ระบบสุ่มบัคเรียนเวทย์แบบนี้ก็ได้เหรอคุณหนูตัวร้าย•ตอนที่ 4

ติวเตอร์จำเป็นกับคาบเรียนที่พังพินาศ

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
"ถ้าสอบตกวิชาเวทมนตร์ประยุกต์ครั้งนี้ล่ะก็... ฉันจะสั่งให้คนไปรื้อหอพักนักเรียนทุนของเธอให้ราบเป็นหน้ากลองเลยคอยดู!" เสียงกระซิบที่ลอดไรฟันของเซเลสเทียไม่ได้ทำให้เรย์รู้สึกสะท้านแม้แต่น้อย เขายังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้เนื้อแข็งภายในห้องสมุดส่วนตัวโซนต้องห้าม แสงไฟจากตะเกียงเวทมนตร์สีนวลส่องกระทบใบหน้าด้านข้างที่เรียบเฉย มือเรียวบางกำลังพลิוףหน้ากระดาษตำราเวทมนตร์โบราณเล่มหนาเตอะด้วยความเร็วที่แทบจะเรียกได้ว่าผ่านตา มากกว่าจะอ่าน เรย์เงยหน้าขึ้นช้าๆ ปรายตามองคุณหนูตระกูลดยุกผู้กำลังนั่งกอดอกใบหน้าบึ้งตึงอยู่ฝั่งตรงข้าม "ขู่เด็กนักเรียนทุนตาดำๆ แบบนี้ ไม่สมกับเป็นกุลสตรีผู้สูงศักดิ์เลยนะคะ คุณหนูเซเลสเทีย" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แฝงรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก "อีกอย่าง ต่อให้หอพักพังไป ฉันก็มีที่นอนใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อยู่ดี แต่ถ้าเธอสอบตก... ฉันเกรงว่าตระกูลออสโตรเบิร์กคงต้องจัดงานไว้ทุกข์รอบกองไฟให้เกียรติคุณหน้าแตกหมอไม่รับเย็บหน้าบอร์ดประกาศผลสอบแน่ๆ ค่ะ" "นี่เธอ...!" เซเลสเทียสะดุ้งสุดตัว ใบหน้างามแดงก่ำด้วยความโกรธระคนอับอาย ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แต่เธอก็เถียงไม่ออก... เพราะในความเป็นจริงแล้ว คะแนนเก็บภาคปฏิบัติของเธอในคาบเวทมนตร์ธาตุผสมเมื่อสัปดาห์ก่อนอยู่ในขั้น 'วิกฤต' ใกล้เคียงคำว่าหายนะเต็มที หากไม่มีติวเตอร์จำเป็นอย่างเรย์มาช่วยกู้สถานการณ์ในคืนนี้ มีหวังเธอได้กลายเป็นตลกหลวงประจำ Academy เป็นแน่แท้ บรรยากาศในห้องสมุดยามวิกาลเงียบสงบจนได้ยินเสียงกระดาษพลิกไหว ทว่าความกดดันระหว่างทั้งสองกลับเข้มข้นเสียยิ่งกว่าสนามประลอง เรย์รู้ดีว่าปัญหาของเซเลสเทียไม่ใช่ความโง่เขลา เธอนั้นฉลาดเป็นกรดและมีพลังเวทในปริมาณที่มหาศาลเกินกว่าเด็กวัยเดียวกันเสียด้วยซ้ำ ทว่าปัญหาหลักคือ 'ความเย่อหยิ่ง' และ 'การควบคุมมานาที่ดิบเถื่อนเกินไป' จนทำให้วงแหวนเวทเกิดอาการปฏิเสธการเชื่อมต่ออยู่เสมอ "เอาล่ะ เลิกทำหน้าเหมือนคนท้องผูกแล้วตั้งใจฟังนะคะ" เรย์วางปากกาขนนกกลง วางมือลงบนตำราพร้อมกับดึงกระดาษบันทึกแผ่นหนึ่งมาตรงหน้า "ปัญหาของคาถาอัญเชิญเกราะอัคคีที่เธอใช้ไม่ได้ผล ไม่ใช่เพราะบทสวดผิดเพี้ยน แต่เป็นเพราะจิตใต้สำนึกของเธอปฏิเสธที่จะ 'ยอมจำนน' ต่อพลังภายนอกต่างหาก" "ไร้สาระ! ฉันเป็นถึงทายาทสายตรง ฉันมีแต่ต้องควบคุม ไม่ใช่ไปยอมจำนนให้ใคร!" เซเลสเทียเชิดหน้าขึ้นอย่างดื้อรั้น "นั่นแหละค่ะคือบั๊กในความคิดของเธอ" เรย์ถอนหายใจเบาๆ ดวงตาคมกริบฉายแวววาววับ "เวทมนตร์ไม่ใช่ทาสที่เธอจะใช้กำลังบังคับให้เชื่อง แต่มันคือคู่สนทนา ถ้าเธอยังเอาแต่ใจตัวเองแบบนี้ วงแหวนเวทระดับกลางก็จะไม่มีวันยอมรับและจะระเบิดใส่หน้าเธอเหมือนคราวก่อนอีก... อยากโดนหามเข้าห้องพยาบาลรอบสองเหรอคะ?" คำพูดเจ็บแสบแต่มันคือความจริง ทำให้เซเลสเทียเม้มปากแน่นอย่างขัดใจ เธอยอมรับในใจลึกๆ ว่าเรย์มองทะลุปรอทรู้ทุกจุดอ่อนของเธอได้อย่างแม่นยำราวกับมีเวทมนตร์ตาทิพย์ ทั้งๆ ที่ภายนอกอีกฝ่ายดูเป็นแค่เด็กทุนเงียบๆ ที่วันๆ เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานพาร์ทไทม์ในโรงเรียนแท้ๆ ในขณะที่เรย์กำลังจะอธิบายขั้นตอนการปรับคลื่นความถี่มานาให้เซเลสเทียทดลองทำเป็นรอบสุดท้าย เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบจากระบบที่หลับไหลมานานนับสัปดาห์ก็ดังขึ้นในหัวของเขา *[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการแทรกแซงข้อมูลวงแหวนเวทในรัศมี 15 เมตร]* *[คำเตือน: ความเข้ากันได้ระหว่างผู้ใช้ (เรย์) และผู้รับการติว (เซเลสเทีย) เกินค่ามาตรฐาน 95%]* *[ระบบทำการรันโปรแกรมเสริมอัตโนมัติ... Error! ตรวจพบค่าความดื้อรั้นระดับตำนาน กำลังบังคับรีเซ็ตระบบเวทมนตร์โรงเรียน...]* เรย์ชะงักกึก สีหน้าที่เคยผ่อนคลายพลันเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดในเสี้ยววินาที "เรย์? เป็นอะไรไป ทำไมหน้าซีดอย่างนั้น หรือว่าพิษไข้กำเริบ?" เซเลสเทียที่สังเกตเห็นความผิดปกติเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เจือความห่วงใยไว้อย่างแนบเนียนโดยไม่รู้ตัว "เปล่าค่ะ..." เรย์ตอบเสียงแห้ง ขณะที่ในหัวของเขากำลังรวนเรเพราะหน้าต่างสีฟ้าใสจำนวนนابนับร้อยเด้งขึ้นมาบังทัศนียภาพจนหมดสิ้น ระบบบั๊กตัวดีกำลังรวนหนักจากการที่เขาพยายาม 'สอน' คนอื่นฝืนกฎเกณฑ์ของสถาบัน *ครืนนน—!* พื้นห้องสมุดสั่นสะเทือนเบาๆ โคมไฟเวทมนตร์บนเพดานกะพริบถี่รัว ก่อนที่ละอองแสงสีทองและสีแดงฉานจะพวยพุ่งทะลักออกมาจากชั้นหนังสือโบราณ วงแหวนเวทป้องกันภัยของหอสมุดส่งเสียงร้องเตือนภัยดังลั่นสนั่นตึก ระบบอัตโนมัติของ Academy กำลังเข้าใจผิดคิดว่ามีผู้บุกรุกระดับภัยพิบัติกำลังพยายามแฮกฐานข้อมูลเวทมนตร์หลักของโรงเรียน! "เกิดอะไรขึ้นเนี่ย!?" เซเลสเทียผุดลุกขึ้นยืน คว้าคทาประจำตัวออกมากวาดตามองรอบห้องด้วยความตื่นตระหนก "เวทป้องกันภัยของหอสมุดทำงานทำไม!?" "เพราะ... ระบบบั๊กของฉันมันกำลังใจร้อนเกินไปหน่อยค่ะ..." เรย์กัดฟันกรอด พยายามใช้มือปัดหน้าต่างระบบนับร้อยที่เด้งรัวราวกับพายุเข้า แต่ยิ่งปัดมันก็ยิ่งทวีคูณ จนกระทั่งลำแสงพุ่งตรงเข้าเชื่อมต่อระหว่างตัวเขากับเซเลสเทียโดยสมบูรณ์ พลังมานาปริมาณมหาศาลทะลักทะลายไร้การควบคุม มันรุนแรงเสียจนหน้าต่างกระจกสีสเตนกลาสของห้องสมุดสั่นเครือราวกับจะแตกละเอียด เรย์คว้าข้อมือของเซเลสเทียไว้แน่นเพื่อดึงเธอกลับมาหลบหลังชั้นหนังสือ ทว่าช้าไปเสียแล้ว เมื่อพลังเวทสะท้อนกลับจากระบบได้สร้าง 'ประตูมิติปริศนา' ขึ้นกลางห้อง รุกรานอาณาเขตต้องห้ามที่ถูกผนึกมานานนับร้อยปี บรรยากาศรอบตัวนิ่งงันไปชั่วขณะ ก่อนที่ควันสีดำสนิทจะม้วนตัวพวยพุ่งออกมาจากรอยแยกมิติ พร้อมกับเสียงหัวเราะต่ำทุ้ม เย็นเยียบ และทรงอำนาจที่สั่นประสาทจนคนฟังต้องขนลุกซู่ "โอ้... ดูเหมือนจะมีหนูสกปรกสองตัวหลงเข้ามาในเขาวงกตแห่งนี้สินะ..." เงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทประดับลวดลายโบราณก้าวทะลุผ่านมิติออกมาอย่างเชื่องช้า ดวงตาสสีแดงฉานใต้ฮู้ดกวาดมองเรย์และเซเลสเทียที่ยืนพิงชั้นหนังสือด้วยแววตาสนอกสนใจและเหี้ยมเกรียมในเวลาเดียวกัน เรย์เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อตระหนักได้ว่า ตัวตนที่หลุดออกมาจากระบบบั๊กในครั้งนี้... ไม่ใช่แค่ AI หรือระบบป้องกันของโรงเรียน แต่มันคือ 'สิ่งนั้น' ที่ไม่ควรมีใครปลุกให้ตื่นขึ้นมาในตอนนี้เด็ดขาด! —โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ— ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมผจญภัยไปกับความปั่นป่วนของเรย์และคุณหนูเซเลสเทียนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ! - แอสทริดธาตุมนต์
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสุ่มบัคเรียนเวทย์แบบนี้ก็ได้เหรอคุณหนูตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%