เด็กเนิร์ดควอนตัมกับอัจฉริยะข้ามเวลา•ตอนที่ 12

แผนซ้อนแผนเหนือชั้น

ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
เสียงโลหะบดเบียดกันด้วยแรงกดดันมหาศาลดังเอี๊ยดอ๊าดบาดแก้วหู ประหนึ่งกรามของอสูรกายเหล็กที่กำลังขบเข้าหากัน ประตูเหล็กกล้าหนาแปดนิ้วตรงหน้าสั่นสะเทือนเร่าๆ ตามจังหวะกระแทกกระทั้นจากภายนอก รอยร้าวรานเส้นเล็กๆ เริ่มแผ่ขยายดั่งใยแมงมุมบนพื้นผิวคอนกรีตเสริมเหล็ก ท่ามกลางประกายไฟที่ส่อแสงวาบจากการพยายามเชื่อมตัดโครงสร้างด้วยความร้อนสูง แสงสว่างวาบจากเหตุการณ์ในห้องควบคุมหลักเมื่อครู่ยังคงหลงเหลือเป็นภาพติดตา คณินหอบหายใจถี่กระชั้น แว่นตากรอบหนาของเขาขึ้นฝ้าจากหยเหงื่อที่ผุดพรายเต็มกรอบหน้า มือสั่นเทาเล็กน้อยแต่ยังคงจับแท็บเล็ตควอนตัมในมือแน่น นิ้วเรียวยาวรัวปุ่มสัมผัสด้วยความเร็วสูงเพื่อเรียกใช้งานโปรแกรมจำลองคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่เขาเขียนขึ้นสดๆ ร้อนๆ "ดร.อลิซครับ แรงดันในระบบระบายความร้อนลดลงเหลือร้อยละสี่สิบแล้ว ถ้าพวกมันยังทำลายชั้นป้องกันด้านนอกด้วยความถี่เดิม อีกไม่ถึงสามนาทีห้องนี้จะกลายเป็นเตาอบสุญญากาศครับ" คณินเอ่ยเสียงเครียด นัยน์ตาหลังเลนส์แว่นจับจ้องหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าที่แสดงแผนผังอาคารศูนย์กลางวิจัย ซึ่งตอนนี้ถูกย้อมด้วยจุดสีแดงฉานนับร้อยจุดที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาปิดล้อม ดร.อลิซยืนนิ่งสงบอยู่เบื้องหน้าแผงควบคุมหลัก เรือนร่างระหงภายใต้เสื้อกาวน์สีขาวสะท้อนแสงไฟฉุกเฉินสีส้ม เธอยกมือขึ้นเสยผมสีดำสนิทที่ปรกลงมาเคลียแก้มอย่างใจเย็น นัยน์ตาสีเทาคู่สวยฉายแววครุ่นคิดลึกซึ้ง ไร้ซึ่งความหวาดกลัว แม้ว่าเสียงฝีเท้าหนักหน่วงของหน่วยจู่โจมเงาเวลาจะดังอยู่หลังประตูอีกไม่กี่เมตรก็ตาม "ใจเย็นไว้ก่อนคณิน..." น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่มั่นคงพอที่จะดึงสติของชายหนุ่มกลับมา "กฎข้อแรกของการคำนวณความน่าจะเป็นคือ เมื่อเผชิญหน้ากับความไม่แน่นอนขั้นวิกฤต เธอต้องไม่มองที่ตัวแปรทั้งหมด แต่จงมองหาจุดหมุนที่เล็กที่สุดที่จะพลิกกระดานได้" คณินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขารู้ดีว่าจุดหมุนที่อาจารย์สาวพูดถึงคืออะไร มันคือแผนการบ้าระห่ำที่เขาเพิ่งเสนอไปเมื่อห้านาทีก่อน แผนการที่เดิมพันด้วยความแม่นยำระดับเสี้ยววินาที "ผมเตรียมสัญญาณลวงเสร็จแล้วครับ" คณินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสมาธิ "อัลกอริทึมการกระจายคลื่นควอนตัมจะถูกส่งออกไปพร้อมกันผ่านสถานีทวนสัญญาณทั่วทั้งเขตเมืองเก่า มันจะสร้างลายเซ็นพลังงานปลอมที่จำลองค่าความหนาแน่นของเลขอะตอมไทม์ไลน์เดียวกับพวกเรา ทำให้ระบบติดตามของศูนย์กลางเข้าใจว่าร่างของเรากำลังแตกกระจายตัวไปในสามสิบสองจุดพร้อมๆ กัน" "ยอดเยี่ยม..." อลิซมุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่หาได้ยากในยามปรกติ "และในขณะที่ระบบปัญญาประดิษฐ์ของพวกมันกำลังสับสนวุ่นวายกับการคำนวณหาตัวจริงจากข้อมูลขยะนับล้านกิกะไบต์..." "เราจะใช้ช่องว่างนั้น เจาะทะลวงเข้าระบบแกนกลางเพื่อดึงข้อมูลดิบของลูปเวลาต้นฉบับออกมาครับ!" คณินต่อประโยคให้เสร็จ น้ำเสียงของเขาเริ่มมีความมั่นใจเจือความตื่นเต้นแบบเด็กเนิร์ดที่ได้ทดลองสมการฟิสิกส์ยากๆ จนสำเร็จ *เปร้ง! เสียงคานเหล็กรับน้ำหนักหักสะบั้นดังสนั่นหวั่นไหว* ประตูเหล็กบานหนายุบตัวลงมาเป็นรอยบุบขนาดมหึมาตามแรงถีบ รอยเชื่อมด้านข้างขาดผึ่งออกพร้อมกับกลุ่มควันสีขาวพวยพุ่ง เวลาของพวกเขาหมดลงแล้ว "เริ่มกระบวนการลวงตา ณ บัดนี้ครับ!" นิ้วเรียวของคณินกดปุ่มสีแดงขนาดใหญ่บนหน้าจอโฮโลแกรมทันที ทันใดนั้น หน้าจอหลักทั้งหมดในห้องก็เปลี่ยนเป็นสีเขียวสว่างวาบ ก่อนที่สัญญาณรบกวนระลอกใหญ่จะพุ่งทะยานออกจากเสาสัญญาณบนดาดฟ้าอาคาร พุ่งกระจายตัวออกไปทั่วท้องฟ้ายามค่ำคืนของเมืองหลวงแห่งอนาคต ประหนึ่งดอกไม้ไฟควอนตัมที่ระเบิดออกอย่างไร้ทิศทาง *ตึง!* ประตูเหล็กพังครืนลงมาฝุ่นตลบอบอวล ร่างของทหารหน่วยจู่โจมในชุดเกราะนาโนสีดำสนิท ใบหน้าสวมหน้ากากกรองอากาศเรืองแสงสีแดงก่ำก้าวเข้ามาในห้องพร้อมอาวุธปืนพาสมาในมือ พวกมันกวาดสายตาและลำแสงเล็งเป้าหมายมาที่กลางห้องอย่างรวดเร็ว ทว่า... ไม่มีใครอยู่ที่นั่น กลางห้องว่างเปล่า มีเพียงหน้าจอโฮโลแกรมสามมิติที่ฉายภาพจำลองของคณินและอลิซกำลังยืนหันหลังให้ ทันทีที่เซ็นเซอร์ของทหารเหล่านั้นตรวจจับเป้าหมาย ภาพโฮโลแกรมก็ส่งเสียงหัวingเยาะเบาๆ ก่อนจะสลายกลายเป็นละอองข้อมูลสีฟ้า *เตือนภัย: ตรวจพบเป้าหมายแยกย่อยสามสิบสองจุดในรัศมีสิบกิโลเมตร... ระบบสับสน... ไม่สามารถยืนยันตัวตนหลักได้...* เสียงสังเคราะห์จากหมวกเกราะของหัวหน้าหน่วยจู่โจมดังขึ้นด้วยความติดขัด มันสะบัดศีรษะหันซ้ายหันขวาอย่างฉุนเฉียว ก่อนจะตะโกนผ่านระบบสื่อสารภายใน "เป้าหมายใช้สัญญาณลวง! กระจายกำลังค้นหาทุกจุดเชื่อมต่อโครงข่ายเดี๋ยวนี้!" ห่างออกไปไม่ถึงสามเมตร ใต้พื้นห้องควบคุมที่มีแผ่นตารางโลหะปิดทับ คณินและดร.อลิซกำลังหมอบตัวแนบชิดอยู่ในช่องระบายอากาศใต้ดินที่คับแคบและมืดมิด กลิ่นอับชื้นและฝุ่นละอองทำให้คณินเกือบจะเผลอจามออกมา แต่เขาต้องรีบยกมือขึ้นปิดจมูกแน่น ดวงตาหลังแว่นจ้องมองรองเท้าบูทหนาหนักของทหารศัตรูที่เดินผ่านศีรษะพวกเขาไปเพียงคืบเดียว หัวใจของคณินเต้นระรัวราวกับกลองศึก เสียงทุ้มต่ำของมันสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านไปทั่วผิวหนัง แต่ในขณะเดียวกัน อะดรีนาลีนที่หลั่งออกมาก็ทำให้สมองของเขาปลอดโปร่งและทำงานด้วยความเร็วสูงสุด อลิซที่หมอบอยู่ข้างกายเอื้อมมือมาแตะที่ไหล่ของเขาเบาๆ สัมผัสอุ่นๆ ผ่านเนื้อผ้าช่วยดึงความตื่นตระหนกให้สงบลง เธอมองหน้าเขาด้วยสายตาที่สื่อความหมายชัดเจน—*เราทำได้ดีมาก* เมื่อเสียงฝีเท้าเหล่านั้นค่อยๆ 遠去 (เคลื่อนไหวห่างออกไป) จนกระทั่งเงียบสนิท คณินจึงค่อยๆ ผ่อนลมหายใจยาวเหยียด เขาพยักหน้าให้ดร.อลิซเป็นสัญญาณว่าทางสะดวกแล้ว ทั้งสองค่อยๆ คลานออกจากช่องระบายอากาศอย่างเงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ เป้าหมายเบื้องหน้าคือประตูห้องนิรภัยของศูนย์กลาง—ประตูที่นำไปสู่ "แกนกลางควอนตัม" หัวใจหลักของเทคโนโลยีข้ามเวลาที่ซ่อนเร้นมาเนิ่นนาน คณินหยิบเครื่องมือถอดรหัสควอนตัมที่เขาประดิษฐ์ขึ้นเองออกมาจากกระเป๋าเสื้อกาวน์ สายตาคมกริบวิเคราะห์ลวดลายรหัสผ่านแบบไดนามิกที่สลับซับซ้อนบนแผงควบคุมดิจิทัล นิ้วของเขาเริ่มขยับรัวบนแป้นพิมพ์จิ๋วอย่างคล่องแคล่ว สมการคณิตศาสตร์นับร้อยบรรทัดไหลผ่านสมองของเขาในชั่วพริบตา "รหัสผ่านถูกป้องกันด้วยชั้นข้อมูลแบบวนซ้ำเจ็ดชั้น..." คณินพึมพำกับตัวเอง เหงื่อเม็ดโตไหลย้อยลงมาข้างขมับ "ถ้าพิมพ์ผิดแม้แต่ตัวเดียว ระบบป้องกันอัตโนมัติจะล็อกดาวน์ถาวรทันที" *ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...* แถบความคืบหน้าบนหน้าจอขยับขึ้นทีละน้อย: 60%... 75%... 90%... รอยยิ้มบางๆ เริ่มปรากฏบนใบหน้าของชายหนุ่ม เมื่อเขากำลังจะพิมพ์คำสั่งสุดท้ายเพื่อปลดล็อกประตูนิรภัยบานนั้นให้เปิดออก ทว่า... จู่ๆ หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดก็ดับวูบลงอย่างไร้สาเหตุ! ความมืดมิดโรยตัวลงปกคลุมทั่วทั้งห้องทันที มีเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงสลัวที่กะพริบเป็นจังหวะช้าๆ ทว่าสิ่งที่ทำให้คณินและดร.อลิซต้องชะงักค้างและหยุดหายใจ ไม่ใช่เพราะระบบไฟขัดข้อง... แต่เป็นเพราะเสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นจากมุมมืดลึกที่สุดของห้องนิรภัย—มุมที่ตามแผนผังโครงสร้างแล้ว *ไม่ควรมีใครหรือสิ่งใดอยู่ข้างในนั้น* *แปะ... แปะ... แปะ...* "ยอดเยี่ยมมาก... นักศึกษาคณิน และคุณก็ทำได้ดีเสมอมา... ดร.อลิซ" เสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น และคุ้นหูอย่างประหลาดดังลอยออกมาจากเงาดำ ร่างของชายสวมชุดสูทสีเทาเข้มก้าวเท้าเดินออกมาจากความมืดทีละน้อย ใบหน้าของเขาประดับด้วยรอยยิ้มสุภาพ ทว่าแววตากลับว่างเปล่าไร้ความรู้สึก และที่น่าตกใจที่สุดคือ... ใบหน้านั้นถอดแบบมาจากคณินในวัยที่อายุมากกว่าราวสิบปี! "ระ... เป็นไปไม่ได้..." คณินผถอยหลังก้นกระแทกพื้น แว่นตาเกือบหลุดร่วง "นาย... นายคือใครกัน!?" ร่างเงานั้นหยุดยืนอยู่ใต้แสงไฟสีแดงสลัว เขาก้มลงมองคณินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของเด็กหนุ่มเย็นเฉียบ "ยินดีต้อนรับกลับสู่ลูปที่หนึ่งร้อยเจ็ดสิบสาม... ตัวฉันเอง" --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปกับคณินและดร.อลิซในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เด็กเนิร์ดควอนตัมกับอัจฉริยะข้ามเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%