เสียงกHissแหลมสูงของเครื่องประคองชีพควอนตัมรุ่นเก่าดังระรัวแข่งกับเสียงลมหนาวที่พัดกระแทกโครงเหล็กกล้าของห้องทดลองใต้ดินชั้นที่เจ็ด กลิ่นอับชื้นของโอโซนและสนิมเหล็กคละคลุ้งอยู่ในบรรยากาศที่เกือบจะไร้ซึ่งความอบอุ่น
คณินขยับกรอบแว่นหนาเตอะที่ขึ้นฝ้าจากไอร้อนของลมหายใจ เขาก้มมองตัวเลขบนหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าซีดที่กำลังกระพริบเตือน ความถี่การสั่นพ้องของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในพื้นที่เริ่มเบี่ยงเบนจากค่ามาตรฐานสามเปอร์เซ็นต์ ซึ่งในทางทฤษฎีแล้ว มันหมายความว่ารอยแยกของลูปเวลากำลังขยับเข้าใกล้จุดวิกฤตเร็วกว่าการคำนวณครั้งก่อนถึงสี่สิบนาที
"คุณกำลังคำนวณหาความน่าจะเป็นที่จะรอดชีวิต หรือกำลังคิดหาทางแก้ไขข้อผิดพลาดที่ผมสร้างไว้กันแน่ครับ คณิน"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของ ดร.อลิซ ดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิด เธอนั่งอยู่บนลังไม้เก่าๆ ที่มุมห้อง แสงสีฟ้าจากหน้าจอสะท้อนลงบนดวงตาคู่คมที่มักจะซ่อนความเหนื่อยล้าไว้ภายใต้รอยยิ้มบางๆ เสมอ วันนี้เธอไม่ได้สวมเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตาอย่างเคย แต่กลับเป็นเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวสีเข้มตัวโคร่งที่ดูราวกับจะกลืนร่างเพรียวบางของเธอให้หาย
คณินชะงักมือที่กำลังพิมพ์ชุดคำสั่ง เขาถอนหายใจยาวผ่านไรฟัน ก่อนจะหันไปมองอาจารย์สาวผู้เป็นทั้งคู่หูและปริศนาที่เขายังไขไม่แตก
"ผมกำลังคำนวณความน่าจะเป็นที่พวกเราจะออกจากที่นี่โดยไม่ต้องย้อนเวลากลับไปเริ่มนับหนึ่งใหม่ครับ อาจารย์" คณินตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความกังวล "และตัวเลขมันก็ฟ้องอยู่ว่า... โอกาสมีไม่ถึงสิบสองเปอร์เซ็นต์"
อลิซหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าเล็กน้อย เธอเอื้อมมือไปหยิบกระบอกน้ำโลหะขึ้นมาเปิดจิบ แต่นั่นเป็นเพียงการกลบเกลื่อนอาการสั่นเทาปลายนิ้วที่คณินสังเกตเห็นได้แม้ในความสลัว
"สิบสองเปอร์เซ็นต์ก็ยังถือว่าสูงนะ สำหรับคนที่พยายามฝืนกฎแห่งเอนโทรปี" อลิซวางกระบอกน้ำลง เธอเหม่อมองไปยังความมืดนอกหน้าต่างกระจกหนาที่สะท้อนภาพเงาของพวกเขาเอง "คุณรู้ไหมคณิน... ทำไมฉันถึงเลือกเดินเข้ามาในเส้นทางฟิสิกส์ควอนตัม ทั้งที่โลกใบนี้มีอาชีพที่ง่ายและปลอดภัยกว่าตั้งเยอะ"
คณินขยับตัวเล็กน้อย เขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลามานั่งรำลึกความหลัง แต่ท่าทางและแววตาที่เปลี่ยนไปของอลิซทำให้เขายับยั้งปากที่จะปฏิเสธไม่ได้ ชายหนุ่มเลือกที่จะเงียบและตั้งใจฟัง
"ตอนที่ฉันอายุเท่าคุณ..." อลิซเริ่มเล่า น้ำเสียงของเธอดูลอยละล่องราวกับย้อนกลับไปในอดีตจริงๆ "ฉันเคยสูญเสียบางสิ่งไปในพริบตา... ไม่ใช่คนรัก ไม่ใช่ครอบครัว แต่เป็นช่วงเวลา ทุกวินาทีที่ไหลผ่านไปโดยที่เราไม่สามารถคว้ามันไว้ได้ มันสร้างความรู้สึกเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าบาดแผลทางกาย ตอนนั้นฉันมีความเชื่อโง่ๆ ว่า ถ้าเราเข้าใจโครงสร้างของเวลาอย่างถ่องแท้ เราก็น่าจะสร้างปาฏิหาริย์ขึ้นมาได้สักครั้งในชีวิต"
เธอมองหน้าคณิน แววตาคู่นั้นไหววับราวกับแสงดาวที่ใกล้ดับแสง
"ฟิสิกส์ควอนตัมไม่ได้สอนให้เรากลัวความไม่แน่นอนนะคณิน แต่มันสอนให้เรายอมรับว่า ทุกทางเลือกมีความเป็นจริงของมันเอง... และบางที ที่ฉันติดอยู่ในลูปนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า อาจเป็นเพราะจักรวาลกำลังรอให้ฉันกล้าพอที่จะเลือกเส้นทางที่ถูกต้องจริงๆ เสียที"
คณินนิ่งงิ่งไปกับคำพูดนั้น สมองส่วนเหตุผลของเขาพยายามประมวลผลคำว่า 'ทางเลือกที่ถูกต้อง' ในเชิงกลศาสตร์ควอนตัม แต่มโนสำนึกส่วนลึกกลับสัมผัสได้ถึงความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเก่งกาจของหญิงสาวตรงหน้า
"อาจารย์หมายความว่า..."
"ฉันหมายความว่า..." อลิซตัดบท น้ำเสียงของเธอจริงจังขึ้นอย่างฉับพลัน เธอยืนขึ้นเต็มความสูง ก้าวเข้ามาใกล้คณินจนได้กลิ่นจางๆ ของกระดาษเก่าและน้ำยาเคมี "ถ้าพรุ่งนี้เช้า... หรือไม่ว่าเวลาไหนก็ตามที่คุณต้องตัดสินใจว่าจะกดปุ่มรีเซ็ตหรือเดินหน้าต่อ จงจำความรู้สึกหนาวเหน็บในห้องนี้ไว้... เพราะนั่นคือหลักฐานว่าเรามีตัวตนอยู่จริงๆ ไม่ใช่แค่ตัวเลขในสมการของใคร"
ก่อนที่คณินจะทันได้เอ่ยปากถามความหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้น เสียงเตือนภัยระดับวิกฤตก็แผดเสียงดังลั่นห้องทดลอง
*ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!*
หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ระบบ AI หลักของฐานทัพส่งเสียงสังเคราะห์แหบพร่าแจ้งเตือนข้อความที่ทำให้ลมหายใจของคณินสะดุดกึก
**[แจ้งเตือนระบบภารกิจระดับ SSS: ตรวจพบการแทรกแซงไทม์ไลน์จากตัวตนภายนอกลูป]**
**[คำเตือน: วัตถุแปลกปลอมกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้พิกัดปัจจุบันในระยะ 500 เมตร]**
คณินเบิกตากว้างเมื่อกราฟฟิกการกระจายตัวของอนุภาคบนจอแสดงจุดสีแดงจุดหนึ่งกำลังพุ่งตรงมายังห้องใต้ดินแห่งนี้ด้วยความเร็วที่เหนือกว่ากฎฟิสิกส์ใดๆ และที่เลวร้ายไปกว่านั้น... ลายเซ็นพลังงานของมันตรงกับรูปแบบของเครื่องมือที่ ดร.อลิซ ซ่อนไว้ในช่องลับใต้พื้นห้องที่แม้แต่เขาก็ไม่เคยล่วงรู้มาก่อน
"อาจารย์... นี่มันหมายความว่ายังไงครับ?" คณินหันกลับไปหาคู่หูเพื่อขอคำอธิบาย แต่สิ่งที่เขาพบกลับไม่ใช่รอยยิ้มหรือคำตอบ
อลิซถอยหลังไปหนึ่งก้าว รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก พร้อมกับที่เธอ1กดสวิตช์ฉุกเฉินบนข้อมือของตัวเอง ร่างของเธอเริ่มสลายกลายเป็นละอองแสงสีฟ้าทีละน้อย ท่ามกลางเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ลอยมากับสายลมหนาว
"ขอโทษนะคณิน... แต่คนที่คุณกำลังร่วมเดินทางด้วยตอนนี้ ไม่ใช่ฉันจากอนาคตที่คุณรู้จักอีกต่อไปแล้วล่ะครับ"
แล้วแสงสว่างวาบก็กลืนกินทุกสิ่ง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่กำลังก้าวเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตูเหล็กบานหนา
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
เด็กเนิร์ดควอนตัมกับอัจฉริยะข้ามเวลา•ตอนที่ 11
คำสารภาพในห้องมืด
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เด็กเนิร์ดควอนตัมกับอัจฉริยะข้ามเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!