"ถ้าท่านก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ข้าจะถือว่านั่นคือการประกาศสงคราม... เรย์"
เสียงนั้นไม่ได้ดังกระหึ่มจนแผ่นดินสะเทือน แต่มันกลับซึมซาบเข้าไปในโสตประสาทราวกับเสียงกระซิบข้างใบหู ในมิติที่บิดเบี้ยวเบื้องหน้า รอยแยกสีดำสนิทแผ่ขยายออกราวกับปากแผลฉีกขาดบนท้องฟ้า ท่ามกลางความมืดมิดอันเป็นนิรันดร์ เงร่างหนึ่งก้าวข้ามผ่านขอบเขตของกาลเวลาออกมาอย่างเชื่องช้า รองเท้าบูทหนังเก่าคร่ำคร่าเหยียบลงบนพื้นหินที่แตกละเอียด แรงกดดันระดับที่ทำให้ชั้นบรรยากาศรอบตัวบิดเบี้ยวแผ่ซ่านออกมาทันทีที่ปลายนิ้วของเขาแตะถูกอากาศภายนอก
เรย์หยุดฝีเท้าลงโดยสัญชาตญาณ สมองส่วนหน้าประมวลผลสถานการณ์ด้วยความเร็วสูง คำเตือนสีแดงฉานจากระบบที่กะพริบรัวอยู่ขอบสายตาไม่ได้ทำให้เขาสติหลุด แต่กลับทำให้ความเยือกเย็นภายในตัวพุ่งถึงขีดสุด
*ระบบฉุกเฉินระดับสูงสุด: ตรวจพบการตื่นขึ้นของ 'บรรพบุรุษผู้เฝ้ามอง' ตัวจริง*
*เขตแดนทั้งหมดถูกยึดครอง เงื่อนไขเวลาถูกยกเลิก... ผู้เล่นต้องเผชิญหน้ากับการตัดสินใจครั้งสุดท้าย*
ดวงตาภายใต้กรอบแว่นสายตาหรี่ลงเล็กน้อย เรย์จ้องมองร่างสูงโปร่งที่ยืนอยู่หลังม่านหมอกควันสีเทา บุคคลผู้นี้ไม่ได้สวมชุดเกราะอลังการอย่างแม่ทัพแห่งยุคโบราณ แต่กลับสวมเสื้อคลุมนักวิชาการสีซีดที่เต็มไปด้วยรอยขาดวิ่น ใบหน้าครึ่งซีกถูกซ่อนไว้ใต้ฮู้ด แต่ดวงตาสีอำพันที่ทอดมองมากลับสะท้อนภาพประวัติศาสตร์นับพันปีที่ล่มสลาย
ข้างกายของเรย์ เอลาร่าสะดุ้งเฮือก มือเรียวที่กำด้ามดาบประจำตระกูลสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ เหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามไรผม แม้เธอจะเป็นถึงแม่ทัพผู้ผ่านศึกมาโชกโชน แต่ต่อหน้าตัวตนระดับนี้ ศักดิ์ศรีและสัญชาตญาณการเอาตัวรอดต่างกรีดร้องบอกให้เธอก้มหัวและยอมจำนน
"ท่าน... ท่านคือผู้สร้างหอคอยแห่งนี้เมื่อยุคปฐมกาลจริงหรือ?" เอลาร่าเค้นเสียงถามออกไปได้แค่นั้น ลำคอของเธอแห้งผากราวกับถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิง
ชายปริศนาไม่ได้ชายตามองเอลาร่าแม้แต่น้อย สายตาของเขายังคงตรึงอยู่ที่เรย์ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของอีกฝ่าย เป็นรอยยิ้มที่ผสมผสานระหว่างความเหนื่อยหน่ายและความคาดหวังอันยาวนาน
"เจ้าใช้กลยุทธ์หมากรุกกระดานนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม, เรย์" เสียงนั้นทุบทำลายความเงียบ "เจ้ามองทะลุกฎของระบบ มองเห็นช่องโหว่ของเวลา และบีบให้ข้าต้องยอมตื่นจากการหลับใหล... แต่เจ้าคิดจริงๆ หรือว่า การเอาชนะหมากตัวกระจ้อยร่อนบนกระดาน จะทำให้เจ้าเข้าใจกติกาที่แท้จริงของโลกใบนี้แล้ว?"
เรย์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจ เขารู้ดีว่าการต่อสู้ด้วยกำลังทางกายภาพกับตัวตนตรงหน้ามีแต่ความตายเป็นจุดจบ สิ่งเดียวที่จะต่อรองได้คือ 'ปัญญา' และ 'ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้'
"ถ้ากติกามันถูกต้องตั้งแต่แรก โลกใบนี้คงไม่เหลือเพียงแค่ซากปรักหักพังให้ข้าต้องมาตามเก็บกวาดในเวลาสี่สิบห้าวันหรอกครับ" เรย์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัว แววตาของเขาสบตรงกับดวงตาสีอำพันคู่นั้นอย่างไม่หลบเลี่ยง "ท่านตื่นขึ้นมาเพราะเงื่อนไขเวลาถูกยกเลิก นั่นหมายความว่าท่านเองก็เบื่อหน่ายกับการรอดูละครฉากเดิมๆ ที่วนลูปซ้ำซากสินะครับ"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ บรรยากาศรอบตัวกดทับจนเอลาร่าแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ก่อนที่เสียงหัวเราะทุ้มต่ำจะหลุดออกมาจากลำคอของชายปริศนา
"น่าสนใจ... เจ้ากล้าต่อรองกับผู้สร้างเช่นนั้นหรือ?" ชายผู้นั้นก้าวเข้ามาใกล้เรย์อีกหนึ่งก้าว ระยะห่างลดลงจนเหลือเพียงไม่กี่เมตร "ถ้างั้น เจ้าคงรู้สินะว่าสิ่งที่พวกเจ้ากำลังตามหาในซากปรักหักพังแห่งนี้ ไม่ใช่แค่ไอเทมเพิ่มพลังธรรมดา... แต่มันคือ 'หัวใจ' ที่ถูกผนึกไว้"
ระบบในหัวของเรย์ส่งเสียงเตือนระรัวอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่สีแดงเตือนภัย หากแต่เป็นหน้าต่างสีทองที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ
*ประกาศภารกิจลับ: ปลดล็อก 'คลังอาวุธโบราณ' ขั้นสูงสุด*
*เงื่อนไข: ผ่านการทดสอบเจตจำนงจาก 'บรรพบุรุษผู้เฝ้ามอง'*
เรย์เหลือบมองหน้าต่างระบบแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองคู่สนทนาที่ยืนอยู่ตรงหน้า เขารู้ดีว่านี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดของภารกิจกู้ซากโลกเวทมนตร์ในครั้งนี้ หากก้าวผ่านไปไม่ได้ ทุกสิ่งที่พยายามสร้างร่วมกับเอลาร่าและกองทัพจะพังทลายลงในพริบตา
"ถ้ามันคือหัวใจที่สามารถขับเคลื่อนกองทัพและซ่อมแซมรอยร้าวของโลกได้ ต่อให้ต้องแลกด้วยการเดิมพันทั้งหมดที่ผมมี..." เรย์เอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ "ผมก็ยินดีจะเปิดประตูบานนั้นครับ... เชิญนำทางเลยครับท่าน"
ชายปริศนากระตุกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความระรื่นหูราวกับเด็กที่เจอของเล่นถูกใจ เขายกมือขึ้นดีดนิ้วเบาๆ หนึ่งครั้ง
เปรี้ยง!
พื้นเบื้องล่างของพวกเขาทลายลง กลายเป็นบันไดหินโบราณทอดยาวลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง กลิ่นอายของเวทมนตร์โบราณอันทรงพลังพรั่งพรูขึ้นมาพร้อมกับละอองแสงสีฟ้าครามที่ส่องประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวนับล้านดวง ทว่า ท่ามกลางแสงสว่างนั้น กลับมีเงาร่างมหึมานับร้อยคู่ที่กำลังขยับตัวตื่นขึ้นจากความหลับใหลในความมืดมิดเบื้องล่าง
เอลาร่าสูดหายใจเข้าด้วยความตกใจเมื่อมองลงไป "นั่นมัน... กองทัพจักรกลเวทมนตร์รุ่นแรกสุดที่สูญหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์!"
เรย์ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ขอบเหว มือขวาจับด้ามมีดสั้นเชิงกลที่เอวอย่างเตรียมพร้อม ขณะที่ดวงตาคู่คมกวาดมองลงไปเบื้องล่างเพื่อคำนวณกำลังรบทั้งหมด
ทว่า ในวินาทีที่พวกเขากำลังจะก้าวลงสู่บันไดเบื้องล่าง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงอีกคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง... ด้านหลังสุดของรอยแยกมิติที่ควรจะปิดตายไปแล้ว
"คิดว่าจะหนีพ้นเงื้อมมือของข้าไปได้ง่ายๆ อย่างนั้นหรือ, เจ้าหนูตระกูลอริยะ?"
เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยและเต็มไปด้วยจิตสังหารที่เรย์จำได้แม่นดังขึ้น ท่ามกลางหมอกควันสีดำที่พวยพุ่งขึ้นมา ร่างของ 'มหาเสนาบดีคาร์ล' ผู้ที่ควรจะถูกกำจัดไปตั้งแต่บทที่สعرก้าวเดินออกมาพร้อมกับรอยยิ้มบิดเบี้ยวบนใบหน้า และในมือของเขากำลังถือสิ่งนั้น... สิ่งที่สามารถควบคุมคลังอาวุธโบราณทั้งหมดได้โดยตรง!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเรย์และเอลาร่าในทุกย่างก้าว, และโปรดติดตามตอนต่อไปด้วยใจระทึกนะครับ!
เซียนกลยุทธ์ไร้เงา กับภารกิจกู้ซากโลกเวทมนตร์ใน 45 วัน•ตอนที่ 17
คลังอาวุธโบราณ
ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกลยุทธ์ไร้เงา กับภารกิจกู้ซากโลกเวทมนตร์ใน 45 วัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!