เด็กเนิร์ดควอนตัมกับอัจฉริยะข้ามเวลา•ตอนที่ 13

รอยร้าวในโครงสร้างมิติ

ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
เสียงหึ่งต่ำของสมการควอนตัมที่ถูกคำนวณซ้ำนับล้านรอบดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท ราวกับเสียงกู่ร้องของจักรวาลที่กำลังปริแตกออกเป็นเสี่ยงๆ คณินทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งบนพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบ สัญชาตญาณความเป็นนักฟิสิกส์ทฤษฎีบอกเขาว่านี่ไม่ใช่ความผิดพลาดทางคณิตศาสตร์แบบเดิม แต่มันคือสัจพจน์แห่งความวิบัติที่กำลังถูกเขียนขึ้นใหม่ด้วยกฎฟิสิกส์ที่บิดเบี้ยว แว่นตากรอบหนาของเขาขึ้นฝ้าขาวจากความชื้นในอากาศที่แปรปรวนอย่างกะทันหัน ขณะที่ปลายนิ้วสั่นเทาเอื้อมไปแตะขอบโต๊ะทำงานเหล็กกล้าที่ตั้งอยู่เบื้องหน้า ทว่า... สัมผัสที่ควรจะแข็งแกร่งและมั่นคง กลับว่างเปล่า "อาจารย์... ดูนี่สครับ" คณินเปล่งเสียงลอดไรฟัน พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหว แม้เหงื่อกาฬจะผุดพรายเต็มแผ่นหลัง ดร.อลิซละสายตาจากหน้าจอโฮโลแกรมที่กระพริบเตือนสีแดงฉาน ดวงตาคู่สวยฉายแววตื่นตระหนกอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เธอก้าวฉับๆ เข้ามาหา ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ขอบโต๊ะเหล็กกล้าหนาน้ำหนักร่วมร้อยกิโลกรัมก็เริ่มบิดเบี้ยว มันไม่2ได้พังทลายลงมาตามแรงโน้มถัด หากแต่สลายตัวกลายเป็นละอองแสงสีฟ้าครามระยิบระยับ ลอยล่องเคว้งคว้างอยู่ในอากาศราวกับกลุ่มฝุ่นผงดาราจักรที่ถูกลมสุริยะพัดพา "ความผันผวนของโครงสร้างมิติ... มันก้าวข้ามขีดจำกัดของทฤษฎีสตริงไปแล้ว" ดร.อลิซพึมพำ น้ำเสียงของเธอยังคงพยายามรักษาความเยือกเย็นไว้ แต่มือเรียวบางที่กำแท่งควอนตัมไดรฟ์ไว้แน่นกลับสั่นระริก "ความหนาแน่นของกาลเวลาในลูปนี้กำลังเจือจางลง คณิน วัตถุรอบตัวเรากำลังสูญเสีย 'สถานะความจริง' ไปทีละน้อย" คณินขบกรามแน่น สมองอันปราดเปรื่องประมวลผลตัวเลขมหาศาลด้วยความเร็วสูงสุด หากโมเลกุลของสสารในห้องปฏิบัติการแห่งนี้สูญเสียความต่อเนื่องทางควอนตัม แปลว่าอีกไม่นาน ร่างกายของพวกเขา... เลือดเนื้อ กระดูก และลมหายใจ ก็จะต้องเผชิญกับชะตากรรมเดียวกัน กลายเป็นเพียงละอองแสงที่ไร้ตัวตนในหน้าประวัติศาสตร์ที่ถูกลบเลือน นี่คือผลลัพธ์จากการที่พวกเขาฝืนฝ่ากฎแห่งสาเหตุและผล (Causality) มากเกินไป ความพยายามที่จะแก้ไขอดีตเพื่อช่วยชีวิตทุกคนกำลังสร้างแรงกระแทกย้อนกลับที่รุนแรงเกินกว่าที่โครงสร้างเวลาจะแบกรับไหว "เราคำนวณผิดพลาดตรงไหนครับ" คณินเงยหน้าขึ้นสบตาอาจารย์สาว แววตาของนักศึกษาหนุ่มไม่ได้มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่ มีเพียงประกายความมุ่งมั่นและกระหายใคร่รู้ที่เด่นชัด "สมการความน่าจะเป็นเมื่อสามชั่วโมงก่อนยืนยันว่าเรามีเวลาอีกอย่างน้อยสี่สิบแปดชั่วโมงก่อนที่ลูปจะรีเซ็ต ทำไมมันถึงเร่งอัตราเร็วขึ้นถึงสิบเท่าตัวแบบนี้" "เพราะมี 'ตัวแปรภแทรกแซง' ที่เราไม่ได้คำนึงถึงเข้ามาในสมการไงล่ะครับคุณคณิน" เสียงทุ้มต่ำและเยือกเย็นดังแทรกขึ้นมาจากความมืดตรงมุมห้อง ควอนตัมคอร์ในมือของคณินส่งเสียงเตือนลั่นสนั่นห้อง แสงไฟฉุกเฉินสีแดงสาดส่องกระทบใบหน้าของชายปริศนาในชุดโค้ทสีดำสนิท ผู้ซึ่งก้าวออกมาจากรอยแยกของมิติที่บิดเบี้ยวราวกับภาพวาดสีน้ำมันที่กำลังละลาย ดร.อลิซก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ พร้อมกับยกปืนพลังงานควอนตัมขึ้นเล็งทันที "นั่นมัน... เป็นไปไม่ได้ นายควรจะสูญสลายไปพร้อมกับเส้นเวลาหลักเมื่อสามปีก่อนแล้วนี่!" ชายคนนั้นแย้มยิ้ม มุมปากหยักลึกด้วยรอยยิ้มที่ชวนให้รู้สึกหนับเหน็บถึงขั้วหัวใจ เขายื่นมือออกไปคว้าละอองแสงที่ลอยอยู่กลางอากาศ ละอองแสงเหล่านั้นรวมตัวกันกลายเป็นมีดสั้นเรืองแสงสีม่วงเข้มในพริบตา "ประวัติศาสตร์ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นให้แก้ไขหรอกนะ ดร.อลิซ และเจ้าเด็กเนิร์ดนี่... ก็เป็นเพียงแค่ความผิดพลาดชิ้นใหญ่ที่ฉันต้องกำจัดทิ้ง เพื่อทำให้จักรวาลนี้กลับคืนสู่ความสมบูรณ์แบบ" สิ้นคำพูด ร่างของชายปริศนาก็หายวับไปจากจุดเดิมด้วยความเร็วที่เหนือกว่าอัตราการกระพริบตา คณินเบิกตากว้าง สัญชาตญาณเตือนภัยระดับสูงสุดร้องลั่นในหัว เขากระชากแขนดร.อลิซให้หลบไปด้านข้าง พร้อมกับที่อากาศบริเวณที่ทั้งคู่ยืนอยู่เมื่อครู่ถูกเฉือนขาดออกจากกัน เกิดเป็นรอยร้าวสีดำสนิทที่มองเห็นห้วงอวกาศอันว่างเปล่าไร้ที่สิ้นสุดอยู่เบื้องหลัง ละอองแสงควอนตัมรอบตัวเริ่มหมุนวนเป็นพายุขนาดย่อม แรงดึงดูดของมิติที่กำลังล่มสลายกำลังฉีกกระชากทุกสิ่งทุกอย่างเข้าสู่ใจกลางความว่างเปล่า คณินหอบหายใจถี่กระชั้น แผ่นหลังแนบชิดกับผนังห้องที่เริ่มโปร่งแสงจนแทบจะมองทะลุไปยังมิติอื่น ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนจากระบบควอนตัมไดรฟ์ที่คณินสวมไว้ที่ข้อมือซ้ายดังขึ้นท่ามกลางเสียงคำรามของมิติที่กำลังฉีกขาด หน้าจอโฮโลแกรมสีทองอร่ามปรากฏขึ้นตรงหน้าอย่างกะทันหัน พร้อมกับข้อความตัวอักษรสีแดงฉานที่สั่นระริก: [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบเหตุการณ์ "Paradox Collapse" ระดับ SSS] [สถานะเป้าหมาย: โครงสร้างเวลาของเส้นทางปัจจุบันกำลังล่มสลาย 99.4%] [เงื่อนไขฉุกเฉิน: เปิดใช้งาน "โปรโตคอลย้อนเวลาครั้งสุดท้าย" - ผู้ใช้ต้องทำการเสียสละความทรงจำ 50% เพื่อรีเซ็ตพิกัดมิติ หรือปล่อยให้จิตวิญญาณสูญสลายไปพร้อมกับรอยแยก] [คำเตือน: พบตัวตนปริศนา "ผู้สังเกตการณ์นอกลูป" กำลังเข้าควบคุมแกนกลางควอนตัม] คณินมองตัวเลขการล่มสจำที่วิ่งเลยหลัก 99.5% ไปอย่างรวดเร็ว เขาก้มลงมองดร.อลิซที่กำลังใช้แรงเฮือกสุดท้ายกดปุ่มล็อกเกราะป้องกันพลังงานเพื่อปกป้องเขา แม้ว่าร่างกายของเธอครึ่งซีกจะเริ่มโปร่งแสงและกลายเป็นละอองแสงควอนตัมลอยหายไปในอากาศทีละน้อยแล้วก็ตาม มือเรียวที่เย็นเฉียบเอื้อมมาแตะที่แก้มของเขา แววตานั้นเต็มไปด้วยความอาลัยและคำขอร้องที่เงียบงัน "คณิน... ฟังอาจารย์นะ..." เสียงของเธอกระซิบแผ่วเบาแทบกลืนหายไปกับเสียงลมหายใจของห้วงมิติ "ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น... ห้ามเชื่อใจ..." ยังไม่ทันที่ประโยคสุดท้ายจะจบลง ร่างของดร.อลิซก็สลายกลายเป็นละอองแสงพรั่งพรูหายไปต่อหน้าต่อตา ทิ้งให้คณินยืนอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่าเพียงลำพัง พร้อมกับเงาร่างสีดำของชายปริศนาที่ก้าวออกมาจากรอยร้าวเบื้องหน้า พร้อมรอยยิ้มพิฆาตที่ยื่นมือเข้ามาใกล้ลำคอของเขาเรื่อยๆ _________________ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและสมการควอนตัมไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เด็กเนิร์ดควอนตัมกับอัจฉริยะข้ามเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%