"ถ้าเจ้ายังใช้มุมดาบองศานั้นรับแรงกระแทกจากขวานของยักษ์ศิลาอีกเพียงครั้งเดียว กระดูกข้อมือซ้ายของเจ้าได้แหลกละเอียดกลายเป็นผุยผงแน่ เอลาร่า"
เสียงทุ้มต่ำของเรย์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของลานฝึกซ้อมใต้ดิน แสงคบเพลิงสีส้มสาดส่องกระทบใบหน้าคมคายที่กำลังฉายแววเคร่งขรึม ดวงตาคู่คมของเขาจดจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความคาดหวังและความระaมระวัง
เอลาร่าหอบหายใจจนตัวโยン หยดเหงื่อเม็ดโตไหลย้อยลงตามกรอบหน้าคมเข้มที่มอมแมมไปด้วยฝุ่นดิน ดาบยาวในมือของเธอยังสั่นระริก ร่องรอยความพ่ายแพ้และบาดแผลจากสนามรบครั้งก่อนๆ ไม่ได้เลือนหายไปไหน แต่มันกลับฝังรากลึกอยู่ในความทรงจำกล้ามเนื้อ ทำให้ทุกครั้งที่เธอเงื้อดาบขึ้น ความลังเลใจเพียงเสี้ยววินาทีก็เพียงพอที่จะทำให้เธอกลายเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ
"ข้า... ข้าพยายามแล้วเรย์" แม่ทัพหญิงกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความโกรธเคืองในความอ่อนแอของตนเองพวยพุ่งขึ้นมาในอก "แต่ท่วงท่าประจำตระกูลที่ข้าฝึกฝนมาตลอดชีวิต มันถูกทำลายลงอย่างง่ายดายยามเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ระดับสูงเหล่านั้น... ข้ามันไร้ค่า"
เรย์ถอนหายใจเบาๆ เขาไม่ได้เอ่ยคำปลอบโยนไร้สาระแบบที่คนอ่อนโยนทั่วไปมักทำ ในโลกที่กำลังจะล่มสลายและถูกนับถอยหลังด้วยเวลาเพียง 45 วัน ความสงสารหาได้ช่วยให้ใครมีชีวิตรอดไม่ สิ่งเดียวที่จะช่วยได้คือ "ความจริง" และ "ระบบกลยุทธ์" ที่ไร้ความปรานี
ชายหนุ่มก้าวเข้าไปใกล้ ร่างสูงโปร่งหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบทำให้เอลาร่าต้องเงยหน้าขึ้นสบตาเขา
"เจ้าไม่ได้ไร้ค่า เอลาร่า" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียաբนิ่งแต่มั่นคง "แต่เจ้ากำลังใช้สมองและร่างกายไปกับ 'กฎเกณฑ์' ที่ถูกสร้างขึ้นโดยคนตาย ตำราดาบโบราณที่เจ้าฝึกฝนมา มันเหมาะสำหรับสนามรบเมื่อร้อยปีก่อน แต่วันนี้... โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว มอนสเตอร์ไม่ได้โจมตีตามตำรา ระบบเวทมนตร์ไม่ได้ไหลเวียนตามทฤษฎี หากเจ้ายังดื้อรั้นจะเอาชนะด้วยวิธีเดิมๆ เจ้าก็แค่เดินเข้าสู่หลุมศพที่ขุดรอไว้แล้วด้วยมือของตัวเอง"
คำพูดที่เชือดเฉือนราวกับคมมีดบาดลึกเข้าไปในจิตใจของเอลาร่า แต่แทนที่จะโกรธ เธอกลับนิ่งงึมไป ดวงตาสفกลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อตระหนักถึงความจริงอันโหดร้ายนั้น
"ถ้าเช่นนั้น... ข้าควรทำอย่างไร?" เธอกระซิบถาม เสียงสั่นเครือเล็กน้อย เจือความเวทนาและรอคอยความหวัง
เรย์ยมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความเยาะเย้ย แต่เป็นรอยยิ้มของนักล่าผู้กุมความลับของจักรวาลไว้ในกำมือ
"เงี่ยหูฟังให้ดีนะเอลาร่า..." เรย์ก้าวถอยหลังไปสองก้าว ชักดาบเล่มบางเฉียบที่สะท้อนแสงจันทร์รำไรออกมาจากฝัก "ข้าจะสอนทักษะที่จะพลิกกระดานนี้ให้เจ้าดู... วิชาดาบไร้เงา เป็นการผสานระหว่างฟิสิกส์ การคำนวณวงโคจรมานา และจิตวิทยาการต่อสู้ สิ่งแรกที่เจ้าต้องทิ้ง ไม่ใช่ดาบ... แต่เป็น 'ความกลัวที่จะผิดพลาด'"
ชั่วพริบตานั้น บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เรย์ไม่ได้ตั้งท่ารบตามแบบแผนมาตรฐาน เท้าข้างหนึ่งเหลื่อมไปข้างหลัง น้ำหนักตัวทิ้งลงต่ำอย่างสมดุล ร่างกายของเขานิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหิน แต่ทว่า... สัมผัสแห่งจิตสังหารกลับแผ่ซ่านออกมารอบตัวจนเอลาร่ารู้สึกหายใจไม่ออก
"เข้ามา" เรย์เอ่ยสั้นๆ
เอลาร่าสูดหายใจเข้าลึกระงับความประหม่า เธอกำด้ามดาบแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวโพลน สัญชาตญาณนักรบสั่งให้เธอพุ่งทะยานเข้าไปหาเป้าหมายด้วยความเร็วกระโจนเข้าใส่ ประกายไฟจากคมดาบที่ฟาดฟันแหวกอากาศเกิดเสียงหวีดหิวแหลมคม
*เคร้ง!*
เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... เอลาร่ามองไม่เห็นการเคลื่อนไหวของเรย์ด้วยซ้ำ!
ดาบของเธอฟาดฟันไปยังพื้นที่ว่างเปล่า ขณะที่เรย์ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังของเธออย่างเงียบเชียบ ปลายดาบของชายหนุ่มแตะเบาๆ ที่ต้นคอของเธอ โดยที่เธอไม่มีโอกาสได้ตั้งรับ
"ช้าไปเจ็ดส่วน และคาดเดาง่ายเกินไปสิบส่วน" เสียงของเรย์กระซิบข้างใบหูของเธอ "เจ้าใช้ตาดูการเคลื่อนไหวของข้า แต่เจ้าไม่ได้ใช้ 'ความรู้สึก' อ่านกระแสมานาที่ไหลเวียนในอากาศ ลองใหม่อีกครั้ง... และจำไว้ อย่าใช้แรง ใช้สมอง"
บทเรียนสุดโหดดำเนินต่อไปอย่างไร้ความปรานี ชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่าผ่านไปในลานฝึกซ้อมใต้ดิน หยดเหงื่อของเอลาร่ารดรินอาบแผ่นหลัง ชุดเกราะหนังส่งเสียงเสียดสีทุกครั้งที่เธอล้มลงและลุกขึ้นใหม่อย่างไม่ย่อท้อ จากการพ่ายแพ้ในพริบตา เริ่มพัฒนาเป็นการปะทะกันได้สามกระบวนท่า จากสามกระบวนท่า... กลายเป็นห้ากระบวนท่า
เรย์คอยสังเกตทุกรายละเอียด สายตาของเขาทำหน้าที่ราวกับคอมพิวเตอร์กราฟิกที่วิเคราะห์มุมองศาการเคลื่อนไหวและการหายใจของหญิงสาว ทุกครั้งที่เธอทำผิดพลาด เขาจะแก้ไขด้วยถ้อยคำที่เฉียบคมและแม่นยำ แต่นั่นกลับทำให้ความเข้าใจในทักษะการต่อสู้ของเอลาร่าพุ่งทะยานขึ้นแบบก้าวกระโดดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ราวกับประตูบานใหญ่ในจิตใจของเธอถูกกระชากให้เปิดออกทีละบาน
จนกระทั่ง... ยามที่แสงสลัวจากคบเพลิงเริ่มมอดลง
เอลาร่ายืนหอบหายใจอยู่กลางลานฝึก ร่างกายเต็มไปด้วยร่องรอยฟกช้ำและฝุ่นดิน แต่ดวงตาของเ沒有ความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มันกลับเปล่งประกายเจิดจ้าด้วยความมั่นใจและพลังอำนาจลึกลับบางอย่างที่เพิ่งตื่นขึ้น ทั่วทั้งร่างของเธอบัดนี้ถูกห่อหุ้มด้วยละอองมานาสีครามจางๆ ที่ไหลเวียนอย่างเป็นระเบียบไร้ที่ติ
เรย์ลดดาบลงในมือ แววตาฉายแววทึ่งอย่างปิดไม่มิด เด็กสาวคนนี้มีพรสวรรค์... ไม่สิ เธอกำลังก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ธรรมดาไปแล้วด้วยความช่วยเหลือจากระบบและการชี้1นำที่ถูกต้อง
ทันใดนั้นเอง หน้าต่างแจ้งเตือนสีทองโปร่งแสงก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของเรย์ พร้อมกับเสียงกังวานของระบบที่ดังขึ้นในโสตประสาท
[ติ๊ง! ตรวจพบเป้าหมาย "เอลาร่า" บรรลุเงื่อนไขการปลุกพลังพิเศษ: "วิชาดาบไร้เงา (ขั้นสมบูรณ์แบบ)"]
[ค่าความเข้ากันได้ของพรรคพวกพุ่งทะยานสู่ระดับ 85%]
[ปลดล็อกภารกิจลับระดับ SSS: "เงาแห่งปฐพีที่หลับใหล" — คำเตือน: ตรวจพบการเคลื่อนไหวผิดปกติของสิ่งมีชีวิตโบราณที่ความลึก 3,000 เมตรใต้ฐานทัพ เตรียมรับมือการปะทะภายใน 12 ชั่วโมง]
เรย์หรี่ตาลงทันที รอยยิ้มบนใบหน้าจางหายไป ถูกแทนที่ด้วยความจริงจังขั้นสุดเมื่อตัวเลขเวลานับถอยหลังสีแดงฉานปรากฏขึ้นเหนือหน้าต่างระบบ พร้อมกับเสียงคำรามต่ำทุ้มที่ดังสะเทือนเลื่อนลั่นขึ้นมาจากพื้นดินเบื้องล่าง ราวกับมีบางสิ่งที่ใหญ่โตมโหฬารกำลังตื่นจากการจำศีลอันยาวนาน
"ดูเหมือนว่า... เราจะไม่มีเวลาให้พักผ่อนกันแล้วล่ะนะ เอลาร่า" เรย์เอ่ยเสียงเครียด ขณะหันไปสบตากับหญิงสาวที่ยืนเตรียมพร้อมอยู่เคียงข้าง
— โปรดติดตามตอนต่อไป —
*ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ*
เซียนกลยุทธ์ไร้เงา กับภารกิจกู้ซากโลกเวทมนตร์ใน 45 วัน•ตอนที่ 13
วิชาดาบไร้เงา
ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกลยุทธ์ไร้เงา กับภารกิจกู้ซากโลกเวทมนตร์ใน 45 วัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!