ระบบสุ่มบัคเรียนเวทย์แบบนี้ก็ได้เหรอคุณหนูตัวร้าย•ตอนที่ 25

พันธสัญญาแห่งพลัง

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
"ถ้าเจ้าคิดว่ารอยร้าวบนวงแหวนเวทย์นี้จะสมานได้ด้วยความดื้อรั้นแบบเด็กๆ ของเจ้าล่ะก็... เซเลสเทีย บางทีข้าอาจจะต้องประเมินสมองของคุณหนูตระกูลแอสเตอร์เลียใหม่เสียแล้วค่ะ" เสียงทุ้มต่ำที่เจือความระอาเล็กน้อยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัดของห้องศิลาโบราณ แสงสีฟ้าครามจากอักขระเวทย์ที่ลอยวนอยู่กลางอากาศสะท้อนลงบนใบหน้าด้านข้างของเรย์ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นทรงกลมไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวหรือลนลานอย่างที่เคยแสดงออกต่อหน้าสาธารณชนแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เขากำลังจ้องมองวงแหวนเวทย์สีม่วงเข้มที่สั่นเทิ้มอยู่ตรงหน้าด้วยความสุขุมรอบคอบ เซเลสเทียกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความหย่อหยิ่งและถือดีที่มักจะเชิดหน้าชูตาอยู่เสมอยามนี้กลับถูกความเจ็บปวดจากการสะท้อนกลับของมานาแผดเผาจนเหงื่อกาฬไหลซึมเต็มกรอบหน้า ผิวเนียนละเอียดซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด ชุดเครื่องแบบนักเรียนชนชั้นสูงของเธอเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อ ความกดดันมหาศาลจากพันธสัญญาเวทย์ระดับสูงกำลังบีบเค้นหัวใจของเธอทีละน้อย "หุบปากไปซะ... เรย์..." เสียงของเธอลอดไรฟันออกมาอย่างยากลำบาก มือเรียวสั่นเทาระหว่างพยายามประคองแก่นมานาของตนเองไม่ให้แตกสลาย "นายมันก็แค่... นักเรียนทุนโชคช่วยที่มีดีแค่การฉวยโอกาสจากความผิดพลาดของระบบ... นายจะไปเข้าใจอะไรกับภาระที่ตระกูลนี้แบกรับไว้กันล่ะ!" "ถ้าข้าไม่เข้าใจ ข้าคงไม่มายืนอยู่ตรงนี้เพื่อรับแรงกระแทกแทนเจ้าครึ่งหนึ่งหรอกนะคะ" เรย์ถอนหายใจเบาๆ เขายื่นมือซ้ายออกไปสัมผัสกับขอบนอกของวงแหวนเวทย์ที่กำลังปั่นป่วน ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส ความเจ็บปวดราวกับถูกเข็มพันเล่มทิ่มแทงก็พุ่งพล่านขึ้นมาตามแขน แต่สีหน้าของเขากลับไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย "จำกัดความ 'ความดื้อรั้น' ของเจ้าเก็บไว้ใช้ตอนที่เราสำเร็จพันธสัญญาเถอะค่ะ ไม่อย่างนั้น เราคงได้กลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนคู่กันในห้องใต้ดินนี่จริงๆ แน่" บรรยากาศรอบตัวกดดันจนแทบหายใจไม่ออก มานาธาตุความมืดและแสงสว่างปะทะกันจนเกิดเสียงประทุเปรี๊ยะปร๊ะราวกับสายฟ้าฟาดในพื้นที่แคบๆ สถาปัตยกรรมโบราณของห้องใต้ดินสั่นสะเทือน ฝุ่นผงร่วงกราวลงมาจากเพดานศิลา ในโลกเวทมนตร์แห่งนี้ พันธสัญญาเวทย์ระหว่างจอมเวทย์คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ยิ่งเป็นพันธสัญญาที่เชื่อมโยงแก่นมานาเข้าด้วยกันเพื่อข้ามผ่านขีดจำกัดของสายเลือดแล้ว มันคือการเอาชีวิตและจิตวิญญาณไปเดิมพันร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออีกฝ่ายคือเซเลสเทีย หญิงสาวผู้แบกรับความคาดหวังอันหนักอึ้งของตระกูลขุนนางเก่าแก่ ผู้มีปมในใจเรื่องความสมบูรณ์แบบจนเกือบทำลายตัวเองมานับครั้งไม่ถ้วน เรย์เหลือบมองดวงตาคู่สวยที่ฉายแววหวาดหวั่นอยู่ลึกๆ เขาเข้าใจดีว่าภายใต้หน้ากากที่เย่อหยิ่งและเอาแต่ใจของเธอนั้น คือเด็กสาวผู้โดดเดี่ยวที่โหยหาการยอมรับมาตลอดชีวิต และระบบบั๊กประหลาดที่สุ่มได้ในวันนั้น ก็คือเครื่องมือเดียวที่จะช่วยดึงเธอขึ้นมาจากขุมนรกแห่งความกดดันนี้ได้ "เอาล่ะค่ะ" เรย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่ทรงพลังพอที่จะดึงสติของเซเลสเทียกลับมา "เลิกคิดฟุ้งซ่านแล้วส่งมานาส่วนสุดท้ายของเจ้ามาที่ข้า... เชื่อใจข้าสักครั้งเถอะค่ะ คุณหนูตัวร้าย" เซเลสเทียสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินสรรพนามที่เขาจงใจใช้ยั่วโมโห แต่แปลกเหลือเกินที่ในยามวิกฤตเช่นนี้ น้ำเสียงนั้นกลับสร้างความมั่นคงในใจเธอได้อย่างประหลาด หญิงสาวหลับตาลงสูดลมหายใจเข้าลึก, รวบรวมสมาธิครั้งสุดท้าย แล้วปลดปล่อยมานาทั้งหมดที่เหลืออยู่ออกมาพุ่งตรงเข้าสู่ร่างของเรย์ *ติ๊ง!* [ระบบตรวจพบการถ่ายIทอดแก่นมานาเสถียรภาพสูง 99.8%] [กำลังเริ่มกระบวนการ: พันธสัญญาแห่งจิตวิญญาณและเงื่อนไขบั๊ก (Soul & Bug Bound Contract)] [เงื่อนไขพิเศษ: ยอมรับความเสียหายร่วมกัน 50/50 และปลดล็อกขีดจำกัดสายเลือดแอสเตอร์เลีย] เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นในหัวของเรย์อย่างต่อเนื่อง ทว่าในวินาทีที่แสงสีทองและสีดำหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว อักษรโบราณนับร้อยก็พรั่งพรูขึ้นมาจากพื้นศิลา พันธสัญญาถูกถักทอขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ แรงกระแทกจากการประสานพลังทำให้ทั้งคู่กระเด็นถอยหลังไปคนละทางก่อนจะทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น ความเงียบงันกลับมาเยือนอีกครั้ง... เซเลสเทียหอบหายใจหนักหน่วง ร่างกายของเธอบัดนี้รู้สึกเบาหวิวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความกดดันที่เคยเกาะกุมหน้าอกหายวับไปราวกับไม่เคยมีอยู่จริง เธอมองดูมือของตัวเองที่ตอนนี้มีละอองแสงสีทองจางๆ วนเวียนอยู่รอบปลายนิ้ว มันคือพลัง... พลังที่บริสุทธิ์และไร้ซึ่งพันธนาการใดๆ ของตระกูลที่คอยฉุดรั้งเธอไว้ เธอกวาดสายตาขึ้นมองชายหนุ่มที่นั่งชันเข่าอยู่ไม่ไกล เรย์กำลังใช้มือข้างหนึ่งดันแว่นตาขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าของเขายังคงนิ่งสงบ แม้จะมีรอยเลือดจางๆ ที่มุมปาก "นาย..." เซเลสเทียเอ่ยเสียงแผ่วเบา ความรู้สึกซับซ้อนบางอย่างตีรวนอยู่ในอก "ทำไมนายถึง... เสี่ยงชีวิตขนาดนี้เพื่อฉัน?" เรย์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอดวงตาสีนิลคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ที่จางหายไปนาน เขายิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ "อย่าสำคัญตัวผิดไปเลยค่ะคุณหนู ข้าก็แค่ไม่อยากให้เพื่อนร่วมชั้นที่ลงทุนจ้างข้าด้วยเงินก้อนโต... ต้องมาตายคาห้องใต้ดินจนทำให้ข้าไม่ได้เงินส่วนที่เหลือต่างหากล่ะคะ" "นี่นาย!" เซเลสเทียหน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที ความซาบซึ้งใจเมื่อครู่ปลิวหายไปในพริบตา เธอกัดฟันกรอดเตรียมจะเอ่ยปากด่าทอชายหนุ่มตรงหน้าให้สมกับความกวนประสาทของเขา ทว่า... ก่อนที่เสียงต่อว่าต่อขานจะได้หลุดออกจากปากของหญิงสาว พื้นศิลาเบื้องล่างกลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม! *ครืนนนนน—!* ไม่ใช่แค่แรงสั่นสะเทือนธรรมดา แต่รอยแยกสีดำสนิทปรากฏขึ้นกลางห้องใต้ดิน กลิ่นอายความมืดอันเก่าแก่และน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านออกมาจนขนหัวลุก อักขระเวทย์ที่เพิ่งสงบลงไปกลับเรืองแสงสีแดงฉานขึ้นมาอีกครั้งอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับเสียงคำรามต่ำๆ ที่ดังมาจากมิติเบื้องล่าง ราวกับมีบางสิ่งที่หลับใหลมานับพันปีถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากพันธสัญญาที่พวกเขาเพิ่งทำร่วมกันเมื่อครู่! เรย์หุบยิ้มทันที ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองรอยแยกตรงหน้า สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน *ติ๊ง!* [คำเตือนระบบฉุกเฉิน: ตรวจพบตัวตนระดับภัยพิบัติ (Disaster-Class Entity) หลุดพ้นจากการผนึกเนื่องจากปฏิกิริยาของพันธสัญญา] [ภารกิจบังคับระดับ SSS: "ผู้กลืนกินมิติ" ตื่นจากการหลับใหล] [เงื่อนไขการรอดชีวิต: กำจัดหรือผนึกมันอีกครั้งภายใน 10 นาที มิฉะนั้นโลกใบนี้จะถูกรีเซ็ต!] แอสทริดธาตุมนต์ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามอ่านกันมาจนถึงบทนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสุ่มบัคเรียนเวทย์แบบนี้ก็ได้เหรอคุณหนูตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%