กลิ่นควันธูปดอกใหญ่ที่จุดบูชาสิ่งอัปมงคลลอยอลวนคละคลุ้งไปทั่วตำหนักบูรพา ราวกับม่านหมอกสีเทาหม่นที่จงใจขับไล่ออกซิเจนทุกอณูออกไปจากห้องบรรทมอันโอ่อ่า
"ข้าพเจ้าทูลถามซ้ำเป็นครั้งที่สอง... สนมเอกมินตรา และท่านอ๋อง... เหตุใดจึงยังไม่บรรทมกันอีกเล่าครับ"
น้ำเสียงของฮองเฮาเหม่ยหลินนุ่มนวลราวกับเสียงกระซิบของป무ทม แต่กลับแฝงไว้ด้วยคมมีดอาบยาพิษที่กรีดลึกลงบนความเงียบงันยามวิกาล ในพระหัตถ์เรียวงามประดับปลอกเล็บทองคำยาวสลักลายหงส์ ทรงประคองถ้วยกระเบื้องเคลือบสีนิลกาฬที่ส่งไอความร้อนระอุออกมาอย่างต่อเนื่อง บนผิวหน้าของน้ำยาโสมสีเข้มข้นนั้น ปรากฏฟองอากาศเล็กๆ ผุดพลายขึ้นเป็นระยะ ราวกับดวงตาของอสรพิษที่กำลังจ้องมองเหยื่อด้วยความกระหาย
มินตรา หรือ มิ่ง ในร่างของสนมเอกผู้เลอโฉม ยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังพระวรกายสูงสง่าของท่านอ๋องเฉินอี้ สัญชาตญาณดิบจากวิญญาณทายาทเรือนไทยผู้ผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่งร่ำร้องเตือนภัยทันที กลิ่นอายของโสมถ้วยนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกถึงการบำรุงธาตุ แต่มันกลับคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นอับชื้นของดินอาถรรพ์และพิษร้ายจากแดนใต้ที่นางเคยผ่านตาในตำราสมุนไพรโบราณ นางลอบสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความตื่นตระหนก ก่อนจะก้าวเท้าออกไปครึ่งก้าว ยอบกายถวายความเคารพด้วยกิริยาอันงดงามไร้ที่ติ
"ทูลฮองเฮา... หม่อมฉันกับท่านอ๋องกำลังปรึกืองานราชกิจสำคัญเกี่ยวกับคลังเสบียงชายแดนใต้ เพิ่งจะเสร็จสิ้นลงเมื่อครู่ ร่างกายของท่านอ๋องตรากตรำมาทั้งวัน เกรงว่าจะรับฤทธิ์ยาบำรุงที่เข้มข้นเกินไปในยามวิกาลเช่นนี้ จะเป็นการทำลายธาตุไฟในกายเสียเปล่าๆ เพคะ"
มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ มั่นคง และเปี่ยมด้วยความอ่อนน้อม ทว่าทุกถ้อยคำกลับคมกริบราวกับใบมีดที่ถูกลับจนขึ้นเงา นางจงใจเน้นเสียงที่คำว่า "ราชกิจสำคัญ" เพื่อเตือนสติว่าตำหนักแห่งนี้ไม่ใช่เขตอำนาจที่จะเข้ามาสอดมือได้ตามอำเภอใจ
ฮองเฮาเหม่ยหลินแย้มพระโอษฐ์ช้าๆ รอยยิ้มนั้นไม่ไปถึงดวงตาคู่คมกริบที่กวาดมองสำรวจมินตราตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับกำลังประเมินราคาเหยื่อในกรงขัง
"สนมเอกช่างรอบคอบและห่วงใยสวามีดีเสียจริง... แต่ทว่า โสมถ้วยนี้ไม่ใช่ยาสามัญทั่วไป เป็นตำรับโบราณที่ข้าพเจ้าได้มาจากหมอหลวงชาวทิเบต มีฤทธิ์สลายพิษไข้และปรับธาตุให้สมดุล ท่านอ๋องตรากตรำพระวรกายเพื่อแผ่นดินมามาก ข้าพเจ้าในฐานะมารดาแห่งแผ่นดิน ย่อมต้องมีความห่วงใยเป็นธรรมดา... หรือว่า... ท่านอ๋องจะไม่ไว้ใจน้ำพระทัยของข้าพเจ้ากันแน่?"
ประโยคสุดท้ายถูกส่งตรงไปยังบุรุษผู้ยืนนิ่งดั่งรูปสลักหินอ่อน อ๋องเฉินอี้ยังคงรักษาพระพักตร์ที่ราบเรียบเยือกเย็น ดุจผิวน้ำในบึงลึกยามไร้ลมพัด ไหล่กว้างที่อยู่ภายใต้ฉลองพระองค์ผ้าไหมปักลายมังกรห้าเล็บขยับเพียงเล็กน้อยยามที่ทรงผินพระพักตร์กลับมาทอดพระเนตรถ้วยกระเบื้องในพระหัตถ์ของฮองเฮา
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องบรรทมอีกครั้ง บรรยากาศตึงเครียดจนแทบจะได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของนางกำนัลที่ยืนหมอบอยู่มุมห้อง ในโลกของวังหลังแห่งนี้ อำนาจไม่ได้วัดกันที่เสียงตะโกน แต่วัดกันที่ความกล้าในการปฏิเสธถ้วยยาพิษที่ต่อหน้าพระพักตร์
อ๋องเฉินอี้แค่นพระsапในลำพระoษฐ์เบาๆ เสียงนั้นเย็นเยียบจนชวนให้สันหลังวาบหวิว "ฮองเฮามีพระเมตตาถึงเพียงนี้ เฉินอี้ ไหนเลยจะกล้าปฏิเสธน้ำพระทัย"
สิ้นพระสุระเสียง มินตราก็ใจหายวาบ นางเอื้อมมือไปสัมผัสชายฉลองพระองค์ของท่านอ๋องเบาๆ เป็นสัญญาณเตือนขั้นสุดท้าย สัมผัสพิเศษจากวิญญาณเรือนไทยบอกนางอย่างชัดเจนว่า ใต้พื้นไม้หอมของตำหนักบูรพาในยามนี้ มีการฝังอาคมไสยศาสตร์บางอย่างไว้ ลมหายใจของภูตผีและไสยดำกำลังเชื่อมโยงกับถ้วยกระเบื้องในมือของฮองเฮา
หากอ๋องเฉินอี้ดื่มยาพิษนี้เข้าไป ไม่เพียงแต่ร่างกายจะแหลกสลาย แต่วิญญาณของเขาอาจตกเป็นทาสของค่ายกลมนต์ดำที่ฮองเฮาเตรียมไว้ครอบงำราชสำนัก!
ทว่า ก่อนที่อ๋องเฉินอี้จะยื่นพระหัตถ์ไปรับถ้วยยา ประตูบานสลักลายไม้จันทน์ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่มีใครคาดคิด ลมพัดกรรโชกยามวิกาลพัดโหมเข้ามาจนเปลวเทียนในตำหนักวูบไหวเกือบดับลง
ขันทีเฒ่าผู้ดูแลพระราชสำนักซินกงก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด เนื้อตัวสั่นเทาจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ คุกเข่าลงโขกศีรษะกับพื้นเสียงดังสนั่นจนฝุ่นผงคลุ้งกระจาย
"ทูล... ทูลฮองเฮา! ทูลท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ที่ตำหนักเย็น... เกิดเหตุประหลาด... มีเงาร่างของสนมผู้ล่วงลับปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับ... พร้อมกับเสียงร้องโหยหวนที่เรียกหาพระนามของท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ!"
ฮองเฮาเหม่ยหลินชะงักพระหัตถ์ที่ถือถ้วยยาโดยพลัน รอยยิ้มบนพระพักตร์แข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ความเยือกเย็นอย่างสุดความสามารถ
อ๋องเฉินอี้หันพระพักตร์กลับมาสบตากับมินตราทันที ประกายในดวงตาคมปลาบของพระองค์วาวโรจน์ขึ้นด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้ง พระองค์ค่อยๆ ลดพระhastลง ไม่รับถ้วยยาพิษนั้นอีกต่อไป ทว่ากลับแย้มพระโอษฐ์เย็นชาออกมาแทน
"ดูท่า... วิญญาณในวังหลังจะยังไม่สงบเสียแล้วกระมังครับ ฮองเฮา... เช่นนั้นพวกเราคงต้องเสด็จไป 'เยี่ยมเยียน' ตำหนักเย็นพร้อมกันเสียหน่อยแล้วล่ะครับ"
ศาลาริมน้ำโบราณขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางข้ามภพมาด้วยกัน ณ ที่นี้ครับ
เงาเรือนไทยกลางวังหลัง: ฆาตกรรมรำพันวิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 8
ม่านหมอกในตำหนัก
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาเรือนไทยกลางวังหลัง: ฆาตกรรมรำพันวิญญาณอาฆาต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!