"หัวของเจ้า จะต้องถูกแขวนประจานแทนตำแหน่งพระสนม"
ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดอยู่ข้างใบหูนั้นหาได้มีความอ่อนโยนไม่ หากแต่เยียบเย็นดุจสายลมจากหุบเหวมรณะ กลิ่นอายบุรุษเพศอันทรงอำนาจและกลิ่นจางๆ ของสนิมเหล็กจากสนามรบโชยปะทะนาสิกจนมินตราต้องข่มความสั่นสะท้านในอกลึก นางไม่ถอยหลังหนีแม้แต่ครึ่งก้าว ดวงตาคู่คมดุจกวางป่าแหงนขึ้นสบกับดวงเนตรพญายมของอ๋องเฉินอี้โดยไม่หลบเลี่ยง
ความเงียบงันภายในห้องหนังสือหลวงยามวิกาลนั้นหนักอึ้งดั่งขุนเขา ไส้ตะเกียงน้ำมันตั่วเขียวส่งเสียงปะทุเบาๆ เปลวไฟวับแวมสาดส่องเงาทอดทยาวอลล์เปเปอร์ลายดอกโบตั๋นให้บิดเบี้ยวคล้ายภูตผี
"หม่อมฉันเป็นเพียงสนมต่างแคว้นที่ไร้ซึ่งอำนาจวาสนา แต่หาใช่แพะรับบาปที่จะยอมให้ผู้ใดมาเด็ดหัวไปบูชาความแค้นไม่เพคะ ท่านอ๋อง" มินตรากล่าวตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ากังวานใสและมั่นคงในทุกพยางค์ นางเอ่ยด้วยภาษาจีนสำเนียงราชสำนักที่ฝึกฝนมาอย่างดี แม้ในยามคับขันเช่นนี้ สติปัญญาของหญิงสาวจากเรือนไทยโบราณหาได้พร่าเลือนไม่ นางรู้ดีว่าการแสดงความหวาดกลัวต่อหน้าสัตว์ร้ายอย่างบุรุษผู้นี้ มีแต่จะทำให้ตนเองกลายเป็นเหยื่ออันโอชะ
อ๋องเฉินอี้แค่นพระSabbath ในลำพระoศ ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มเยาะหยันที่ไปไม่ถึงดวงเนตร พระองค์ผละพระวรกายออกช้าๆ ทว่ายังคงยืนค้ำฟ้าอยู่เบื้องหน้าร่างระหงในชุดสนมสีครามเข้ม
"ดี... ปากคอเราะร้ายสมคำร่ำลือ" อ๋องเฉินอี้ตรัสพางสะบัดพระหัตถ์ไปเบื้องหลัง "ตู้หนังสือลับหลังฉากกั้น นั่นคือที่เก็บรวบรวมคดีปริศนาของกรมอาญาวังหลัง หากภายในเวลาหนึ่งก้านธูปนี้ เจ้าหาหลักฐานที่เชื่อมโยงกับรอยเลือดบนศาลาน้ำลึกเมื่อคืนไม่ได้... ศศิธรบนฟ้าดวงนั้น จะเป็นพยานในการรับศพของเจ้า"
สิ้นพระSabbath ร่างสูงสง่าก็หมุนพระองค์ก้าวออกไปจากห้องหนังสือ ประตูไม้แกะสลักลายมังกรปิดสนิทลงพร้อมเสียงลงกลอนจากด้านนอกดัง *กริ๊ก* สะท้อนก้องกังวานในความเวิ้งว้าง
มินตรารีบผ่อนลมหายใจยาวเหยียด นางยกมือขึ้นลูบต้นคอเรียวระหงของตนเองเบาๆ เหงื่อกาฬผุดพรายตามไรผม ทว่าสัญชาตญาณดิบภายในกายกลับกระตุ้นเร้าให้เลือดในกายสูบฉีด ร่างของวิญญาณสาวที่ข้ามภพมาไม่ได้มีความหวาดกลัว แต่กลับมีความกระหายใคร่รู้พุ่งพล่าน นางหันขวับไปมองตู้หนังสือไม้จันทน์หอมที่อ๋องเฉินอี้ทรงชี้เป้า
แสงจากตะเกียงน้ำมันสาดส่องกระทบชั้นไม้โบราณที่อัดแน่นไปด้วยพงศาวดาร แผนที่ทหาร และฎีกาลับ มินตรารุดเข้าไปใกล้ สัมผัสพิเศษที่ติดตัวมาแต่ชาติภพเดิมเริ่มทำงาน ปลายนิ้วเรียวยาวสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อแตะลงบนผิวไม้ นางสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังงานบางอย่าง—พลังงานที่คุ้นเคย มันไม่ใช่พลังของวิญญาณจีน แต่เป็น... อาคมสายไทยโบราณ!
"แปลกจริง..." นางพึมพำกับตัวเอง
ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปตามสันหนังสือและคัมภีร์โบราณอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งสะดุดเข้ากับกล่องไม้สักทองแกะสลักลวดลายกนกแบบไทยประยุกต์ ซ่อนอยู่ลึกสุดของชั้นหนังสือชั้นที่สาม กล่องใบนี้ช่างแปลกปลอมยิ่งนักในตำหนักโบราณของต้าเหลียง มันถูกวางไว้ราวกับจงใจรอให้ผู้มีดวงจิตสายเดียวกันมาค้นพบ
มินตราเอื้อมมือไปหยิบกล่องใบนั้นออกมา ฝุ่นละอองบางเบาลอยฟุ้งในอากาศ นางเป่าเบาๆ ก่อนจะเปิดฝากล่องออกอย่างระมัดระวัง
กลิ่นอายจางๆ ของว่านสาวหลงและดินโป่งลอยเตะจมูก ท่ามกลางความมืดสลัว ภายในกล่องนั้นไม่มีทองคำหรืออัญมณีล้ำค่า มีเพียงแผ่นกระดาษสาเก่าคร่ำคร่าสีเหลืองอมน้ำตาล แผ่นหนึ่งถูกพับไว้อย่างประณีต และเมื่อนางคลี่มันออก แสงไฟจากตะเกียงก็เผยให้เห็นอักษรที่จารึกอยู่บนนั้น...
หัวใจของมินตราบีบตัวเข้าหากันอย่างรุนแรง ตัวอักษรที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าหาใช่อักษรจีนตัวเขียนหวัด หรืออักษรแมนจู หากแต่มันคือ "อักษรขอมไทยโบราณ" ที่ใช้จารึกคาถาอาคมในเรือนไทยริมน้ำของตระกูลนางในอดีตชาติ!
*“ผู้ใดเหยียบย่าง รอยโลหิตล้างแผ่นดิน บรรพชนจักทวงคืน วิญญาณมอดม้วยตกตามกัน...”*
มินตราอ่านออกเสียงทวนคำสาปนั้นเบาๆ น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความตกตะลึง คำสาปนี้ถูกเขียนขึ้นด้วยหมึกผสมโลหิต และกลิ่นอายของมันรุนแรงเสียจนทำให้เงาสะท้อนในกระจกทองเหลืองข้างกายบิดเบี้ยวคล้ายมีเงาร่างของหญิงสาวผมยาวกำลังจ้องมองนางอยู่
นี่ไม่ใช่คดีฆาตกรรมธรรมดาในวังหลัง... แต่มันคือการใช้ "คุณไสยมนต์ดำข้ามภพ" เพื่อชิงบัลลังก์ฮองเฮา! และผู้ที่กุมความลับนี้ไว้ ไม่ใช่ใครอื่น...
*แอ๊ด—*
เสียงเปิดประตูห้องหนังสือดังขึ้นแผ่วเบา ท่ามกลางความเงียบงัดยามวิกาล ร่างในอาภรณ์สีดำสนิทก้าวเข้ามาอย่างไร้ซุ่มเสียง กลิ่นหอมเย็นเยียบของดอกราตรีโชยนำมาก่อนที่เจ้าของร่างจะปรากฏกายภายใต้เงาสลัว
มินตราสะอดุ้งสุดตัว นางรีบกำกระดาษจารึกในมือแน่น หัวใจเต้นรัวระส่ำดั่งกลองศึก นางหันขวับกลับไปเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนใหม่—ผู้ที่ไม่อยู่ในคาดการณ์ของใครทั้งสิ้น และอาจจะเป็นกุญแจดอกสุดท้ายที่จะพลิกเกมกระดานนี้ หรือปลิดชีวีตนางลงในค่ำคืนนี้
แสงไฟวับแวมสาดส่องกระทบใบหน้างดงามหยาดเยิ้ม ทว่าแววตานั้นกลับไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากของสตรีผู้กุมอำนาจสูงสุดในวังหลัง
"ไม่นึกเลยว่า สนมต้วน จะมีความสามารถในการอ่านภาษาจากดินแดนป่าเถื่อนได้ด้วย..." ฮองเฮาเหม่ยหลินตรัสด้วยพระสุรเสียงราบเรียบ ทว่าทรงอำนาจจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบกลายเป็นน้ำแข็ง พระหัตถ์เรียวงามภายใต้แขนเสื้อกว้างค่อยๆ ยกขึ้น พร้อมกับปลัดเล็บทองคำยาวเฟื้อยที่ชี้ตรงมายังดวงหน้าของมินตรา "เช่นนั้น... เจ้าคงต้องเลือกแล้วกระมั้ง ว่าจะยอมตายที่นี่ หรือจะช่วยข้าเผาตำหนักนี้ให้มอดไหม้ไปพร้อมกับความลับของอ๋องเฉินอี้"
— ศาลาริมน้ำโบราณ —
เงาเรือนไทยกลางวังหลัง: ฆาตกรรมรำพันวิญญาณอาฆาต•ตอนที่ 5
รหัสลับใต้รอยจารึก
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาเรือนไทยกลางวังหลัง: ฆาตกรรมรำพันวิญญาณอาฆาต นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!