เสียงทุบโต๊ะไม้โอ๊กดังสนั่นห้องประชุมใหญ่ จนแผนที่หนังแกะสลักอาณาจักรเวทมนตร์ถึงกับสั่นสะเทือน
"ข้อเสนอนี้มันบ้าสิ้นดี! เรย์ ท่านกำลังขอให้พวกเรายกกองกำลังทั้งหมดออกจากเขตปลอดภัย ไปเสี่ยงดวงกับดินแดนรกร้างที่เต็มไปด้วยมลพิษเวทมนตร์เนี่ยนะ? บารอนแห่งเขตบูรพาอย่างข้าไม่มีทางเอาชีวิตทหารนับพันไปทิ้งไว้กับแผนการลมๆ แล้งๆ ของเด็กหนุ่มต่างโลกคนเดียวแน่!"
เสียงตวาดด้วยความโกรธเกรี้ยวของลอร์ดวอเรนดังขึ้น ท่ามกลางสายตานับส คู่ที่จ้องมองมายังหัวโต๊ะประชุมด้วยความเคลือบแคลง บรรยากาศภายในห้องประชุมหินแกร่งของป้อมปราการชายแดนตึงเครียดเสียจนแทบจะใช้มีดตัดได้ ทว่า ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์และแรงกดดันมหาศาลจากเหล่าผู้นำเมืองทั้งเจ็ด เรย์ (อริยะ) กลับนั่งไขว่ห้างอย่างสุขุม ใบหน้าคมคายไร้ซึ่งรอยตื่นตระหนก นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับเสียงนาฬิกาชีวิตกำลังจับเวลาความตายของโลกใบนี้
"ท่านวอเรนพูดถูก... ในแง่ของตรรกะแบบเดิมๆ ที่ท่านคุ้นเคย การขยับกองกำลังออกจากคูเมืองคือการฆ่าตัวตาย" เรย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแตบทรงพลัง ทอดสายตาสีเข้มมองตรงไปยังเจ้าเมืองบูรพา "แต่ท่านลืมมองความเป็นจริงข้อหนึ่งไป... เสบียงในคูเมืองของท่าน จะหมดลงในอีกสิบสี่วันข้างหน้าใช่ไหมครับ?"
ลอร์ดวอเรนชะงัก สีหน้าเปลี่ยนเป็นซีดเผือกเล็กน้อยแต่ยังคงทำเป็นแข็งกร้าว
"และมลพิษเวทมนตร์ที่ท่านคิดว่ามันคือกำแพงธรรมชาติ คอยคุ้มครองพวกท่านจากอสูรกาย แท้จริงแล้วมันกำลังกัดกินแก่นมานาใต้ดิน ทำให้ดินของท่านปลูกอะไรไม่ขึ้นไปอีกสามปีต่างหากล่ะครับ" เรย์กวาดสายตามองไปรอบห้อง ประสานสายตากับเหล่าผู้นำทีละคนอย่างเฉียบคม "ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อขอร้องให้พวกท่าน 'เสียสละ' แต่ข้ามาเพื่อยื่น 'ทางรอดเดียว' ที่เหลืออยู่ ก่อนที่ระบบนิเวศทั้งหมดจะล่มสลายจนไม่เหลือซากให้พวกท่านปกครอง"
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมห้องประชุมทันที ไร้ซึ่งเสียงคัดค้าน มีเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกที่หนักหน่วงของเหล่าขุนนางที่เริ่มตระหนักถึงความจริงอันโหดร้าย
เอลาร่า ซึ่งยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหลังเก้าอี้ของเรย์ แอบลอบมองแผ่นหลังของชายหนุ่มด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความมั่นใจที่เคยสูญเสียไปจากการพ่ายแพ้ในอดีตค่อยๆ ถูกเติมเต็มด้วยความฮึกเหิม ความเฉียบแหลมในการวิเคราะห์สถานการณ์และการมองเกมขาดของเรย์ ไม่ใช่สิ่งที่หาได้ทั่วไปจากนักยุทธศาสตร์ แต่มันคือวิสัยทัศน์ของผู้นำที่มองเห็นกระดานหมากทั้งหมดในคราวเดียว
"แล้วท่านมีหลักประกันอะไร... ว่าพวกเราจะไปถึง 'ดินแดนแห่งความหวัง' ที่ท่านพูดถึงโดยปลอดภัย?" เสียงนุ่มนวลแต่ทรงอำนาจเอ่ยแทรกขึ้นจากมุมมืดของห้อง ผู้พูดคือเลดี้วิเวียน ผู้นำแห่งเขตพฤกษา ผู้ครองกำลังพลหน่วยธนูเวทที่แข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาคนี้
เรย์มุมปากยกยิ้มเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจจนน่าหมั่นไส้แต่ก็ชวนให้เชื่อถือในเวลาเดียวกัน
"หลักประกันก็คือ..." เรย์ดีดนิ้วเบาๆ หนึ่งครั้ง หน้าต่างระบบใสสีฟ้าสว่างวาบขึ้นกลางห้องประชุม ปรากฏภาพแผนผังเส้นทางการเดินทัพสามมิติที่แสดงจุดอับเรดาร์ จุดซุ่มโจมตีของมอนสเตอร์ และเส้นทางลัดใต้ดินที่ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งถูกคำนวณด้วยอัลกอริทึมขั้นสูงที่มนุษย์ในโลกนี้ไม่มีทางสร้างขึ้นได้เอง
[ระบบประเมินเส้นทางพันธมิตร: สำเร็จลุล่วง 92%]
[สถานะกองกำลังรวม: เมืองบูรพา เมืองพฤกษา และเขตการค้าอิสระ พร้อมตอบรับคำเชิญ]
"แผนที่นี้ถูกอัปเดตแบบเรียลไทม์ และกองกำลังหน้ากากเหล็กของข้า จะเป็นแนวหน้าเคลียร์พื้นที่ให้พวกท่านตลอดเส้นทาง 45 วันข้างหน้า หน้าที่ของพวกท่านมีเพียงแค่... เชื่อใจ และก้าวตามมา" เรย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลจากจิตสังหารระดับสูงที่ถูกเก็บงำไว้ถูกปลดปล่อยออกมาเพียงเสี้ยววินาที จนทำให้เหล่าขุนนางผู้ผ่านศึกมาโชกโชนยังต้องกลืนน้ำลาย
เลดี้วิเวียนจ้องมองหน้าต่างระบบและแผนผังนั้นเนิ่นนาน ก่อนจะพยักหน้ารับช้าๆ "ข้าตกลง เขตพฤกษาจะเข้าร่วมพันธมิตรกับท่านเรย์"
เมื่อผู้นำสายแข็งอย่างเลดี้วิเวียนยอมจำนน ลอร์ดวอเรนที่เหลือทางเลือกไม่มากนักจึงได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วพยักหน้าตาม "เออ... ข้าก็เอาด้วยวะ! ถ้าเสบียงหมดแล้วต้องอดตาย สู้ไปตายเอาดาบหน้ากับแผนบ้าๆ ของเจ้ายังจะดีเสียกว่า!"
เสียงตอบรับจากตัวแทนเมืองต่างๆ เริ่มทยอยดังขึ้นทีละเขต จนกระทั่งบรรลุข้อตกลงร่วมกันในการหลอมรวมกองกำลังให้เป็นหนึ่งเดียว ภายใต้ชื่อ "พันธมิตรไร้เงา"
เอลาร่าก้าวออกมายืนเคียงข้างเรย์ สายตากวาดมองเหล่าขุนนางที่กำลังเริ่มหารือถึงขั้นตอนการเคลื่อนยัพ เธอหันไปกระซิบเสียงเบาด้วยความชื่นชมระคนทึ่ง "ท่านนี่... เกินมนุษย์ไปจริงๆ นะครับเรย์ ใช้ทั้งจิตวิทยา ข้อมูล และความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ บีบให้พวกเขายอมจำนนโดยแทบไม่ต้องเสียเลือดเนื้อเลยสักหยดเดียว"
"สงครามที่ฉลาดที่สุด คือสงครามที่เราไม่ต้องออกแรงฟันดาบด้วยซ้ำครับเอลาร่า" เรย์ตอบกลับด้วยรอยยิ้มมุมปาก ก่อนจะหันไปมองหน้าจอระบบที่แจ้งเตือนความคืบหน้าของภารกิจหลัก
[ภารกิจหลัก: ขยายดินแดนแห่งความหวัง (1/3) สำเร็จ]
[เงื่อนไขพิเศษปลดล็อก: พันธมิตรหกเมืองรวมตัวสมบูรณ์ ค่าพลังอำนาจรวมพุ่งทะยานสู่ระดับ A]
ทว่า... ในวินาทีที่เสียงแจ้งเตือนความสำเร็จสิ้นสุดลง รอยยิ้มบนใบของเรย์กลับแข็งค้างไปชั่วขณะ เมื่ออุณหภูมิภายในห้องประชุมหินแกร่งดิ่งวูบลงอย่างกะทันหัน เปลวไฟจากคบเพลิงข้างผนังเปลี่ยนจากสีส้มอบอุ่นกลายเป็นสีเขียวมรกตอันหนתาวเหน็บ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยที่ไม่ได้มาจากการเดินของมนุษย์ ดังสะท้อนก้องมาจากอุโมงค์ใต้ดินที่ควรจะปลอดภัยอย่างไร้รอยต่อ
หน้าต่างระบบสีฟ้าที่เคยเป็นมิตรแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานกระพริบเตือนรัวระเบิด พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนระดับวิกฤตที่ทำให้ลมหายใจของเรย์สะดุด
[คำเตือน! ตรวจพบสิ่งแปลกปลอมระดับภัยพิบัติ SSS แทรกซึมเข้าสู่ฐานที่มั่น]
[ระบบป้องกันอัตโนมัติถูกทำลายโดยไม่ทราบสาเหตุ]
[เป้าหมาย: สิ่งมีชีวิตนอกเขตแผนที่... กำลังมุ่งหน้ามายังห้องประชุมนี้ และมัน... กำลังเรียกชื่อของคุณ]
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในบทนี้นะครับ
— ลอร์ดออฟดาร์กเนส
เซียนกลยุทธ์ไร้เงา กับภารกิจกู้ซากโลกเวทมนตร์ใน 45 วัน•ตอนที่ 12
ขยายดินแดนแห่งความหวัง
ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกลยุทธ์ไร้เงา กับภารกิจกู้ซากโลกเวทมนตร์ใน 45 วัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!