เงาเรือนไทยกลางวังหลัง: ฆาตกรรมรำพันวิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 17

แผนการร้ายใต้เงาจันทร์

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
กาน้ำชาเคลือบกระเบื้องลายครามใบนั้นร้าวเป็นรอยบางเฉียบ ทว่ายังคงเก็บกักความร้อนคุกรุ่นไว้ได้ราวกับใจที่กำลังสุมด้วยเพลิงโทสะของสตรีผู้กุมอำนาจสูงสุดแห่งฝ่ายหลัง "เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่า ข่าวลือเรื่องกลิ่นอายเรือนไทยโบราณที่โชยมาจากตำหนักบูรพา เป็นฝีมือของนังสนมเอกผู้มาจากดินแดนป่าเถื่อนนั่นจริงๆ?" เสียงหวานหยาดเยิ้มดั่งน้ำผึ้งอาบยาพิษเอ่ยขึ้น ทว่ากลับเยือกเย็นเสียจนทำให้ขันทีเฒ่าผู้หมอบอยู่เบื้องล่างต้องสั่นสะท้าน ฮองเฮาเหม่ยหลินทรงแย้มพระสรวลน้อยๆ พระเนตรเรียวรีดุจหงส์จ้องมองเรียวเล็บที่ถูกสวมด้วยปลอกทองคำประดับหยกเขียวขจี ปลอกเล็บแหลมคมนั้นค่อยๆ กรีดผ่านผิวโต๊ะไม้แกะสลักลวดลายมังกรอย่างเชื่องช้า ราวกับกำลังทรมานเหยื่อในกรงขังให้ขาดใจตายไปทีละน้อย "ทูลฮองเฮา กระหม่อมได้ให้คนสืบเสาะจนแน่ชัดแล้วพ่ะย่ะค่ะ..." ขันทีเฒ่าก้มหน้าชิดติดพื้น แผ่นหลังโก่งงอด้วยความหวาดกลัว "สนมมินตราผู้นี้หาใช่คนธรรมดาไม่ นางมักจะเก็บตัวเงียบงันท่ามกลางค่ำคืนที่ไร้แสงจันทร์ และมีรายงานลับจากนางกำนัลว่า ในยามวิกาล มักจะมีเสียงสวดมนต์ภาษาแปลกประหลาดที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความตายเล็ดลอดออกมาจากห้องนอนของนาง อีกทั้ง... ท่านอ๋องเฉินอี้ยังทรงแอบลักLอบไปหา นางผู้นี้ลับๆ ถึงสามคราในรอบสัปดาห์พ่ะย่ะค่ะ" เพล้ง! ถ้วยชาหยกขาวราคาค่างวดมหาศาลถูกปัดตกลงกระแทกพื้นกระเบื้องแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ เศษกระเบื้องและน้ำชาอุ่นจัดกระเด็นโดนปลายรองเท้าผ้าปักลายหงส์ของฮองเฮา ทว่าไม่มีผู้ใดกล้าขยับตัวแม้แต่ปลายนิ้ว "ท่านอ๋อง..." ฮองเฮาเหม่ยหลินทรงแค่นพระ oสรวลออกมาเบาๆ ทว่าดวงพักตร์งดงามกลับบิดเบี้ยวด้วยความริษยา "พี่ใหญ่ยอมลดตัวไปเกลือกกลุ้มกับหญิงสาวไร้หัวนอนปลายเท้าเช่นนั้นเชียวหรือ? นางมีดีอันใดนักหนา? แค่เพราะใบหน้าที่ละม้ายคล้ายกับภาพวาดโบราณในหอคอยร้างนั่น หรือเพราะมันกุมความลับบางอย่างที่พวกเราพยายามซ่อนมาตลอดสิบปี!" ในยามนี้ มินตรา (หรือมิ่งในร่างสนมเอกแห่งวังหลัง) กำลังยืนนิ่งสงบอยู่เบื้องหน้าหน้าต่างไม้แกะสลักลวดลายดอกเหมย สายลมยามค่ำคืนพัดพาเอาละอองฝนโปรยปรายเข้ามาสัมผัสผิวแก้ม นัยน์ตาสองชั้นหลุบต่ำลงมองกำไลหยกโบราณที่สวมอยู่บนข้อมือ ซึ่งบัดนี้มันกำลังสั่นไหวและแผ่ไอเย็นเยียบออกมาอย่างประหลาด สัมผัสพิเศษที่ติดตัวนางข้ามภพข้ามชาติมา ไม่เคยหลอกลวงนางเลยสักครั้ง... ความตายกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกขณะ "พวกเขากำลังร้อนใจ..." น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าหนักแน่นดังขึ้นจากเบื้องหลัง มินตราไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นผู้ใด อ๋องเฉินอี้ก้าวเข้ามาในห้องนอนส่วนตัวของนางอย่างเงียบเชียบ ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีดำสนิทกลมกลืนไปกับความมืดมิด ทว่าแววตาคู่นั้นกลับคมกริบดั่งใบมีดที่เพิ่งผ่านการอาบพิษมาหมาดๆ "พวกเขามิได้เพียงแค้าร้อนใจพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง..." มินตราเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางราบเรียบ เยือกเย็น และเปี่ยมไปด้วยสติปัญญาที่ลึกซึ้ง นางหันกลับมาสบตากับบุรุษผู้ทรงอำนาจที่สุดคนหนึ่งในแผ่นดิน "แต่พวกเขากำลังจะลงมือ... แผนการร้ายใต้เงาจันทร์ในค่ำคืนนี้ ถูกร่างเอาไว้เสร็จสรรพแล้ว รอเพียงแค่ให้หม่อมฉันก้าวเข้าไปติดกับเท่านั้นเอง" อ๋องเฉินอี้สาวเท้าเข้ามาประชิดร่างบาง กลิ่นอายบุรุษอันคุ้นเคยและไอร้อนจากร่างกายของเขาช่วยขับไล่ความหนาวเหน็บจากวิญญาณเร่ร่อนรอบกายให้เจือจางลง มือหนาเอื้อมขึ้นสัมผัสเส้นผมสีดำสนิทที่ปล่อยสยายเคลียไหล่ของนางอย่างทะนุถนอม ทว่าคำพูดของเขากลับดุร้ายและเด็ดเดี่ยวไม่แพ้สายตา "เจ้ากลัวหรือไม่... มินตรา" "หม่อมฉันไม่เคยกลัวความตายพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง..." มินตราเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของหญิงสาวฉายประกายท้าทายดั่งเพชรน้ำงามที่ผ่านการเจียระไนด้วยไฟแค้น "ในเมื่อพวกมันเลือกที่จะเล่นกับวิญญาณและคำสาป... หม่อมฉันก็จะแสดงให้พวกมันเห็นว่า ผีเรือนไทยที่พวกมันดูแคลน สามารถลากคนลงไปสู่นรกอเวจีทั้งเป็นได้อย่างไร" รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมพระโอษฐ์ของอ๋องเฉินอี้ เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่ง เป็นรอยยิ้มที่มอบให้แก่สตรีผู้เป็นทั้งคู่คิดและดวงใจเพียงหนึ่งเดียว "ดี... เช่นนั้นเรามาดูกันว่า ระหว่างเล่ห์เหลี่ยมของฮองเฮาในวังหลัง กับอาคมโบราณจากเรือนไทยของเจ้า สิ่งใดจะพังทลายลงก่อนกัน" ทันใดนั้นเอง เสียงเคาะเกราะไม้ไผ่ยามสามจากทหารยامหน้าตำหนักก็ดังสนั่นขึ้น ทำลายความเงียบงันยามวิกาล ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงตะโกนโกลาหลที่หน้าประตูรั้วตำหนักบูรพา "มีพระราชโองการจากฮองเฮา! ให้ตรวจค้นตำหนักสนมมินตราทันที! พบพิรุธต้องสงสัยซุกซ่อนสิ่งอัปมงคล!" เสียงเอะอะโวยวายดังใกล้เข้ามาทุกที แสงคบเพลิงสีส้มแดงสะท้อนผ่านหน้าต่างกระดาษสาเข้ามาเป็นเงาวูบวาบ มินตรามิได้มีทีท่าตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นางเพียงแต่ยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อยอย่างรู้ทัน ก่อนจะหันไปหยิบกาน้ำชาเคลือบกระเบื้องลายครามใบเดิมขึ้นมา รินน้ำชาสีอำพันใสลงในจอกกระเบื้องบางเฉียบสองใบด้วยมือที่มั่นคงไม่สั่นไหวเลยแม้แต่น้อย อ๋องเฉินอี้ทอดพระเนตรการกระทำนั้นด้วยแววตาพึงพอใจ เขายื่นมือหนาออกไปรับจอกชาที่ส่งมาให้ นัยน์ตาคมกริบมองลึกลงไปในผิวน้ำชาที่สะท้อนแสงจันทร์สีเลือดสลัวจากภายนอก เสียงปึงปังที่ประตูตำหนักดังขึ้นราวกับมีคนพยายามพังมันเข้ามา ขันทีสนิทของฮองเฮากู่ก้องตะโกนสั่งการด้วยน้ำเสียงแหลมสูงอยู่เบื้องนอก พร้อมกับที่บานประตูไม้แกะสลักถูกกระชากให้เปิดออกอย่างไร้ความเคารพ! ในวินาทีที่ร่างของขันทีหลวงและทหารองครักษ์นับสิบชีวิตก้าวล้ำเข้ามาพร้อมกับศาสตราวุธครบมือ... อ๋องเฉินอี้และมินตราหาได้ขยับเขยื้อนหนีไปไหน ทั้งสองยังคงประทับนั่งเคียงคู่กันอย่างสง่างามราวกับภาพวาด ก่อนที่ท่านอ๋องจะทรงยกจอกชาผสมยาพิษขึ้นจิบช้าๆ ท่ามกลางความตกตะลึงพรึงเพริดของเหล่าผู้บุกรุก! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางข้ามมิติเวลามาสู่ความมืดมิด ณ ศาลาริมน้ำโบราณแห่งนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาเรือนไทยกลางวังหลัง: ฆาตกรรมรำพันวิญญาณอาฆาต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%