ระบบสุ่มบัคเรียนเวทย์แบบนี้ก็ได้เหรอคุณหนูตัวร้าย•ตอนที่ 13

เซเลสเทียกับความหวาดกลัวที่ไม่อาจบอกใคร

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
หยาดน้ำตาที่ร่วงเผาะลงบนกระดาษร่ายเวทย์แผ่นนั้น ไม่ได้ส่งเสียงดังอะไรเลยค่ะ แต่มันกลับหนักอึ้งเสียจนเรย์รู้สึกได้ถึงแรงกระแทกที่สั่นสะเทือนลึกเข้ามาในอก ห้องสมุดลับใต้ดินชั้นสามของหอพักตระกูลขุนนางไร้ซึ่งผู้คนในยามวิกาล แสงจากคบเพลิงเวทมนตร์สีนวลสาดส่องกระทบกับเส้นผมสีเงินยวดยวงของเซเลสเทียที่มักจะตั้งตรงอย่างสง่างามเสมอ แต่ในยามนี้ ร่างระหงของคุณหนูผู้เย่อหยิ่งและถือดีกลับสั่นเทาเล็กน้อย ไหล่ลาดลู่ลงราวกับกำลังแบกรับภูเขาไว้ทั้งลูก ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากริมฝีปากที่เม้มแน่นจนซีดเซียวของเธอ เซเลสเทียพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะปาดน้ำตาออกด้วยหลังมืออย่างลวกๆ พร้อมกับเชิดหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณของการเป็นทายาทตระกูลดยุกผู้สูงศักดิ์ แต่ดวงตาคู่สวยที่แดงก่ำกลับฟ้องชัดเจนว่าเธอกำลังพังทลายลงจากภายใน เรย์ไม่ได้ขยับตัวเข้าไปประชิดในทันทีค่ะ เด็กหนุ่มผู้สวมแว่นกรอบทองและซ่อนความลับระดับพระกาฬไว้เบื้องหลังท่าทางขี้ขลาด เลือกที่จะวางตำราเวทย์โบราณในมือลงบนโต๊ะไม้โอ๊กอย่างแผ่วเบา ความเงียบงันระหว่างพวกเขามีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้เสียงสะอื้นที่ถูกกลั้นไว้ดังสะท้อนก้องในความรู้สึก "ถ้าจะหัวเราะ ก็เชิญค่ะ..." เสียงของเซเลสเทียแหบพร่าและสั่นเครือ มันไม่ใช่เสียงสั่งการที่ทรงอำนาจเหมือนยามปกติที่ใช้ในห้องเรียนเวทมนตร์ชั้นสูง แต่มันคือเสียงของเด็กสาวคนหนึ่งที่หวาดกลัวการสูญเสียการยอมรับจนแทบหายใจไม่ออก "สภาพฉันตอนนี้... มันสมเพชสิ้นดีเลยใช่ไหมคะคุณนักเรียนทุน?" เรย์ถอนหายใจออกมาเบาๆ เป็นลมหายใจที่เจือความอ่อนโยนอย่างประหลาด เขาขยับกรอบแว่นเล็กน้อยก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะไม้ตัวยาวเข้าไปใกล้ ร่างบางของเซเลสเทียสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเงาของเขาชะโงกเข้ามาบังแสงไฟ แต่เธอก็ไม่ได้ถอยหนี "ผมไม่เคยคิดจะหัวเราะเยาะใคร โดยเฉพาะกับคนที่กำลังร้องไห้เพราะกลัวว่าจะทำตามความคาดหวังของคนอื่นไม่ได้หรอกครับ... เอ๊ย, หรอกค่ะ" เรย์เกือบเผลอหลุดคำพูดคุ้นชินออกมา แต่ก็ปรับน้ำเสียงให้กลับมานุ่มนวลและเป็นธรรมชาติอย่างรวดเร็ว "อีกอย่าง น้ำตาของคุณไม่ได้ดูน่าสมเพชเลยแม้แต่น้อย มันแค่บอกผมว่า... คุณแบกอะไรไว้บนบ่ามากเกินไปต่างหาก" เซเลสเทียเงยหน้าขึ้นฉับพลัน ดวงตาสفกลมโตจ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยความระคนแปลกใจและไม่เชื่อถือ ม่านน้ำตาคลอหน่วยจนภาพของเรย์พร่าเลือน "นายจะไปเข้าใจอะไร... นายมันก็แค่พวกโชคดีที่ได้ทุนเข้ามา ไม่เคยต้องแบกชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล ไม่เคยต้องตื่นมากลางดึกเพื่อท่องตำราสี่ภาษา ไม่เคยต้องถูกพ่อมองด้วยสายตาผิดหวังแค่เพราะเวทย์ธาตุแสงของฉันมัน... มันไม่สมบูรณ์แบบพอ!" เสียงของเธอขาดห้วing ในที่สุดเขื่อนกั้นความรู้สึกก็พังทลายลง เซเลสเทียซบหน้าลงกับฝ่ามือทั้งสองข้าง ปล่อยให้หยาดน้ำตาไหลรินผ่านร่องนิ้วอย่างไร้การควบคุม ความเปราะบางนี้คือสิ่งที่เธอไม่เคยแสดงให้ใครเห็น แม้กระทั่งพี่ชายแท้ๆ ของเธอก็ตาม เรย์ยืนมองภาพนั้นด้วยแววตาสีเข้มที่ลึกล้ำเกินกว่าอายุ การเติบโตในโลกแฟนตาซีแห่งนี้สอนให้เขารู้ว่า เบื้องหลังพลังเวทย์มหาศาลและรอยยิ้มเย่อหยิ่งของคุณหนูตระกูลใหญ่ มักแลกมาด้วยพันธนาการทางจิตใจที่โหดร้ายเสมอ ระบบสุ่มบัคเรียนเวทย์อาจจะมอบสกิลโกงๆ ให้เขามากมาย แต่มันไม่เคยมีระบบไหนรักษาแผลใจได้เลย... นอกจากการรับฟัง เด็กหนุ่มตัดสินใจทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งลงบนพื้นหินเย็นเฉียบ เพื่อให้ระดับสายตาของเขาอยู่ในระนาบเดียวกับเซเลสเทียที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ การกระทำที่ไร้ซึ่งการแบ่งชนชั้นนี้ทำให้คุณหนูตระกูลสูงถึงกับชะงัก ลืมความอับอายไปชั่วขณะ "คุณรู้ไหมครับเซเลสเทีย..." เรย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่มั่นคง ดวงตาหลังกรอบแว่นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "คนเรามักจะคิดว่าความสมบูรณ์แบบคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด แต่จริงๆ แล้ว... มันคือคุกที่ขังเราไว้ต่างหาก คุณพยายามวิ่งตามมาตรฐานที่คนอื่นขีดไว้ให้ จนลืมไปแล้วใช่ไหมครับว่าตัวคุณเองอยากจะร่ายเวทมนตร์บทไหนกันแน่" "ฉัน... ฉันแค่ต้องทำตามหน้าที่" เซเลสเทียกระซิบเสียงสั่น เธอลดมือลง เผยให้เห็นใบหน้าที่เปียกชื้นไปด้วยคราบน้ำตา ความดื้อรั้นในแววตาก่อนหน้านี้ถูกแทนที่ด้วยความอ้างว้างและเหนื่อยล้า "ถ้าฉันพลาด... ถ้าตระกูลแอสฟอร์ดเสียหน้า ฉันก็ไม่มีค่าอะไรหลงเหลืออีกแล้วในสายตาของท่านพ่อ" "งั้นก็ลองมาเป็นคนไร้ค่าในสายตาคนอื่นดูสักตั้งไหมล่ะครับ" เรย์ระบายยิ้มบางๆ ออกมา เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและจริงใจที่สุดเท่าที่เซเลสเทียเคยเห็นจากเด็กหนุ่มคนนี้ "ปล่อยให้ตระกูลแอสฟอร์ดบ่นไป ปล่อยให้คนอื่นนินทาว่าร้ายไป... แต่ถ้าคุณเหนื่อยนัก ก็แค่หยุดพัก แล้วใช้เวทมนตร์เพื่อตัวเอง... เพื่อความสนุกในการเรียนรู้ ไม่ใช่เพื่อคำสรรเสริญ" คำพูดนั้นราวกับค้อนเวทมนตร์ที่ทุบทำลายกำแพงน้ำแข็งในใจของเซเลสเทียจนแตกละเอียด ความรู้สึกอัดอั้นที่เก็บกดมานานนับปีได้รับการปลดปล่อยผ่านความเงียบงัน หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่ด้วยความโกรธหรือความหวาดกลัวอีกต่อไป แต่เป็นเพราะความตื้นตันประหลาดที่ไหลเข้ามาแทนที่ความโดดเดี่ยว เซเลสเทียเม้มริมฝีปากแน่น เธอมองหน้าเรย์เนิ่นนานราวกับต้องการค้นหาความล้อเล่นในแววตาคู่นั้น แต่เธอก็พบแต่ความจริงใจและความเข้าใจอย่างแท้จัง... เป็นครั้งแรกในชีวิตที่มีใครสักคนมองทะลุเปลือกนอกอันเย่อหยิ่งของเธอ แล้วเห็นเด็กผู้หญิงขี้ขลาดคนหนึ่งที่ซ่อนอยู่ข้างใน "นาย... นายมันบ้าจริงๆ เรย์" เซเลสเทียสูดหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมเสียงสะอื้น แม้ใบหน้าจะยังแดงก่ำแต่ริมฝีปากกลับเริ่มคลายยิ้มออกมาได้เล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไร้การปรุงแต่งและงดงามที่สุดเท่าที่เรย์เคยพบเจอ "มีใครเขาบอกคู่ปรับของตัวเองแบบนี้บ้าง" "ก็มีแค่ผมนี่แหละครับ" เรย์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วยื่นมือออกไปตรงหน้าเธอ "ลุกขึ้นเถอะครับคุณหนูเซเลสเทีย ดึกมากแล้ว ถ้าปล่อยให้นั่งร้องไห้ตรงนี้ต่อ หน้าตาบวมๆ ของคุณคงไม่เหมาะกับการไปประลองเวทมนตร์ภาคปฏิบัติในวันพรุ่งนี้แน่ๆ" เซเลสเทียก้มมองมือที่ยื่นมาตรงหน้า ฝ่ามือของเด็กหนุ่มมีรอยด้านจากการฝึกฝนเวทมนตร์และการทำงานหนัก ไม่ได้นุ่มนวลเหมือนคุณชายตระกูลขุนนาง แต่กลับให้ความรู้สึกมั่นคงและปลอดภัยอย่างประหลาด เธอลังเลอยู่ชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะตัดสินใจวางมือเรียวเล็กของเธอลงบนฝ่ามือของเรย์ ความอบอุ่นที่ถ่ายทอดผ่านสัมผัสทางกายทำให้หัวใจของทั้งคู่กระตุกวูบ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง บรรยากาศรอบตัวในห้องสมุดใต้ดินที่เคยอึมครึมกลับอบอวลไปด้วยความผูกพันลึกซึ้งที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ เซเลสเทียพยุงตัวลุกขึ้นยืนโดยมีเรย์คอยประคอง มือของทั้งคู่ยังคงกุมกันไว้โดยไม่มีใครยอมปล่อยก่อน ความรู้สึกตึงเครียดและความหวาดกลัวก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงสายตาที่สื่อความหมายลึกซึ้งต่อกันและกัน ติ๊ง! [แจ้งเตือนระบบ: ความสัมพันธ์ระหว่าง "เรย์" และ "เซเลสเทีย" บรรลุเงื่อนไขพิเศษระดับ "คู่หูจิตวิญญาณ"] [ปลดล็อกสกิลลับเฉพาะคู่: 'เสียงสะท้อนแห่งจันทรา' (Moonlight Resonance) - เพิ่มพลังเวทย์ธาตุแสงและความมืดทวีคูณเมื่อทั้งคู่อยู่ในระยะ 3 เมตร] เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นในหัวของเรย์ แต่ก่อนที่เขาจะได้ตรวจสอบรายละเอียดให้แน่ชัด แสงสว่างจากคบเพลิงเวทมนตร์รอบห้องสมุดก็เกิดอาการกะพริบไหวอย่างรุนแรง ราวกับมีกระแสลมประหลาดพัดผ่านเข้ามา ทั้งที่ห้องนี้ปิดตายและไม่มีหน้าต่าง เงาดำทึบสายหนึ่งทอดตัวยาวลงมาจากบันไดวนเบื้องบน บดบังแสงไฟจนมืดสนิท พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ย่างกรายเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เป็นจังหวะที่เยือกเย็นและทรงอำนาจจนเซเลสเทียต้องเผลอกำมือเรย์แน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว "ดึกดื่นปานนี้... คุณหนูตระกูลแอสฟอร์ดกับเด็กทุนสามัญชน มาทำอะไรลับๆ ล่อๆ กันอยู่ในเขตหวงห้ามของหอพักศาสตราจารย์อย่างนั้นหรือครับ?" เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบเอ่ยทักขึ้นจากความมืด พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของบุคคลปริศนาที่ก้าวออกมาจากเงา ปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขาทั้งสองด้วยรอยยิ้มที่ซ่อนเร้นความน่ากลัวเอาไว้... และใบหน้านั้น ก็คือศาสตราจารย์ผู้คุมกฎแห่งหอคอยเวทย์มนตร์ ผู้ซึ่งไม่ควรจะอยู่ที่นี่ในเวลานี้เด็ดขาด! — ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "แอสทริดธาตุมนต์" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบสุ่มบัคเรียนเวทย์แบบนี้ก็ได้เหรอคุณหนูตัวร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%