หน้าจอสีฟ้าฉายแสงวาบเป็นจังหวะกระพริบถี่กระชั้น ตัวเลขดิจิทัลสีแดงฉานกำลังวิ่งถอยหลังจากเลขหบร้อยวินาทีลงมาอย่างไร้ความปรานี เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตดังระรัวก้องกังวานในโสตประสาทของเรย์ มันไม่ใช่เสียงเตือนจากระบบเกมทั่วไป แต่มันคือเสียงกัมปนาทที่สั่นสะเทือนลึกถึงจิตวิญญาณ
"สิบนาที... กับการรีเซ็ตระบบถาวรอย่างนั้นหรือครับ"
เรย์พึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ หากแต่แววตาหลังกรอบเลนส์แว่นเวทมนตร์กลับทอประกย์คมกริบราวกับใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับ เขากวาดสายตามองหน้าจอโฮโลแกรมโปร่งแสงที่ซ้อนทับกันอยู่ถึงเจ็ดชั้น รหัสอักขระโบราณนับหมื่นตัวกำลังหมุนวนสลับซับซ้อนราวกับเขาวงกตที่ไม่มีวันหาทางออกเจอ นี่คือบททดสอบจาก 'ผู้เฝ้ามอง' ตัวตนปริศนาที่คอยชักใยอยู่เบื้องหลังความล่มสลายของโลกเวทมนตร์ใบนี้ และถ้าหากเขาไขปริศนาไม่ได้ภายในเวลาที่กำหนด ทุกสิ่งที่พวกเขาพยายามสร้างและกอบกู้มาตลอดสิบห้าตอนจะมลายหายไปในพริบตาเดียว
ทว่า ปัญหานั้นไม่ได้มีเพียงแค่รหัสลับเบื้องหน้าเท่านั้น...
*เคร้ง! ฉัวะ!*
เสียงเหล็กกระทบกันสนั่นหวั่นไหวตามมาด้วยประกายไฟสีส้มวาบขึ้นที่มุมอับของซากโบราณสถาน เอลาร่าสะบัดดาบยาวในมือจนเกิดเป็นคลื่นพลังเวทสีครามพัดโหมซัดร่างของอดีตสหายร่วมรบคนหนึ่งกระเด็นไปกระแทกกับเสาหินโบราณจนเศษหินร่วงกราวลงมาฝุ่นตลบอบอวล
"พวกมันไม่ยอมให้เรามีเวลาคิดหรอกนะ เรย์!" แม่ทัพหญิงหอบหายใจถี่กระชั้น หยดเหงื่อกาฬไหลย้อยลงตามกรอบหน้าคมคาย แววตาของเธอสั่นไหวเล็กน้อยด้วยความโกรธปนความเจ็บปวด "สารเลวเอ้ย พวกนายกล้าทรอศหักหลังแผ่นดินเกิดเพื่อแลกกับพลังกระจอกงอกง่อยจาก 'ผู้เฝ้ามอง' งั้นเหรอ!"
กลุ่มคนสวมชุดคลุมสีดำสนิทกว่าสิบชีวิต ค่อยๆ ก้าวออกมาจากเงานอกเขตอาคม ดวงตาของพวกมันเปล่งประกายแสงสีม่วงน่ากลัวอันเป็นผลมาจากการรับพลังต้องห้าม ผู้นำกลุ่มซึ่งเคยเป็นหนึ่งในนายพลระดับสูงของกองทัพเวทมนตร์ส่งเสียงหัวเราะเยาะหยันออกมาอย่างน่ารังเกียจ
"หึๆ เอลาร่า เธอต่างหากที่โง่เขลา โลกใบนี้มันเน่าเฟะเกินกว่าจะเยียวยาแล้ว การยอมจำนนต่อผู้เฝ้ามองแล้วก้าวขึ้นเป็นผู้ปกครองในยุคใหม่ คือหนทางเดียวที่จะรอดชีวิต นายท่านมอบพลังที่แท้จริงให้พวกเรา... พลังที่จะฉีกกระชากไอ้พวกนักวางแผนหน้าโง่ให้แหลกเป็นจุล!"
เรย์ไม่ได้หันกลับไปมองการปะทะนั้น เขายังคงจดจ่ออยู่กับการใช้นิ้วเรียวยาวพิมพ์ชุดคำสั่งลงบนอากาศด้วยความเร็วสูง ทว่าริมฝีปากหยักกลับคลี่4ยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหวาดกลัวเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย
"การทรยศหักหลังในยามวิกฤต... เป็นกลยุทธ์ที่คาดเดาได้ง่ายเสียจนน่าเบื่อเลยนะครับ" เรย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ นุ่มนวล แต่กลับทรงพลังจนทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา "คุณคิดจริงๆ หรือครับว่า การรับพลังจากเศษเสี้ยวของ 'ผู้เฝ้ามอง' จะทำให้พวกคุณก้าวข้ามขีดจำกัดได้? น่าเสียดายจริงๆ ที่ตรรกะพื้นฐานแค่นี้พวกคุณกลับมองไม่เห็น"
"แก!... ปากดีนักนะไอ้เด็กเวทมนตร์กระจอก แกไม่มีทางแก้รหัสสิบนาทีนั้นทันหดยหรอก ตายซะเถอะ!" นายพลทรยศแผדเสียงคำรามลั่น สั่งการให้ลูกน้องพุ่งทะยานเข้าใส่เรย์พร้อมกันทั้งหมดด้วยความเร็วสูงเพื่อหวังจะปลิดชีพเขาคาหน้าจอระบบ
"เรย์ ระวัง!" เอลาร่ากรีดร้องสุดเสียง เธอพยายามจะพุ่งตัวเข้าไปขวางกั้น แต่ทว่ามีกลุ่มมือสังหารอีกสามคนดักหน้าเธอเอาไว้ ปิดกั้นทุกเส้นทางที่จะเข้าไปช่วยเหลือ
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง เรย์ไม่ได้ขยับเขยื้อนหลบหนี เขากลับหยุดรัวนิ้วลงบนอากาศ แล้วก้าวเท้าถอยหลังตามตำแหน่งค่ายกลที่คำนวณไว้ในใจอย่างแม่นยำ
*คลิก*
เสียงระบบตอบรับดังขึ้นราวกับเสียงดีดนิ้วของพระเจ้า เรย์เงยหน้าขึ้นสบตากับกลุ่มคนที่กำลังพุ่งเข้ามา พร้อมกับเอ่ยประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"รหัสผ่านถูกถอด 99.8%... และระบบป้องกันอัตโนมัติของโบราณสถานแห่งนี้ ได้ถูกเปลี่ยนเป้าหมายการโจมตีเรียบร้อยแล้วครับ"
สิ้นคำพูดของเรย์ แผ่นศิลาโบราณใต้เท้าของกลุ่มคนทรยศก็สว่างวาบขึ้นด้วยอักขระสีทองอร่าม แสงเจิดจ้าบาดตากลืนกินร่างของพวกมันจนหมดสิ้น เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังระงมก่อนจะเงียบหายไปในพริบตา พร้อมกับร่างของพวกมันที่สลายกลายเป็นละอองแสงสีเทาร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน
เอลาร่าอ้าปากค้างเล็กน้อย ดาบในมือตกลงกระแทกพื้นโดยไม่รู้ตัว เธอมองแผ่นหลังของชายหนุ่มที่ยังคงยืนนิ่งสงบ ท่ามกลางซากปรักหักพังและความเงียบงันที่กลับคืนมา
"นาย... คำนวณทุกอย่างไว้ตั้งแต่แรกแล้วสินะ" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความทึ่งและโล่งอก
เรย์หันกลับมาส่งยิ้มอ่อนโยนให้เธอเช่นเคย ทว่าก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยปากตอบอะไร แสงสว่างจากหน้าจอระบบที่ควรจะดับลง กลับเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานอีกครั้ง พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ของเกม
[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉินระดับสูงสุด: ตรวจพบการตื่นขึ้นของ 'บรรพบุรุษผู้เฝ้ามอง' ตัวจริง]
[คำเตือน: เขตแดนทั้งหมดถูกยึดครอง เงื่อนไขเวลาถูกยกเลิก... ผู้เล่นต้องเผชิญหน้ากับการตัดสินใจครั้งสุดท้าย]
[บุคคลปริศนาที่ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติเบื้องหน้า คือผู้ที่ถือครองกุญแจดอกสุดท้ายของโลกใบนี้... และเขากำลังเรียกชื่อของคุณ, เรย์]
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
เซียนกลยุทธ์ไร้เงา กับภารกิจกู้ซากโลกเวทมนตร์ใน 45 วัน•ตอนที่ 16
กบฏในแดนลี้ลับ
ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกลยุทธ์ไร้เงา กับภารกิจกู้ซากโลกเวทมนตร์ใน 45 วัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!