วิถีพยัคฆ์สยบฟ้า: หมัดเดียวทะลวงดารา•ตอนที่ 3

วิชาพยัคฆ์ในความมืด

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
“อย่ามองมัน! หลินเฟย! เจ้าอย่ามอง!” เสียงคำรามของเต๋อจิ้งดังก้องอยู่ในถ้ำลึกที่อบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือด เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก แต่หลินเฟยกลับไม่ได้ยินสิ่งใดอีกแล้ว โลกทั้งใบของเขาหยุดหมุนลง ณ วินาทีที่เขากระชากผ้าขาวที่เปรอะเปื้อนคราบสีน้ำตาลเข้มออก ดวงตาที่เบิกโพลงของอาจารย์จางดูเหมือนจะยังคงจ้องมองศิษย์รักด้วยความอาลัยอาวาส แม้ริมฝีปากที่เคยพร่ำสอนวิชาหมัดจะเหลือเพียงก้อนเนื้อที่ถูกตัดขาดอย่างโหดเหี้ยม มือของหลินเฟยสั่นเทาจนห่อผ้าแทบหลุดจากมือ ก้อนแค้นที่อัดแน่นอยู่ในอกขยายตัวราวกับสัตว์ร้ายที่ถูกจองจำมานานปีจนกระทั่งมันกัดกินเหตุผลจนหมดสิ้น “จ้าวอวิ๋น…” เสียงของหลินเฟยเบาราวกับเสียงกระซิบจากขุมนรก แต่มันกลับแฝงด้วยไอสังหารที่ทำให้อากาศรอบกายเย็นเยียบลงทันที “หลินเฟย ตั้งสติ!” เต๋อจิ้งพุ่งเข้ามาคว้าไหล่เพื่อนรัก เขารู้ดีว่าหากปล่อยให้หลินเฟยจมอยู่กับความแค้นตอนนี้ อีกฝ่ายจะกลายเป็นเพียงหุ่นเชิดของโทสะ “พวกมันตามมาติดๆ ถ้าเราไม่หนีตอนนี้ ศีรษะของอาจารย์จะไม่มีวันได้รับการฝัง!” คำว่า ‘ฝัง’ ปลุกหลินเฟยให้ตื่นจากภวังค์แห่งความมืดมน เขาขบกรามจนได้ยินเสียงฟันกระทบกัน ลมหายใจหอบถี่ถูกปรับให้เป็นจังหวะที่มั่นคง เขารีบห่อศีรษะของอาจารย์อย่างเบามือที่สุด ก่อนจะลุกขึ้นยืนด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป... แววตาที่ไร้ซึ่งความเยาว์วัย หลงเหลือเพียงความว่างเปล่าที่ลึกสุดหยั่ง ทั้งสองวิ่งฝ่าความมืดเข้าไปในส่วนลึกของถ้ำ แสงคบเพลิงในมือเต๋อจิ้งวูบไหวตามแรงลมจากอุโมงค์เบื้องหน้า เสียงฝีเท้าของเหล่าสมุนพรรคมารเริ่มใกล้เข้ามา แว่วเสียงหัวเราะเยาะหยันของจ้าวอวิ๋นดังสะท้อนมาตามผนังถ้ำ “หนูตัวน้อย... วิ่งไปเถอะ ยิ่งวิ่งไกลเท่าไหร่ ความตายของเจ้าก็จะยิ่งทรมานมากขึ้นเท่านั้น” เมื่อถึงทางตันที่เป็นผนังหินงอกหินย้อย หลินเฟยไม่ลังเล เขาใช้ไหล่กระแทกแผ่นหินที่ดูผิดปกติจนมันหมุนเปิดออก เผยให้เห็นโพรงลับที่มีไอเย็นจัดพุ่งออกมา ข้างในนั้นไม่ได้มืดสนิท บนแท่นหินใจกลางโถงมีคัมภีร์เก่าแก่เล่มหนึ่งวางอยู่ ปกของมันทำจากหนังพยัคฆ์สีขาวบริสุทธิ์ที่ไม่มีวันเปื้อนฝุ่น หลินเฟยหยิบมันขึ้นมา ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส ความรู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าช็อตแล่นผ่านแขนซ้ายไปถึงหัวใจ *‘หมัดพยัคฆ์ขาว... สยบฟ้าดิน’* เขาเปิดหน้าแรกออก ตัวอักษรสีแดงชาดดูเหมือนจะขยับเคลื่อนไหวได้ มันไม่ได้เขียนด้วยหมึก แต่เขียนด้วย ‘โลหิต’ ของปรมาจารย์ยุคโบราณ แต่ละท่าทางที่วาดไว้ช่างดุดันและทรงพลัง มันไม่ใช่แค่วิชาต่อสู้ แต่มันคือวิถีแห่งการทำลายล้างที่ต้องอาศัย ‘จิตใจที่ว่างเปล่าจากความกลัว’ เพื่อจะฝึกฝนให้สำเร็จ “นี่มันวิชาต้องห้ามของตระกูลพยัคฆ์สวรรค์ที่สาบสูญไปนับร้อยปี!” เต๋อจิ้งอุทานด้วยความตกตะลึง “หลินเฟย เจ้าอย่าเพิ่งแตะต้องมัน พลังงานในนั้นมันรุนแรงเกินกว่าร่างกายมนุษย์จะรับไหว!” “ถ้าข้าไม่แข็งแกร่งขึ้น ข้าจะเอาอะไรไปทวงคืนความยุติธรรมให้อาจารย์?” หลินเฟยแค่นยิ้ม แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีเงินวาวโรจน์ “จ้าวอวิ๋นอยากจะเห็นข้าตายใช่ไหม? ข้าจะมอบ ‘ความตาย’ ให้มันด้วยหมัดนี้แหละ!” เขานั่งลงบนพื้นถ้ำโดยไม่สนใจเสียงฝีเท้าที่ไล่หลังมาถึงหน้าปากถ้ำแล้ว หลินเฟยหลับตาลง ดึงพลังปราณทั้งหมดในกายเข้าสู่จุดตันเถียน ร่างกายของเขาเริ่มเปลี่ยนไป อุณหภูมิในห้องโถงสูงขึ้นจนหินรอบข้างเริ่มร้าว เขาไม่ได้กำลังฝึกวิชา แต่เขากำลัง ‘หลอมรวม’ จิตวิญญาณเข้ากับตำราเล่มนั้น ข้างนอกถ้ำ เสียงฝีเท้าหยุดลง จ้าวอวิ๋นก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก ในมือของมันคือกระบี่ที่อาบไปด้วยพิษร้าย “พบตัวแล้ว...” หลินเฟยไม่ขยับกายแม้แต่นิดเดียว เขายังคงนั่งสงบนิ่งราวกับรูปปั้น แต่แล้วในวินาทีที่จ้าวอวิ๋นเงื้อกระบี่หมายจะปลิดชีพเขา หมัดของหลินเฟยก็พุ่งออกไปโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า! มันไม่ใช่หมัดธรรมดา มันคือหมัดที่แฝงไปด้วยแรงอัดมหาศาลจนอากาศโดยรอบแตกสลาย เสียงแผดร้องของพยัคฆ์ขาวดังกึกก้องไปทั่วทั้งหุบเขา ราวกับกรงขังแห่งโชคชะตาได้ถูกทำลายลงแล้วในเสี้ยววินาทีนั้น ทว่า เมื่อหมัดของเขากระทบเข้ากับรัศมีปราณของจ้าวอวิ๋น ร่างของหลินเฟยกลับกระตุกเกร็ง ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำด้วยความเจ็บปวดที่ราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงหัวใจ... ในขณะที่จ้าวอวิ๋นกลับยิ้มกว้างกว่าเดิมเมื่อเห็นคราบเลือดที่ไหลซึมออกมาจากมุมปากของหลินเฟย “เจ้าเด็กโง่... คิดจะใช้วิชาหมัดพยัคฆ์ขาวโดยไม่ทำพันธสัญญาเลือดงั้นรึ?” จ้าวอวิ๋นหัวเราะร่า พร้อมกับค่อยๆ ยกมือขึ้น ชี้ปลายนิ้วมาที่หน้าผากของหลินเฟย “ในเมื่อเจ้าปรารถนาจะตายด้วยวิชานี้ ข้าก็จะสงเคราะห์ให้... แต่ก่อนจะตาย เจ้าควรได้รู้ความจริงข้อหนึ่งว่า ใครกันแน่ที่เป็นคนลงมือตัดศีรษะอาจารย์ของเจ้า!” หลินเฟยเบิกตากว้าง ความเจ็บปวดในอกเริ่มจางหายไปแทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกที่พุ่งเข้าสู่สมอง เมื่อจ้าวอวิ๋นขยับปากพูดชื่อหนึ่งออกมา... ชื่อที่ทำให้โลกทั้งใบของหลินเฟยพังทลายลงในพริบตาเดียว! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับวิถีพยัคฆ์สยบฟ้าในครั้งนี้ครับ! - พยัคฆ์ขาวคำราม
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีพยัคฆ์สยบฟ้า: หมัดเดียวทะลวงดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%