กลิ่นอายของหินปูนที่ถูกความร้อนแผดเผาจนแตกละเอียดคละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูก รสชาติเค็มปร่าของเลือดฝาดที่ซึมอยู่มุมปากทำให้เรย์รู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่ ท่ามกลางซากปรักหักพังของหอวิจัยเวทมนตร์โบราณที่พังทลายลงมาครึ่งแถบ แสงสีฟ้าอ่อนจางจากผลึกเวทย์สำรองที่ใกล้หมดพลังงานทอดเงายาวน่าเวทนาบนพื้นหินอ่อนที่แตกเป็นเสี่ยงๆ
"อย่าขยับค่ะ..."
เสียงหวานที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้นอย่างสั่นเทา แม้จะพยายามรักษาความเย่อหยิ่งไว้ในน้ำเสียงตามวิสัยของคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์เพียงใด แต่ความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายในก็เล็ดลอดออกมาจนหมดสิ้น
เซเลสเทียกำลังคุกเข่าลงข้างกายเขา อาภรณ์หรูหราที่เคยตัดเย็บอย่างประณีตบัดนี้ขาดวิ่นและเปื้อนฝุ่นคราบเขม่าควัน เรือนผมสีเงินสลวยยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง ปอยผมเคลียคลออยู่กับดวงหน้าที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและคราบน้ำตา ดวงตาคู่สวยที่เคยทอดมองผู้อื่นด้วยความถือดี บัดนี้กลับแดงก่ำและไหวระริกยามจ้องมองบาดแผลฉกรรจ์บริเวณหัวไหล่ของเด็กหนุ่มทุนผู้ไม่เคยอยู่ในสายตา
เรย์ฝืนยิ้ม มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อยด้วยความเจ็บปวด "คุณหนู... ถ้าท่านยังเอาแต่ร้องไห้ซ้ำๆ แบบนี้ ผมเกรงว่าภาพลักษณ์คุณหนูผู้สูงส่งของตระกูลวาล็อคคงป่นปี้ไม่แพ้ซากตึกพวกนี้หรอกนะครับ เอ๊ด... หมายถึงนะคะ"
เขาเผลอหลุดปากแก้คำพูดเกือบไม่ทันเมื่อเห็นสายตาคมกริบที่ตวัดมองมา
"ปากดีให้มันตลอดเถอะค่ะ อีตาเรย์!" เซเลสเทียตวาดเสียงเครือ มือเรียวสั่นเทาพยายามใช้เวทย์รักษาขั้นพื้นฐานกดลงบนแผลของเขา แต่เพราะมานาในร่างกายของเธอระaเหยไปจนเกือบหมดสิ้นจากศึกหนักเมื่อครู่ แสงสีเขียวจางๆ จึงดับวูบลงทันทีอย่างไร้ผล "ทำไม... ทำไมคุณถึงต้องเอาตัวเข้ามารับการโจมตีนั้นด้วย! ทั้งๆ ที่ถ้าเป็นคุณ... คุณน่าจะมีวิธีหนีที่ดีกว่านั้นตั้งนานแล้วไม่ใช่หรือไงคะ!"
เรย์ทอดสายตามองเด็กสาวผู้มีศักดิ์ศรีค้ำคอมาตลอดชีวิต เธอยอมลดตัวลงมานั่งคลุกฝุ่น เปื้อนเปรอะ และแสดงความอ่อนแอออกมาให้เขาเห็นเป็นครั้งแรก
ตั้งแต่ก้าวเข้าสู่โรงเรียนเวทมนตร์แห่งนี้ เซเลสเทียแบกรับความคาดหวังของตระกูลขุนนางเก่าแก่ไว้บนบ่า ความสมบูรณ์แบบคือเกราะป้องกันเดียวที่ทำให้เธออยู่รอด แต่ในวินาทีนี้ เกราะนั้นแตกสลายลงพร้อมกับซากปรักหักพังรอบกาย เหลือเพียงเด็กสาวคนหนึ่งที่กำลังหวาดกลัวการสูญเสีย
"ถ้าผมหนี... แล้วใครจะคอยกวนใจคุณหนูเวลาทำการบ้านล่ะครับ" เรย์หัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะปรับน้ำเสียงให้จริงจังขึ้นเมื่อเห็นดวงตาคู่นั้นเริ่มรื้นไปด้วยหยาดน้ำตาอีกครั้ง "ผมไม่ได้โง่หรอกนะเซเลสเทีย... แค่คำนวณความเสียหายแล้ว ร่างกายผมมีระบบบั๊กที่ทนทานกว่าคุณเป็นทุนเดิม การให้คุณบาดเจ็บสาหัสมีแต่จะทำให้เราแพ้ราบคาบ การเสียสละความหล่อเหลาชั่วคราวเพื่อแลกกับการรักษาตัวหลักของทีม... เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าต่างหากล่ะครับ"
"คุณนี่มัน..." เซเลสเทียเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความรู้สึกอัดอั้นตันใจระเบิดออกมาเป็นหยดน้ำตาที่ร่วงหล่นลงกระทบหลังมือของเด็กหนุ่ม ความเย็นเฉียบของหยดน้ำตานั้นกลับอุ่นร้อนกว่าสิ่งใดในความรู้สึกของเรย์
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมองเขาเป็นเพียงเครื่องมือ เป็นเด็กทุนจอมเจ้าเล่ห์ที่บังเอิญมีความลับประหลาด เป็นคู่หูจำเป็นที่ต้องร่วมมือกันเพื่อเอาตัวรอดจากกฎประหลาดของโรงเรียน แต่ในวินาทีที่ความตายเฉียดฉิว ความจริงอันน่าตกใจก็กระจ่างชัดในใจของกุลสตรีตระกูลวาล็อค
เธอไม่ได้มองเขาเป็นแค่คนอื่นอีกต่อไปแล้ว...
"ฉันเกลียดคุณ..." เสียงกระซิบของเซเลสเทียแผ่วเบาจนแทบกลืนไปกับสายลมที่พัดผ่านซากปรักหักพัง "เกลียดความฉลาดเป็นกรดของคุณ เกลียดรอยยิ้มกวนประสาทนั่น เกลียด... ที่คุณชอบทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นแค่เด็กผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่ง... ทั้งที่ฉันต้องพยายามทำตัวให้สมบูรณ์แบบมาตลอดแท้ๆ"
เรย์ชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มจอมปลอมที่มักประดับบนใบหน้าจางหายไป เหลือเพียงแววตาลุ่มลึกที่ยากจะคาดเดa
"แต่... ฉันก็ยอมรับในตัวคุณแล้วค่ะ..." เซเลสเทียเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาคู่สวยฉายชัดถึงความจริงใจที่ปิดไม่มิด "ยอมรับ... จากใจจริงเลยค่ะว่า ถ้าไม่มีคุณ เรย์... ฉันคงไม่เหลืออะไรเลย"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางเศษฝุ่นละอองที่ล่องลอยสะท้อนแสงจันทร์รำไร บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ให้เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวของคนทั้งสอง
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนอันเป็นเอกลักษณ์ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในโสตประสาทของเรย์อย่างกะทันหัน
[ติ๊ง! ตรวจพบเงื่อนไขลับสำเร็จ: "คำสารภาพจากใจจริงของคุณหนูผู้เย่อหยิ่ง"]
[ระดับความสัมพันธ์ (Bond Level) ของเซเลสเทีย วาล็อค พุ่งทะยานสู่ระดับสูงสุด: "คู่ชีวิตร่วมเป็นร่วมตาย" (Soul-Bound Ally)]
[ระบบทำการปลดล็อกสกิลบั๊กขั้นสูงสุด: "ปาฏิหาริย์แห่งเจตจำนงคู่ขนาน" (Divine Bug: Resonance Overwrite)]
[คำเตือนระบบ: พลังงานมานาในรัศมี 1 กิโลเมตรกำลังผัน 0000---- ]
ตัวเลขระบบรวนเรอย่างรุนแรง หน้าต่างโฮโลแกรมสีแดงฉานกะพริบถี่ระรัวราวกับเตือนภัยถึงบางสิ่งกำลังคืบคลานเข้ามาจากใต้พื้นดินลึก
เรย์หุบยิ้มทันที สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่น เซเลสเทียเองก็สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนแปลกประหลาดที่ค่อยๆ แผ่ขยายขึ้นมาจากซากรากฐานของตึกวิจัย
พื้นหินอ่อนใต้ฝ่าเท้าของพวกเขากำลังปริแยกออกอย่างช้าๆ พร้อมกับไอน้ำสีดำทมิฬที่พวยพุ่งขึ้นมา บดบังแสงจันทร์จนมืดสนิท
และก่อนที่ทั้งคู่จะได้ตั้งตัว เงาสماนมหึมาคู่หนึ่งก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นในความมืดมิดเบื้องล่าง...
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้เรย์กับคุณหนูตัวร้ายมาจนถึงตอนนี้ เจอกันใหม่ตอนหน้านะคะ!
ระบบสุ่มบัคเรียนเวทย์แบบนี้ก็ได้เหรอคุณหนูตัวร้าย•ตอนที่ 20
คำสารภาพท่ามกลางกองซากปรักหักพัง
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสุ่มบัคเรียนเวทย์แบบนี้ก็ได้เหรอคุณหนูตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!