เสียงคำรามทุ้มต่ำของสนามแม่เหล็กควอนตัมที่กำลังสั่นพ้องไม่ได้เป็นเพียงแค่สัญญาณเตือนของความผิดพลาดทางฟิสิกส์ แต่มันคือเสียงระฆังแห่งความตายที่ดังขึ้นในระยะประชิด
“หมอบลงครับ ดร.อลิซ!”
คณินตะโกนสุดเสียง พร้อมกับคว้าข้อมือเรียวของอาจารย์สาวแล้วกระชากให้หลบหลังแท่นคอนโซลควบคุมหลัก แรงกระแทกจากการพุ่งตัวทำให้ข้อศอกของเขาขูดเข้ากับขอบโลหะคมกริบ ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาถึงหัวไหล่ แต่เขากัดฟันแน่น ไม่ยอมส่งเสียงร้องออกมาแม้แต่น้อย ในสถานการณ์ที่อัตราความน่าจะเป็นของการรอดชีวิตลดลงเหลือเพียงเลขหลักเดียว ความเจ็บปวดทางกายคือสิ่งฟุ่มเฟือยที่ไม่มีเวลาให้ใส่ใจ
*ปัง! ปัง! ปัง!*
กระสุนเจาะเกราะความเร็วสูงพุ่งทะลุกระจกนิรภัยหนาแปดนิ้วของห้องทดลองชั้นใต้ดินจนแตกละเอียด เศษผลึกใสโปรยปรายลงมาดั่งหิมะมรณะ กลิ่นออนของโอโซนจากการลัดวงจรผสมปนเปไปกับกลิ่นดินปืน ควันสีเทาคลุ้งกระจายจนบดบังวิสัยทัศน์ แต่เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ย่างสามขุมเข้ามานั้นชัดเจนเสียจนคณินต้องคำนวณทิศทางด้วยโสตประสาท
ผ่านแว่นตากรอบหนาที่ตอนนี้มีรอยร้าวเป็นทางยาว ดวงตาของนักศึกษาหนุ่มกวาดมองไปรอบห้องอย่างรวดเร็ว สมองของเขาประมวลผลราวกับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ข้อมูลจากสมการควอนตัมเทอร์โมไดนามิกส์ที่เพิ่งเขียนลงบนกระดานไวท์บอร์ดเมื่อครู่ผุดขึ้นมาในหัว ชิปบันทึกข้อมูลไทม์ไลน์รุ่นต้นแบบ—หัวใจสำคัญที่กลุ่มคนชุดดำกลุ่มนี้ต้องการ—กำลังส่งแสงสีฟ้ากะพริบถี่อยู่บนแท่นวางห่างออกไปสามเมตร
“พวกมันมีอุปกรณ์สลายเกราะควอนตัมครับ” ดร.อลิซกระซิบเสียงเรียบ แม้สถานการณ์จะคับขันถึงขีดสุด แต่ดวงตาคู่สวยของเธอกลับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความกังวลที่ทอดมองมายังคณิน “ถ้าชิปนั้นตกไปอยู่ในมือขององค์กร เวลาจะถูกรีเซ็ตไปสู่จุดศูนย์ และคณิน... เธอจะจำอะไรไม่ได้อีกเลย”
“ผมจะไม่ยอมให้เรื่องนั้นเกิดขึ้นเด็ดขาดครับ”
คณินตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิท แม้หัวใจจะเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความทรงจำตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา—ช่วงเวลาที่เขาได้ร่วมไขปริศนากับอาจารย์สาว ได้เห็นรอยยิ้มบางๆ ที่เธอซ่อนไว้ภายใต้ความเย็นชา—มันมีค่าเกินกว่าจะยอมให้ใครมาลบมันทิ้ง
นิ้วเรียวดันแว่นตาขึ้นตามความเคยชิน แม้ว่าขาแว่นข้างหนึ่งจะหักงอไปแล้วก็ตาม คณินหยิบแท่งโลหะตัวนำยิ่งยวด (Superconducting Rod) ที่ตกอยู่ข้างกายขึ้นมา สติปัญญาและทักษะทางฟิสิกส์ทฤษฎีที่ร่ำเรียนมานานหลายปีไม่ได้มีไว้แค่ทำข้อสอบในห้องเลคเชอร์ แต่มันคือเครื่องมือเอาชีวิตรอดในวินาทีเป็นตายนี้
“ดร.อลิซครับ นับสาม... เราจะวิ่งไปทางเสาโครงสร้างหลักทางนั้น แรงเหวี่ยงจากการระเบิดของตัวเก็บประจุจะทำให้พวกมันเสียการทรงตัวไปชั่วขณะ... อดทนหน่อยนะครับ”
“อืม ระวังตัวด้วยนะคณิน”
คำพูดสั้นๆ แต่แฝงด้วยความห่วงใยจากอาจารย์สาวทำให้ความอบอุ่นไหล
ผ่านเข้ามาในอกท่ามกลางความหนาวเหน็บของความตาย
“หนึ่ง... สอง... สาม!”
ร่างทั้งสองพุ่งทะยานออกจากที่กำบังราวกับลูกศรที่หลุดจากแหล่ง คณินไม่เพียงแต่พาตัวเองหนี แต่เขายังใช้มือข้างหนึ่งประคองแผ่นหลังของอลิซไว้เพื่อลดแรงกระแทก ทันทีที่พวกเขาขยับ กลุ่มคนชุดดำสามคนก็ระดมยิงเข้ามาไม่ยั้ง กระสุนนัดหนึ่งเฉี่ยวหัวไหล่เสื้อของคณินจนขาดวิ่น ทิ้งรอยไหม้สีดำและกลิ่นเนื้อไหม้จางๆ ไว้
*เปรี้ยง!*
ด้วยความไวไหวพริบ คณินใช้แท่งตัวนำยิ่งยวดปาเข้าใส่แผงควบคุมระบบระบายความร้อนหลัก เกิดการลัดวงจรและระเบิดย่อมๆ ปล่อยกระแสไฟฟ้าแรงดันสูงพุ่งพล่านไปทั่วพื้นผิวโลหะ พวกมันที่สวมชุดเกราะยุทธวิธีนำไฟฟ้าจึงล้มลงชักดิ้นชักงอด้วยความเจ็บปวด ส่งเสียงร้องคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว
ทว่า ในจังหวะที่พวกเขากำลังจะพ้นประตูฉุกเฉิน ชายร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทผู้สวมหน้ากากกันแก๊สพิษก็ก้าวออกมาจากเงาดำ เขาถือปืนไรเฟิลจู่โจมรุ่นล้ำอนาคตเล็งตรงมาที่ศีรษะของอลิซโดยไร้ความลังเล
ดวงตาของคณินหรี่ลง ความน่าจะเป็นในการหลบกระสุนวิถีตรงในระยะประชิดคือศูนย์ หากเขาขยับตัวช้าไปแม้แต่เสี้ยววินาที...
ไม่มีเวลาให้คิดคำนวณทฤษฎีซับซ้อนอีกต่อไป คณินตัดสินใจใช้ร่างกายของตนเองเป็นโล่กำบัง เขาพุ่งเข้าชนอลิซเต็มแรงจนล้มกลิ้งหลบวิถีกระสุนไปได้อย่างเฉียดฉิว ปลายกระสุนเฉี่ยวแก้วหูของเขาไปนิดเดียวจนเกิดเสียงหวีดหิวแสบแก้วหู
ก่อนที่มือปราบปริศนาจะเหนี่ยวไกอีกครั้ง เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็สว่างวาบไปทั่วอุโมงค์หลบภัย พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศตรงหน้าคณินและอลิซ
*[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการแทรกแซงไทม์ไลน์ภายนอกระดับ SSS]*
*[เงื่อนไขการหลบหนีสำเร็จ: 89%] ...กำลังเข้าสู่กระบวนการพับปริภูมิเวลา...*
*[คำเตือน: บุคคลที่ไม่ได้รับเชิญคนที่สามกำลังก้าวเข้าสู่เขตพื้นที่ควบคุม...]*
เงาร่างหนึ่งก้าวทะลุกำแพงมิติที่บิดเบี้ยวออกมา ร่างนั้นสวมเสื้อคลุมยาวสีขาวเปื้อนคราบฝุ่นละอองแห่งกาลเวลา และเมื่อบุคคลปริศนานั้นเงยหน้าขึ้นและถอดฮู้ดออก คณินก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบลืมหายใจ
ใบหน้าของบุคคลนั้น... เหมือนกับตัวเขาเองในวัยที่อายุมากกว่านี้สิบปี แว่นตากรอบทองและรอยแผลเป็นที่หางตาขวาปรากฏชัดเจน
*“สวัสดีคณิน... ดีใจจริงๆ ที่นายรอดมาได้ในลูปนี้ แต่เวลาของนายหมดแล้ว ส่งชิปมาให้ฉันซะ”* ร่างเงาในอนาคตเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ก่อนจะยื่นมือมาตรงหน้า ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบขาดใจ
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันท้าทายนี้ร่วมกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เด็กเนิร์ดควอนตัมกับอัจฉริยะข้ามเวลา•ตอนที่ 5
ตัวแปรที่อยู่นอกเหนือการควบคุม
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เด็กเนิร์ดควอนตัมกับอัจฉริยะข้ามเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!