่นจดจ้องไปยังเงาร่างที่ทาบทับลงมาจากเพดาน—มันไม่ใช่คน ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และแน่นอนว่าไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่ถูกบันทึกไว้ในตำราชีววิทยาเล่มไหนบนโลกนี้ ร่างนั้นบิดงอผิดสัดส่วน คล้ายกลุ่มก้อนพลังงานสีฟ้าครามที่ถูกบีบอัดด้วยแรงโน้มถ่วงมหาศาล จนเกิดเสียงหักกรอบแกรบของอากาศรอบตัว พื้นที่ผิวของมันกึ่งโปร่งแสงและสะท้อนภาพลอนคลื่นของมิติเวลาที่บิดเบี้ยว *คำนวณความน่าจะเป็น...* สมองอันรวดเร็วของคณินประมวลผลโดยอัตโนมัติภายใต้สภาวะวิกฤต ความถี่ของสนามแม่เหล็กไฟฟ้าในรัศมีสามเมตรพุ่งสูงขึ้นเกินกว่ามาตรฐานร้อยละสามร้อย นั่นหมายความว่าระบบป้องกันอัตโนมัติระดับสูงสุดของตึกนี้ หรือที่เรียกกันในข่าวลือว่าเป็น "โปรเจกต์โอเมก้า" ได้ถูกเปิดใช้งานแล้ว และเป้าหมายของมันไม่ใช่การจับกุม... แต่เป็นการลบตัวตน "ดร.อลิซ..." คณินเอ่ยเสียงสั่น พยายามเหลือบมองไปยังหญิงสาวที่หมอบอยู่ข้างกาย ดร.อลิซไม่ตอบคำถาม สายตาคมกริบของเธอจดจ้องไปยังวัตถุประหลาดเบื้องบนอย่างไม่กะพริบ นิ้วมือเรียวยาวกำลังรัวพิมพ์โค้ดคำสั่งลงบนหน้าจอโฮโลแกรมขนาดจิ๋วที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ แสงสีฟ้าสะท้อนเข้ากับดวงตาคู่นั้น เผยให้เห็นความกังวลที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเยือกเย็น "ระบบรักษาความปลอดภัยไม่ได้รวน, คณิน" เสียงของเธอราบเรียบแต่จริงจังจนน่ากลัว "แต่มันกำลังรีเซ็ตตัวเอง... เพื่อกำจัดสิ่งแปลกปลอม ซึ่งก็คือพวกเราที่ดันเข้ามาอยู่ในลูปเวลาที่ถูกตัดขาด" ชั่วพริบตานั้น เงาร่างประหลาดบนเพดานก็สะบัดตัวด้วยความเร็วเหนือเสียง คลื่นกระแทกทางควอนตัมพุ่งตรงเข้ามาหาพวกเขาอย่างเหี้ยมเกรียม ดร.อลิซคว้าแขนของคณินแล้วพุ่งตัวหลบเข้าหาซอกเสาคอนกรีตเสริมเหล็กได้อย่างเฉียดฉิว แรงปะทะทำให้เศษปูนแตกกระจาย ฝุ่นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ "โฮolo-Shield กำลังจะหมดพลังงาน!" คณินร้องเตือนเมื่อเห็นเกราะป้องกันแสงชั่วคราวที่ดร.อลิซสร้างขึ้นเริ่มมีรอยร้าว สีหน้าของเด็กหนุ่มเคร่งเครียด เขาถอดแว่นออกใช้เสื้อเชルด้านในเช็ดฝุ่นอย่างรวดเร็วแล้วสวมกลับเข้าไปใหม่ ดวงตาสะท้อนประกายความมุ่งมั่น "ถ้าเรายังวิ่งหนีอย่างไร้ทิศทางแบบนี้ ต่อให้มีอีกส็อปลูปเราก็ไม่รอดครับ... ต้องหาต้นกำเนิดสัญญาณรบกวนของคลื่นความถี่นี้" ดร.อลิซเหลือบมองเด็กหนุ่มข้างกาย รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนมุมปากท่ามกลางสถานการณ์เป็นตายเท่ากัน "นายมั่นใจแค่ไหน, นักฟิสิกส์ตัวน้อย?" "เก้า puluh เก้า จุดเก้าเก้าเปอร์เซ็นต์ครับ!" คณินตอบกลับทันควันโดยไม่ต้องคิด ไม่รอช้า คณินดึงอุปกรณ์แท็บเล็ตส่วนตัวออกจากกระเป๋าเป้ นิ้วมือเรียวรัวแป้นพิมพ์จำลองเพื่อวิเคราะห์คลื่นความถี่ที่แผ่ออกมาจากเงาร่างประหลาดนั้น ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านฟิสิกส์ทฤษฎี เขารู้ดีว่าทุกระบบอัตโนมัติย่อมมีช่องโหว่ทางคณิตศาสตร์ และสิ่งนี้ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น "เจอแล้ว..." คณินพึมพำ ดวงตาเบิกกว้างขึ้น "จุดอับสัญญาณอยู่ที่ห้องปฏิบัติการเคมีชั้นสี่... ตรงนั้นมีสนามแม่เหล็กสถิตที่สามารถใช้หักล้างการโจมตีของมันได้ แต่วิธีเดียวที่เราจะไปถึงที่นั่นโดยไม่ถูกระบบตรวจจับ คือต้องผ่านทางเดินระบายอากาศหลัก และเรามีเวลาแค่สามนาทีสิบห้าวินาทีก่อนที่มันจะปรับความถี่ตามทัน" ดร.อลิซพยักหน้ารับอย่างรู้ใจ "นำทางไปสิ ฉันจะคุ้มกันด้านหลังให้เอง" ทั้งสองคนพุ่งตัวออกจากที่กำบังทันที เสียงคำรามต่ำๆ ของเงาร่างควอนตัมดังไล่หลังมาอย่างกระชั้นชิด แรงดันอากาศรอบตัวลดต่ำลงจนหายใจลำบาก คณินกัดฟันวิ่งนำหน้าไปตามทางเดินมืดทึบของตึกคณะวิทยาศาสตร์ที่คุ้นเคย ทุกย่างก้าวถูกคำนวณด้วยความแม่นยำสูงเพื่อหลบเลี่ยงเซ็นเซอร์ตรวจจับความร้อนที่ยังคงทำงานกะพริบเป็นสีแดงฉาน เมื่อมาถึงหน้าช่องระบายอากาศหลัก คณินไม่รอช้า ใช้ไขควงพกพาขันน็อตออกอย่างรวดเร็วด้วยความชำนาญราวกับมืออาชีพ ในขณะที่ดร.อลิซหันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับเงาร่างควอนตัมที่ตามมาติดๆ เธอยกอุปกรณ์ควบคุมพลังงานขึ้นตั้งรับ ลำแสงสีขาวสว่างวาบถูกปล่อยออกไปเพื่อซื้อเวลา "เร็วเข้า คณิน! มันกำลังรวมร่างกันใหม่!" เสียงของดร.อลิซตะโกนแข่งกับเสียงคำรามของระบบ "เสร็จแล้วครับ!" คณินถอดตะแกรงเหล็กออกได้ทันเวลาพอดี เขาผายมือเชิญอาจารย์สาวให้มุดเข้าไปก่อน แล้วจึงตามเข้าไปอย่างทุลักทุเลพร้อมกับดึงตะแกรงปิดกลับเข้าที่เดิม เสียงกระแทกอันรุนแรงของเงาร่างประหลาดดังสนั่นอยู่ที่ด้านนอก แรงสั่นสะเทือนทำให้ฝุ่นตกลงมาใส่หัวของทั้งคู่ แต่พวกเขาก็รอดพ้นจากการเผชิญหน้าโดยตรงมาได้อย่างหวุดหวิด ภายในช่องระบายอากาศที่คับแคบและมืดสนิท มีเพียงแสงไฟกะพริบจากอุปกรณ์ของคณินที่ส่องนำทาง ทั้งสองคนนั่งพักหายใจหอบถี่ ไหล่แนบชิดกันในความเงียบที่เต็มไปด้วยเสียงหัวใจเต้นระทึก "ทำได้ไม่เลวเลยนี่, คณิน" ดร.อลิซเอ่ยชมเบาๆ พรางส่งยิ้มอ่อนโยนให้ในความมืด ซึ่งเป็นมุมที่หาดูได้ยากยิ่งจากอาจารย์สาวผู้เคร่งขรึมคนนี้ "ขอบคุณครับ... แต่ผมว่าเรายังวางใจไม่ได้หรอกครับ" คณินปรับแว่นตาที่เอียงเล็กน้อย สายตาจดจ้องไปที่หน้าจอแท็บเล็ตที่แสดงแผนผังตึก "เพราะสัญญาณรบกวนที่เรากำลังตามหา... มันไม่ได้มาจากข้างนอก แต่มันกำลังถูกส่งออกมาจากห้องทดลองลับใต้ดินที่ถูกปิดตายต่างหาก" ดร.อลิซชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไปแทนที่ด้วยความตกใจที่ปิดไม่มิด เมื่อหน้าจอแท็บเล็ตของคณินแสดงรหัสผ่านเข้าสู่ชั้นใต้ดิน—รหัสผ่านที่ควรจะมีแค่ผู้สร้างโปรเจกต์นี้คนเดียวเท่านั้นที่รู้ และชื่อที่ปรากฏหราอยู่บนบรรทัดสุดท้ายของฐานข้อมูลระบบ ก็คือชื่อของ ดร.อลิซ เอง ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางข้ามเวลาไปกับคณินและดร.อลิซนะครับ
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เด็กเนิร์ดควอนตัมกับอัจฉริยะข้ามเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%