ระบบสุ่มบัคเรียนเวทย์แบบนี้ก็ได้เหรอคุณหนูตัวร้าย•ตอนที่ 5

หอพักเวทมนตร์กับเงาที่มองไม่เห็น

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
"ถ้าเธอatจุดไฟแรงกว่านี้อีกนิดเดียว พรมผืนนี้คงกลายเป็นขี้เถ้าไปแล้วล่ะค่ะ คุณหนูเซเลสเทีย" สำเนียงราบเรียบแต่แฝงความเหนื่อยหน่ายใจดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของยามวิกาล เรย์ทรุดตัวลงนั่งยองๆ บนพื้นไม้เนื้อแข็งที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด ปลายนิ้วเรียวแตะลงบนรอยไหม้สีดำสนิทที่ลามเลียเกือบถึงขอบเตียงนอน บรรยากาศภายในห้องพักส่วนตัวของหอพักนักเรียนปีหนึ่งยามนี้ช่างอึมครึม ไอเย็นยะเยือกที่ผิดธรรมชาติลอยวนอยู่รอบกรอบหน้าต่าง แม้ว่าข้างนอกจะเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ผลิแล้วก็ตาม เซเลสเทียที่ยืนกอดอกอยู่ข้างโต๊ะหนังสือหน้าซีดเผือดลงเล็กน้อย ดวงตาสีไพลินคู่สวยฉายแววหงุดหงิดที่ถูกจับไต๋ได้ แต่ริมฝีปากบางกลับเม้มเข้าหากันแน่นโดยไม่ยอมปริปากเถียง "ฉันแค่... กำลังทดลองสูตรการร่ายเวทย์บทใหม่ที่เพิ่งได้มาจากห้องสมุดใต้ดินต่างหากเล่า เรย์ อย่าทำหน้าเหมือนฉันเป็นเด็กซุ่มซ่ามแบบนั้นนะ" น้ำเสียงเชิ่ดๆ พยายามกลบเกลื่อนความตื่นตระหนก เซเลสเทียเบือนหน้าหนีไปทางอื่น เส้นผมสีเงินยวงสะท้อนกับแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาผ่านกระจก แต่วินาทีนั้นเอง เรย์กลับสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง—เงาสะท้อนบนกระจกหน้าต่างไม่ได้ขยับตามท่าทางของเซเลสเทีย มันยังคงยืนนิ่งในมุมมืดของห้อง ทั้งที่เจ้าตัวขยับตัวหันหลังให้หน้าต่างไปแล้ว ดวงตาภายใต้กรอบแว่นทรงกลมของเรย์หรี่ลงเล็กน้อย สัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่ถูกหล่อหลอมด้วยการใช้ชีวิตในฐานะนักเรียนทุนผู้ไร้เส้นสายร่ำร้องเตือนภัย สมองส่วนลึกประมวลผลอย่างรวดเร็วท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดจากการควบคุมมานาธรรมดา และไม่ใช่ฝีมือของความสะินซ่ามของคุณหนูตระกูลใหญ่ แต่มีบางสิ่ง... บางอย่างที่เก่าแก่และน่าขยะแขยงกำลังแฝงตัวอยู่ใต้พื้นไม้กระดานแผ่นนี้ *[ติ๊ง! ตรวจพบความผิดปกติของสนามพลังมานาระดับต่ำ-กลาง]* *[ระบบสแกนอัตโนมัติทำงาน: ตรวจพบ "ร่องรอยการบิดเบือนมิติ" และ "สิ่งมีชีวิตแฝงเร้นในคราบเงา" ระดับอันตราย: C+]* *[คำเตือน: บั๊กของระบบตรวจพบการรั่วไหลของพลังงานวิญญาณรอบตัวเป้าหมาย (เซเลสเทีย) กรุณาตรวจสอบทันที]* เสียงแจ้งเตือนก้องกังวานอยู่ในห้วงความคิด เรย์ลอบถอนหายใจยาวเหยียดในใจ บั๊กบ้าบออะไรกัน ทำไมถึงขยันมาหาเรื่องเอาตอนตีสองครึ่งแบบนี้ทุกทีนะ "ถอยไปข้างหลังค่ะ" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที มือขวาล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อคลุมเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดฝัน เซเลสเทียชะงักไปนิดเมื่อเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของเด็กหนุ่มตรงหน้า ปกติแล้วเรย์มักจะทำตัวเจียมเนื้อเจียมตัว หลบตา หรือไม่ก็ยิ้มแห้งๆ กลบเกลื่อนความซวย แต่ในตอนนี้ แววตาสีเทาเข้มคู่นั้นกลับคมกริบราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝัก ทอประกายความน่าเกรงขามอย่างประหลาดจนเธอเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งตามคำสั่งโดยไม่รู้ตัว "อะ...อะไรของนาย จู่ๆ ก็ทำหน้าตาแบบนั้น..." เซเลสเทียพยายามรักษาฟอร์มความเย่อหยิ่งไว้ แต่เสียงที่สั่นเล็กน้อยนั้นฟ้องชัดเจนว่าเธอเองก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติที่แผ่ซ่านออกมาจากบรรยากาศรอบตัวแล้วเช่นกัน *ครืน...* เสียงคล้ายกับกระดาษทรายถูกับพื้นไม้ดังมาจากมุมมืดใต้เตียงนอน เงาดำทึบที่ควรจะเป็นเพียงเงาสะท้อนของเฟอร์นิเจอร์ กลับเริ่มบิดเบี้ยว ยืดย้วย และลุกขึ้นยืนเป็นรูปร่างของมนุษย์ที่มีความสูงผิดสัดส่วน แขนและขายาวเก้งก้าง ดวงตาสองข้างเป็นรอยแยกสีแดงก่ำไร้ประกายชีวิต มันก้าวออกมาจากความมืดอย่างไร้ซุ่มเสียง กลิ่นอายความเน่าเฟะของมานาที่ถูกกักเก็บมานานนับร้อยปีโชยเข้าจมูกจนน่าคลื่นไส้ เรย์ไม่รอช้า พุ่งตัวเข้าไปดึงแขนเรียวของเซเลสเทียให้หลบพ้นรัศมีโจมตีแรกที่พุ่งแหวกอากาศมาอย่างเฉียดฉิว กรงเล็บสีดำสนิทตะปบลงบนหมอนบนเตียงจนขาดวิ่น ขนนอนสีขาวฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง "กรี๊ด! ตัวอะไรน่ะ!" คุณหนูตระกูลสูงศักดิ์หลุดเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจเป็นครั้งแรก ศักดิ์ศรีที่เคยมีถูกโยนทิ้งไปชั่วขณะเมื่อความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อมมือ เธอยกมือขึ้นร่ายเวทย์ป้องกันตัวตามสัญชาตญาณ แต่ทว่ามานากลับติดขัดราวกับถูกความมืดรอบตัวกลืนกินจนหมดสิ้น "สิ่งตกค้างจากระบบป้องกันหอพักรุ่นบุกเบิกค่ะ หรือถ้าจะพูดให้ถูก... มันคือข้อมูลขยะที่ถูกลืมทิ้งไว้ในซอกหลืบของสถาปัตยกรรมเวทมนตร์นี้" เรย์อธิบายด้วยน้ำเสียงเรียبيบเรื่อย แม้เหงื่อกาฬจะเริ่มผุดพรายขึ้นตามไรผม เรย์กดเปิดใช้งานหน้าต่างระบบลับที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการมองเห็น *[ปลดล็อกฟังก์ชันพิเศษ: "รีเซ็ตค่าความหนาแน่นของเงา" (ต้องใช้แต้มบั๊ก 50 แต้ม)]* *[ยืนยันการใช้งานหรือไม่? [Yes / No]]* ในสถานการณ์คับขันเช่นนี้ ไม่มีเวลาให้ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว เรย์กดปุ่มยืนยันในใจอย่างไร้ความเสียดาย ทันใดนั้น พลังงานความร้อนแปลกประหลาดก็ไหลทะลักจากปลายนิ้วเข้าสู่พื้นห้อง ลวดลายเวทย์สีฟ้าครามสว่างวาบขึ้นเป็นเส้นสายเรขาคณิตที่ซับซ้อนราวกับวงจรคอมพิวเตอร์โบราณ เงาดำกรีดร้องด้วยเสียงที่มนุษย์ไม่ได้ยิน แต่มันก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาทจนปวดหัว ร่างบิดเบี้ยวของมันเริ่มแตกสลายกลายเป็นละอองแสงสีดำก่อนจะสลายหายไปในอากาศ ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความเสียหายยับเยินภายในห้องพัก เซเลสเทียหอบหายใจถี่รัว ใบหน้าหวานซีดเผือดจนแทบไม่มีสีเลือด เธอยันตัวพิงกับผนังห้องเพื่อพยุงร่างที่ยังคงสั่นเทา ดวงตาสีไพลินมองเด็กหนุ่มที่ยืนปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าอย่างใจเย็นราวกับเพิ่งจัดการกับแมลงตัวหนึ่ง ไม่ใช่ปีศาจร้ายที่เกือบเอาชีวิตพวกเธอไปเมื่อครู่นี้ "นาย... นายเป็นใครกันแน่ เรย์?" น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีคราบความเย่อหยิ่งเหลืออยู่เลยสักนิด มีเพียงความสงสัยและหวาดระแวงที่ปะปนกับความโล่งใจ เรย์หันกลับมาส่งยิ้มบางๆ ให้ตามแบบฉบับนักเรียนทุนผู้เจียมตัวเช่นเคย แววตาสีเทาเข้มไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะกลับมาสงบนิ่งดังเดิม "ก็แค่นักเรียนทุนผู้โชคร้ายที่พักอยู่ห้องข้างๆ คุณหนูไงคะ" เรย์ตอบด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะเบาๆ "แต่ดูท่าทาง... คืนนี้พวกเราคงไม่ได้นอนกันง่ายๆ แล้วล่ะค่ะ เพราะดูเหมือนว่า... สิ่งที่เพิ่งจัดการไปเมื่อกี้ จะไม่ใช่ตัวสุดท้ายของหอพักแห่งนี้" เรย์ปรายตามองไปยังบานประตูห้องพักที่ปิดสนิท ด้านนอกนั้น... เสียงฝีเท้าจำนวนมากกำลังเดินเรียงแถวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ อย่างเป็นจังหวะ พร้อมกับเสียงกระซิบกระซาบที่ดังลอดผ่านรอยแตกของประตูไม้เข้ามา *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* "มีใครอยู่ข้างในไหมคะ...? เปิดประตูให้ฉันหน่อยสิ..." เสียงหวานใสของเด็กสาวดังขึ้นจากหน้าห้อง แต่สิ่งที่ทำให้เรย์และเซเลสเทียต้องขนหัวลุกพร้อมกัน คือการที่เรย์ใช้ระบบสแกนแล้วพบว่า... *เบื้องหลังประตูบานนั้น ไม่มีคลื่นความร้อนของสิ่งมีชีวิตอยู่เลยแม้แต่น้อย* ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามความระทึกขวัญและปมปริศนาที่เริ่มเผยตัวออกมาในบทนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ! - แอสทริดธาตุมนต์
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสุ่มบัคเรียนเวทย์แบบนี้ก็ได้เหรอคุณหนูตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%