เสียงเตือนของระบบควอนตัมฮาร์มอนิกดังแหลมสูงจนแก้วหูแทบปริแตก คณินกะพริบตาถี่ๆ เพื่อขับไล่ภาพซ้อนนับพันที่กำลังหมุนวนอยู่ในลานสายตา อากาศรอบตัวเขามิใช่อากาศบริสุทธิ์ในห้องปฏิบัติการใต้ดินอีกต่อไป หากแต่มันหนาแน่นไปด้วยกลุ่มควันสีเทาอมม่วงและเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลายราวกับกระจกเปราะบาง
"อัตราการซิงโครไนซ์เกินร้อยละเก้าสิบห้า... คณิน คุณกำลังปล่อยให้จิตใต้สำนึกถูกกลืนกินนะครับ ตั้งสติไว้!"
เสียงของดร.อลิซดังลอดผ่านช่องสื่อสารฉุกเฉิน มันไม่ได้ราบเรียบเยือกเย็นเช่นเคย แต่เจือด้วยความร้อนรนที่เธอพยายามเก็บซ่อนไว้ภายใต้มาดของนักวิทยาศาสตร์ผู้เพียบพร้อม ทว่าสำหรับคณินในตอนนี้ เสียงนั้นช่างแสนไกล ราวกับดังมาจากอีกฟากฝั่งของกาแล็กซี
เบื้องหน้าของเขาไม่ใช่หน้าจอคอนโซลอีกต่อไป แต่เป็นห้องนั่งเล่นเก่าคร่ำครึในบ้านวัยเด็ก แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบกรอบรูปครอบครัวที่บิดเบี้ยว รอยยิ้มของมารดาในรูปถ่ายค่อยๆ เลือนหายกลายเป็นรอยปริร้าวสีดำสนิท
"นี่คือบททดสอบความน่าจะเป็น... ถ้าผมเลือกทางนั้นในวันนั้น ทุกอย่างคงไม่จบลงแบบนี้" คณินพึมพำกับความว่างเปล่า นิ้วมือสั่นเทาขณะเอื้อมไปคว้าอากาศ แว่นตากรอบหนาของเขาขึ้นฝ้าขาวด้วยไอความร้อนจากระบบจำลองสถานการณ์เสมือนจริงที่กำลังกัดกินสมองส่วนฮิปโปแคมปัสทีละน้อย
ระบบ Neural-Link ปรับแต่งความทรงจำลึกสุดขั้วให้กลายเป็นเขาวงศกตอันวนเวียน ทุกย่างก้าวที่เขาก้าวเดินผ่านประตูมิติจำลอง ทำให้เขาต้องเผชิญหน้ากับความกลัวที่ฝังรากลึกที่สุด—ความล้มเหลวในการปกป้องคนที่รัก และความจริงอันโหดร้ายที่ว่า ลูปเวลานี้อาจไม่มีวันสิ้นสุด
*ตึ้ง!*
แรงกระแทกจากสนามพลังแม่เหล็กไฟฟ้าซัดเข้าที่แผ่นหลังของคณินจนทรุดฮวบลงคุกเข่า เลือดกำเดาอุ่นๆ ไหลรินอาบปลายคาง ภาพเบื้องหน้าบิดเบี้ยวกลายเป็นรหัสไบนารีสีแดงฉานที่วิ่งพล่านราวกับฝูงมดคลั่ง
"ถ้าคุณยังจมอยู่กับความผิดพลาดในอดีต สมองของคุณจะถูกรีเซ็ตถาวรและกลายเป็นเศษซากข้อมูลในระบบซิมูเลชันนี้ไปตลอดกาลนะครับ!"
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงวิ่งเข้ามาใกล้ พร้อมกับสัมผัสเย็นเฉียบของโลหะผสมไทเทเนียมที่แนบเข้ากับข้อมือซ้ายของเขา อลิซปรากฏกายขึ้นท่ามกลางพายุข้อมูล ชุดปฏิบัติการสีดำสนิทของเธอบาดลึกด้วยรอยขีดข่วนจากการฝ่ากำแพงไฟร์วอลล์ระดับสูงเข้ามาในพื้นที่เขตหวงห้าม
ดร.อลิซทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่ง มือเรียวบางคว้าใบหน้าของชายหนุ่มให้หันมาสบตา ดวงตาคู่คมของเธอภายใต้แสงสีแดงกะพริบเตือนภัยฉายแววเด็ดเดี่ยวอย่างถึงที่สุด
"อาจารย์... ผมมองไม่เห็นสมการทางออกเลยครับ มันทางตัน..." คณินแค่นเสียงลอดไรฟัน สมองของเขาประมวลผลหนักเกินพิกัดจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน
"เลิกมองหาทางออกจากสมการที่ไม่มีอยู่จริงเสียที!" อลิซตวาดเสียงกร้าว แต่น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย "คณิน... ฟังผมนะ! ตัวเลขไม่ได้กำหนดทุกสิ่งในชีวิตมนุษย์ คุณมีสิทธิ์ที่จะเลือกเส้นทางที่อยู่นอกเหนือจากทฤษฎีความน่าจะเป็น! กลับมาหาผมเดี๋ยวนี้!"
เธอดึงอุปกรณ์กระตุ้นระบบประสาทรุ่นฉุกเฉินออกจากเข็มขัดสนาม แล้วกดทาบลงที่ต้นคอของเขาโดยไม่ลังเล กระแสไฟฟ้าแรงดันสูงวิ่งพล่านเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลางเพื่อตัดวงจรการเชื่อมต่อ เป็นวิธีการที่อันตรายถึงชีวิต เพราะหากจิตใต้สำนึกของคณินไม่ยอมตื่นตามแรงกระตุ้น สมองของทั้งคู่จะถูกหลอมรวมและแหลกสลายไปพร้อมกับซิมูเลชัน
"อึก...!" คณินสะท้านเฮือก ร่างกายเกร็งกระตุก ภาพห้องนั่งเล่นวัยเด็กแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ราวกับกระจกที่ถูกค้อนทุบ
ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วทุกอณูเซลล์ แต่มันกลับดึงสติสัมปชัญญะที่ล่องลอยให้กลับคืนสู่ร่างเนื้อ กลิ่นออนโซนจางๆ และเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของอลิซคือสิ่งแรกที่เขาสัมผัสได้เมื่อเปลือกตาเปิดขึ้นอีกครั้ง
หน้าจอหลักของศูนย์บัญชาการกะพริบเป็นสีเขียวมรกตอีกครั้ง เสียงเตือนภัยระดับวิกฤตเงียบลง เหลือเพียงเสียงพัดลมระบายความร้อนของเครื่องคอมพิวเตอร์หลักที่ทำงานอย่างหนักหน่วง คณินหอบหายใจโยนตัวพิงพนักเก้าอี้ เหงื่อกาฬไหลชุ่มแผ่นหลัง แว่นตาหนาเตอะหลุดร่วงลงไปกองกับพื้น
อลิซทรุดตัวนั่งลงกับพื้นเหล็กเย็นเฉียบ สีหน้าของเธอซีดเผือดไม่แพ้กัน หน้าอกกระเพื่อมไหวตามจังหวะการหายใจที่ยังไม่คงที่ เธอมองดูชายหนุ่มที่มีชีวิตรอดกลับมาจากปากเหวแห่งความตายด้วยแววตาที่ผสม
"คุณเกือบจะไม่รอดแล้วนะครับ... เจ้าเด็กโง่" อลิซพึมพำเบาๆ พลางยื่นมือไปหยิบแว่นตาขึ้นมาปัดฝุ่นแล้วส่งคืนให้เขา
"ขอบคุณครับอาจารย์... และก็... ขอโทษที่ทำให้ต้องเสี่ยงอันตราย" คณินรับแว่นมาสวมด้วยมือที่ยังคงสั่นระริก รอยยิ้มเจื่อนๆ ปรากฏบนใบหน้าซีดเซียว แต่แววตาหลังเลนส์แว่นกลับมีความมุ่งมั่นบางอย่างที่ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลง เสียงสัญญาณเตือนรูปแบบใหม่ก็ดังขึ้นจากเซนเซอร์ตรวจจับรอบนอกฐานทัพ—เสียงเตือนที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ของลูปเวลา
*ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!*
หน้าจอโฮโลแกรมหลักปรากฏพิกัดสีแดงฉานพุ่งตรงมายังจุดที่พวกเขายั่งอยู่ พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนระบบภารกิจระดับ SSS ที่สว่างวาบขึ้นกลางอากาศ: **[คำเตือน: ตรวจพบร่องรอยการแทรกแซงจาก "ผู้สังเกตการณ์ภายนอก" ลูปเวลาที่ 0 กำลังถูกบิดเบือนโดยบุคคลที่ไม่รู้จัก]**
อลิซเบิกตากว้าง สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดถึงขีดสุดเมื่อเธอมองเห็นรหัสลับที่ปรากฏขึ้นบนบรรทัดสุดท้ายของหน้าจอ
"เป็นไปไม่ได้... เขายังไม่น่าจะตื่นขึ้นมาในยุคนี้สซิครับ" เสียงพึมพำของอลิซขาดหายไปในลำคอ เมื่อประตูกลางห้องควบคุมหลักถูกระเบิดออกด้วยคลื่นพลังงานความร้อนสูง และร่างของใครบางคนที่ก้าวทะลุกลุ่มควันเข้ามาก็ทำให้หัวใจของคณินหยุดเต้นไปชั่วขณะ...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
เด็กเนิร์ดควอนตัมกับอัจฉริยะข้ามเวลา•ตอนที่ 10
กับดักความทรงจำ
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เด็กเนิร์ดควอนตัมกับอัจฉริยะข้ามเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!