"หมอบลงครับ!"
เสียงกระซิบต่ำลอดไรฟันของเรย์ไม่ได้มาพร้อมกับความลังเล ปลายกระบอกธนูเวทมนตร์ของเอลาร่าถูกกดต่ำลงแนบกับพื้นดินชื้นแฉะโดยสัญชาตญาณ ทันทีที่ปลายนิ้วเรียวของชายหนุ่มวาดวงเวทสีครามขึ้นกลางอากาศ กลิ่นอายของมานาก็เปลี่ยนรูปจากกระแสลมอันสงบเงียบให้กลายเป็นตาข่ายพลังงานโปร่ง
เปรี๊ยะ!
เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้นในระยะประชิด ตามมาด้วยเงาสะท้อนสีดำทมิฬที่พุ่งแหวกพงหญ้าหนาทึบด้วยความเร็วสูง มันไม่ใช่สัตว์ป่าธรรมดา แต่เป็น 'อสูรเงาพงไพร' (Shadow Thicket Beast) มอนสเตอร์ระดับสูงที่มีความสามารถในการกลายสภาพพรางตัวเข้ากับระบบนิเวศป่าดงดิบได้อย่างสมบูรณ์แบบ เรย์คำนวณระยะเวลาถอยร่นในหัวสมองอย่างรวดเร็ว—เหลือเวลาอีกเพียงสิบสี่วันก่อนที่เกราะเวทมนตร์คุ้ม45เขตจะล่มสลาย การสูญเสียแรงกายไปกับการปะทะซึ่งหน้ากับฝูงอสูรเงาพวกนี้คือหายนะที่เขาไม่มีวันยอมให้เกิดขึ้น
"พวกมันไม่ได้มาแค่ตัวเดียว" เอลาร่าสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความตื่นตระหนก ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปรอบกายท่ามกลางความมืดสลัวของป่าโบราณ แม้ความมั่นใจของเธอจะเคยพังทลายลงจากความพ่ายแพ้ในอดีต แต่สัญชาตญาณของอดีตแม่ทัพยังคงตื่นตัว เธอกระชับคันธนูในมือแน่น "พื้นที่รอบรัศมีสามสิบเมตรถูกล้อมไว้หมดแล้ว... เรย์ นายเห็นโครงสร้างการกระจายตัวของพวกมันไหม?"
"เห็นชัดเจนเลยล่ะครับ" เรย์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ดวงตาภายใต้กรอบแว่นสะท้อนแสงเรืองรองของหน้าต่างระบบกลยุทธ์ "พวกมันใช้รากไม้โบราณของต้นไม้วิญญาณเป็นตัวนำกระแสมานา เพื่อซ่อนตัวตนและสะท้อนเสียงฝีเท้าของเรากลับมา... เป็นกลยุทธ์การซุ่มโจมตีที่ใช้สภาพแวดล้อมเป็นอาวุธอย่างแท้จริง"
ชายหนุ่มไม่ได้มองว่านี่คือวิกฤต แต่กลับมองว่ามันคืองานศิลปะชิ้นหนึ่งที่เขาสามารถเข้าไปแทรกแซงและบิดเบือนผลลัพธ์ได้ตามต้องการ
ในโลกของเกมออนไลน์และแดนแฟนตาซีที่ล่มสลาย กฎข้อแรกของการเอาชีวิตรอดคือการไม่เล่นตามกติกาที่ศัตรูเป็นคนกำหนด
เรย์สะบัดมือขวาเบาๆ หน้าต่างระบบสีฟ้าใสปรากฏขึ้นกลางอากาศ เผยให้เห็นแผนที่ภูมิประเทศแบบเรียลไทม์ที่ถูกถอดรหัสออกมาเป็นเส้นใยมานาสีแดงและน้ำเงิน จุดสีแดงนับสิบจุดกำลังกระชั้นชิดเข้ามาเรื่อยๆ บีบพื้นที่วงล้อมให้แคบลงทุกที แรงกดดันจากจิตสังหารของพวกมันทำให้บรรยากาศรอบตัวหนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก
"เอลาร่า คุณจำต้น 'สปอร์พฤกษาเพลิง' ที่เราเดินผ่านมาเมื่อหนาวรอบที่แล้วได้ไหมครับ?" เรย์เอ่ยถามโดยไม่หันกลับไปมอง ขณะที่มือซ้ายกำลังร่ายอักขระเวทมนตร์ป้องกันการตรวจจับอย่างรวดเร็ว
แม่ทัพหญิงกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะเบิกกว้างด้วยความเข้าใจ "ต้นไม้ใหญ่ที่มีฝักสีม่วงอมแดงทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ... หรือว่านายจะ—"
"ถูกต้องครับ" เรย์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และเฉียบคม "ในเมื่อพวกมันชอบใช้ป่าผืนนี้เป็นอาวุธนัก เราก็ควรจะยืมมือธรรมชาติมาสั่งสอนพวกมันให้สาสมสักหน่อย การซุ่มโจมตีไม่ได้สงวนไว้ให้แค่อสูรเงาเท่านั้นหรอกนะ"
พริบตาเดียวกันนั้นเอง อสูรเงาตัวแรกก็ทะยานพ้นพงหญ้าออกมา มันอ้าปากกว้างเผยให้เห็นเขี้ยวสีดำสนิทที่เคลือบด้วยพิษร้าย พุ่งตรงเข้าใส่จุดที่ทั้งสองคนเพิ่งหมอบอยู่ แต่สิ่งที่มันพบกลับมีเพียงภาพติดตาจากเวทมนตร์ลวงตา ส่วนร่างจริงของเรย์และเอลาร่าย้ายมาอยู่บนคบไม้สูงตระหง่านเหนือหัวพวกมันตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจล่วงรู้ได้
"ยิงเลยครับ!" เรย์ออกคำสั่งเฉียบขาด
ฉั๊ว!
ศรเวทมนตร์อัดแน่นด้วยพลังแสงสว่างจ้าของเอลาร่าพุ่งแหวกอากาศลงไปปักเข้าที่ฝักของต้นสปอร์พฤกษาเพลิงอย่างแม่นยำราวกับจับวาง แรงกระแทกเพียงเล็กน้อยทำให้ฝักไม้ระเบิดออก ปลดปล่อยละอองสปอร์สีเพลิงเข้มข้นให้ฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งบริเวณหุบเขาอับลม
ฟู่—!
ปฏิกิริยาเคมีระหว่างสปอร์พฤกษาเพลิงกับมานาธาตุความมืดของอสูรเงาก่อให้เกิดการลุกไหม้อย่างรุนแรง เปลวเพลิงสีฟ้าครามลามเลียไปตามรากไม้และพงหญ้าอย่างรวดเร็วราวกับมีชีวิต เสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดและตกใจของฝูงอสูรเงาดังระเบ็งเซ็งแซ่ไปทั่วผืนป่า พวกมันที่เคยซ่อนตัวอย่างแนบเนียน บัดนี้กลับถูกแสงไฟสว่างจ้าเปิดเผยตำแหน่งจนหมดสิ้น
เอลาร่ามองภาพเบื้องล่างด้วยความทึ่ง หัวใจของเธอเต้นระรัวไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความตื่นเต้นเร้าใจที่ไม่ได้สัมผัสมานานนับปี ความรู้สึกของการเป็นผู้ควบคุมเกม ไม่ใช่ผู้ถูกล่า เริ่มไหลเวียนกลับคืนสู่Rายเส้นเลือดของเธออีกครั้ง เธอมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่เคียงข้าง—แผ่นหลังที่ดูอบอุ่นและพึ่งพาได้เสมอ แม้ในสถานการณ์ที่คับขันที่สุด
"นายเนี่ย... ร้ายกาจเป็นบ้าเลยนะเรย์" เอลาร่าอดไม่ได้ที่จะพึมพำออกมาพร้อมรอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าที่เปื้อนฝุ่น
"คำชมนั้นผมขอรับไว้ด้วยความยินดีครับ" เรย์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตายังคงจ้องมองสถานการณ์เบื้องล่างอย่างไม่ประมาท "แต่เกมของเรายังไม่จบแค่นี้หรอกครับ... ดูนั่นสิครับ"
เอลาร่าหันกลับไปมองตามปลายนิ้วของเรย์ รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอแข็งค้างทันที
ท่ามกลางทะเลเพลิงสีฟ้าครามที่กำลังเผาผลาญฝูงอสูรเงา พื้นดินเบื้องล่างกลับเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม รากไม้โบราณที่ควรจะตายไปตามกาลเวลา กลับถูกย้อมด้วยไอ2พลังงานสีดำทมิฬที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าอสูรเงาทุกตัวรวมกัน อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลดจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว
ตึง... ตึง... ตึง...
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงราวกับภูเขาเคลื่อนที่ดังขึ้นจากใต้ผืนดิน พร้อมกับร่างมหึมาของสิ่งมีชีวิตโบราณที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากแรงระเบิดเมื่อครู่ มันไม่ใช่ลูกน้อง แต่เป็น 'ผู้พิทักษ์แห่งรากพฤกษาโบราณ' บอสลับประจำเขตแดนที่เรย์ไม่ได้คำนวณไว้ในสมการตอนแรก!
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบ บอสลับระดับ SSS "ราชาพฤกษาทมิฬ" ตื่นจากการจำศีล]
[เงื่อนไขพิเศษ: ความเสียหายจากไฟกระตุ้นเกราะป้องกันโบราณของบอส ส่งผลให้โหมด "คลุ้มคลั่ง" ทำงานทันที 300%]
[เวลาที่เหลือในการกู้ซากโลก: 13 วัน 23 ชั่วโมง 45 นาที... คำเตือน: โอกาสรอดชีวิตลดลงเหลือ 0.4%]
เรย์หรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มมุมหายไป เหลือเพียงความเงียบงันที่แฝงไปด้วยความท้าทายอันลุ่มลึก ขณะที่เสียงแจ้งเตือนระบบยังคงดังระรัวในหัว...
- ลอร์ดออฟดาร์กเนส -
(ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านกลลวงในพงไพรนี้ไปด้วยกันนะครับ)
เซียนกลยุทธ์ไร้เงา กับภารกิจกู้ซากโลกเวทมนตร์ใน 45 วัน•ตอนที่ 14
กลลวงในพงไพร
ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกลยุทธ์ไร้เงา กับภารกิจกู้ซากโลกเวทมนตร์ใน 45 วัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!