วิถีพยัคฆ์สยบฟ้า: หมัดเดียวทะลวงดารา•ตอนที่ 2

มิตรภาพกลางสมรภูมิ

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
"สัตว์เลี้ยงงั้นหรือ? งั้นข้าจะแสดงให้ดูว่าสัตว์เลี้ยงตัวนี้... มีเขี้ยวเล็บคมพอจะฉีกกระชากคอหอยเจ้าได้หรือไม่!" หลินเฟยคำรามในลำคอ เสียงกระดูกลั่นเปรี๊ยะราวกับเสียงประทัดที่กำลังจะระเบิดออก เขาไม่ได้รอให้หญิงสาวผู้งดงามแต่อำมหิตเบื้องหน้าขยับตัว ชายหนุ่มดีดกายดุจลูกธนูที่หลุดจากคันศร พุ่งเข้าหาเหล่าสมุนพรรคมารที่ล้อมกรอบอยู่รอบกาย สองหมัดของเขาอาบไปด้วยไอสังหารที่เพิ่งตื่นขึ้นจากการหลับใหล ทว่าเป้าหมายที่แท้จริงไม่ใช่หญิงสาวนางนั้น แต่คือร่างที่สะบักสะบอมของ 'เต๋อจิ้ง' ซึ่งถูกพวกลูกสมุนนับสิบกดทับไว้กับพื้นโคลน เต๋อจิ้งในยามนี้ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยเลือด ดวงตาที่เคยคมปลาบดั่งมีดสั้นบัดนี้หรี่ลงเหลือเพียงเส้นเดียว แต่ริมฝีปากยังคงเหยียดยิ้มเยาะหยัน "ไอ้บ้าหลิน... ข้าบอกให้เจ้าหนีไป... ไม่ใช่ให้กลับมาเป็นศพเป็นเพื่อนข้า!" เต๋อจิ้งเค้นเสียงแหบพร่าออกมา หลินเฟยไม่ตอบ เขาใช้สันฝ่ามือฟาดลงบนท้ายทอยของสมุนพรรคมารคนหนึ่งจนคอพับ ก่อนจะคว้าข้อมือมันบิดจนหักสะบั้นด้วยเสียงที่ดังชัดเจนในความเงียบงัน เขาอาศัยจังหวะชุลมุนตวัดขาเกี่ยวเอวของเต๋อจิ้งขึ้นมาแบกไว้บนบ่า ความหนักอึ้งของสหายรักไม่ได้ทำให้ฝีเท้าของเขาสั่นคลอนแม้แต่น้อย "เงียบปากเสีย! ข้าบอกแล้วไม่ใช่รึไงว่าถ้าจะตาย... เราต้องตายพร้อมกันในฐานะลูกผู้ชาย ไม่ใช่หมาข้างถนน!" หลินเฟยตวัดหมัดขวาออกไป หมัดนี้ไม่ได้ไร้ทิศทาง แต่มันคือวิชา 'หมัดพยัคฆ์ทะลวงดารา' ที่บิดาเคยพร่ำสอน พลังปราณที่รวบรวมไว้ที่กำปั้นอัดกระแทกเข้าที่หน้าอกของศัตรูจนร่างนั้นปลิวละลิ่วกระแทกกลุ่มลูกสมุนที่เหลือราวกับโดมิโน ทว่าหญิงสาวผู้คุมเกมยังคงยืนกอดอกดูฉากการต่อสู้นี้ด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ นางไม่ได้ลงมือเอง แต่กลับโบกมือเบาๆ ราวกับกำลังไล่แมลง "รำคาญตา... ขวากระดูกพวกนั้นทิ้งเสีย แล้วเอาตัวมันมาให้ข้า" สมุนระดับหัวกะทิอีกสามคนก้าวออกมา พวกมันไม่ใช้มือเปล่า แต่ชักดาบโค้งอาบยาพิษออกมาจากฝัก แสงสะท้อนจากคมดาบวับแวมตัดกับความมืดมิดของยามราตรี หลินเฟยหอบหายใจหนักหน่วง เขาไม่มีปราณเหลือมากพอจะสู้ยืดเยื้อ แต่สายตาที่เขามองไปยังสหายบนบ่ากลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว "เต๋อจิ้ง... เจ้ายังถือมีดสั้นเล่มนั้นอยู่ไหม?" หลินเฟยถามสั้นๆ ขณะหลบคมดาบที่เฉียดแก้มไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด เต๋อจิ้งขยับตัวเล็กน้อย มือที่สั่นเทาล้วงเข้าไปในสาบเสื้อ ดึงมีดสั้นด้ามไม้เก่าคร่ำคร่าออกมา "มีดเล่มนี้... ข้าใช้ปอกแอปเปิลให้เจ้ากินเมื่อตอนอายุเจ็ดขวบ... วันนี้อาจจะต้องใช้ปอกเนื้อคนเสียแล้ว" ทั้งสองสบตากันเพียงเสี้ยววินาที แต่ความเข้าใจนั้นลึกซึ้งเกินกว่าคำบรรยาย พวกเขาผ่านความตายมาด้วยกันนับครั้งไม่ถ้วน ความไว้วางใจนี้คืออาวุธที่ร้ายกาจที่สุดที่จ้าวอวิ๋นไม่มีวันเข้าใจ หลินเฟยพุ่งเข้าหาศัตรูอีกครั้ง เขาไม่ได้สู้เพื่อชนะ แต่สู้เพื่อสร้าง 'ช่องโหว่' ทันทีที่หมัดของเขาปะทะกับดาบจนเกิดประกายไฟ เต๋อจิ้งที่อยู่บนบ่าก็ดีดตัวขึ้นกลางอากาศอย่างรวดเร็วราวกับแมวป่า มีดสั้นในมือวาดวงโค้งสีเงิน ตัดผ่านเอ็นข้อมือของศัตรูทั้งสามคนอย่างแม่นยำดั่งศัลยแพทย์ "ไป!" หลินเฟยตะโกน ลากร่างสหายที่เพิ่งร่อนลงพื้นออกวิ่งฝ่าวงล้อมเข้าไปในป่าทึบเบื้องหลัง เสียงฝีเท้าที่ไล่ตามมาเริ่มห่างออกไป พร้อมกับการสบถด่าของเหล่าสมุนพรรคมาร เมื่อพ้นระยะสายตา ทั้งคู่ทิ้งตัวลงนั่งพิงโคนต้นไม้ใหญ่หอบหายใจรวยริน ความเงียบเข้าปกคลุมป่า มีเพียงเสียงจิ้งหรีดที่กรีดร้องราวกับจะเตือนภัย เต๋อจิ้งมองแผลที่หัวไหล่ของหลินเฟยก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ "เรายังไม่ตาย..." "ยังไม่ตาย... และจะไม่ยอมตายจนกว่าไอ้พวกที่ฆ่าพ่อข้าจะชดใช้ด้วยเลือด" หลินเฟยกัดฟันกรอด เขายื่นมือออกไปหาเต๋อจิ้ง "วันนี้ถ้าเจ้าไม่รังเกียจ... เรามาสาบานเป็นพี่น้องกันที่นี่ ให้ฟ้าดินเป็นพยาน ว่าข้ากับเจ้าจะร่วมทุกข์ร่วมสุข ไม่ว่านรกหรือสวรรค์จะกั้นขวาง" เต๋อจิ้งมองมือของสหายรัก แววตาที่เคยเย็นชาเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนอย่างประหลาด เขาคว้ามือของหลินเฟยไว้แน่น แรงบีบนั้นสื่อถึงคำมั่นสัญญาที่หนักแน่นยิ่งกว่าขุนเขา "ข้าไม่เคยรังเกียจคนอย่างเจ้า หลินเฟย... นับแต่นี้ ข้าคือแขนขาของเจ้า ชีวิตนี้ข้าให้เจ้าได้" ทว่า ในวินาทีที่พันธสัญญาแห่งลูกผู้ชายเพิ่งถูกกล่าวขาน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าที่ดูผิดที่ผิดทางก็โชยมาแตะจมูก ทั้งคู่ชะงักกึก สัญชาตญาณสัตว์ป่าในตัวหลินเฟยเตือนให้เขาดีดตัวลุกขึ้น แต่ช้าเกินไป เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นบนกิ่งไม้เหนือหัวอย่างแผ่วเบาไร้เสียง สตรีชุดดำนางเดิมยืนมองพวกเขาราวกับเห็นหนูสองตัวที่ติดกับดัก นางไม่ได้มาคนเดียว รอบตัวนางในยามนี้คือเหล่านักฆ่าในชุดคลุมสีเทาที่พรางตัวได้แนบเนียนจนน่าขนลุก พวกมันไม่ใช่ลูกกระจ๊อกกลุ่มเมื่อครู่ แต่เป็นหน่วย 'เงาพยัคฆ์' มือสังหารระดับพระกาฬของพรรคมาร "สาบานกันเสร็จแล้วใช่ไหม?" หญิงสาวเอ่ยเสียงเรียบพลางลูบปลายมีดในมือ "งั้นข้าจะส่งพวกเจ้าไปสาบานต่อที่ปรโลก... แต่ก่อนจะไป ข้ามี 'ของขวัญ' จะมอบให้เจ้า หลินเฟย" นางโยนห่อผ้าสีขาวลงมาตรงหน้าพวกเขา เมื่อหลินเฟยเปิดออก ดวงตาของเขาก็เบิกโพลง ร่างกายสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ สิ่งที่อยู่ข้างในนั้น... คือศีรษะของอาจารย์ผู้ชุบเลี้ยงเขามาตั้งแต่เล็ก ที่ถูกตัดขาดอย่างทารุณ! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับ "พยัคฆ์ขาวคำราม" นะครับ แล้วพบกันในตอนหน้า!
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีพยัคฆ์สยบฟ้า: หมัดเดียวทะลวงดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%