"ก้มหัวลงเสีย หลินเฟย... ก่อนที่เลือดของเจ้าจะแปดเปื้อนพื้นหินศิลาศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลไปมากกว่านี้"
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเวทนาของผู้อาวุโสสูงสุดดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับยอดเขาตระกูลหลิน กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในอากาศยังไม่จางหายไปจากเหตุการณ์ถล่มหมู่บ้านเมื่อค่ำคืนก่อน เศษซากของบ้านเรือนที่บิดาของเขาเคยสร้างด้วยหยาดเหงื่อ บัดนี้เหลือเพียงเถ้าถ่านและรอยไหม้จากเพลิงมารของ 'จ้าวอวิ๋น'
หลินเฟยยืนตัวตรง หมัดทั้งสองข้างของเขากำแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อฝ่ามือ หยดเลือดหยดลงสู่พื้นหินช้าๆ เป็นจังหวะที่หนักแน่นราวกับเสียงกลองศึก เขาไม่ได้เงยหน้ามองผู้อาวุโส แต่จ้องมองไปยังแผ่นหลังของจ้าวอวิ๋นที่ยืนตระหง่านอยู่บนแท่นสูงในฐานะแขกผู้ทรงเกียรติของตระกูล ทั้งที่คนผู้นี้คือฆาตกรที่สั่งฆ่าล้างโคตรหมู่บ้านของเขา
"ท่านผู้อาวุโส..." หลินเฟยเค้นเสียงรอดไรฟัน "ท่านจะให้ข้าก้มหัวให้คนที่สังหารบิดาข้า เพื่อแลกกับการได้อยู่ในตระกูลที่ขี้ขลาดเกินกว่าจะกล้าจับอาวุธขึ้นสู้กับพรรคมารงั้นหรือ?"
บรรยากาศโดยรอบนิ่งสนิท หลายคนในตระกูลหลบสายตา บ้างก็ขยับกายอย่างอึดอัด แต่ไม่มีใครกล้าเอ่ยวาจา เพราะทุกคนรู้ดีว่า 'จ้าวอวิ๋น' คือปีศาจที่ไม่มีใครในแผ่นดินนี้อยากต่อกรด้วย
จ้าวอวิ๋นค่อยๆ หันกลับมา แววตาของเขาราวกับห้วงเหวที่ไร้ก้นบึ้ง เยือกเย็นและมองทุกอย่างเป็นเพียงหมากที่พร้อมจะถูกดีดทิ้ง เขาขยับยิ้มที่มุมปากเพียงเล็กน้อย แต่นั่นกลับทำให้คนทั้งลานประลองรู้สึกหนาวเหน็บถึงกระดูก "เด็กหนุ่มที่ไร้กำลังก็เหมือนสุนัขที่เห่าใส่พยัคฆ์... น่ารำคาญ แต่ก็ไม่ได้ทำให้พยัคฆ์ระคายผิว"
"หุบปากเสีย!"
แรงกดดันมหาศาลพุ่งเข้าใส่หลินเฟยจนเขาแทบกระอักเลือด แต่เขายังฝืนยืนหยัด เต๋อจิ้งที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบคว้าต้นแขนเพื่อนรักไว้ พลางกระซิบเสียงเครียด "เฟย... เจ้ากำลังฆ่าตัวตาย ใจเย็นก่อน! เรายังไม่พร้อม ถ้าสู้ตอนนี้เจ้าตายเปล่า เรื่องล้างแค้นต้องใช้เวลา!"
หลินเฟยหันไปมองสหายรัก แววตาที่เคยร้อนแรงด้วยโทสะบัดนี้กลับนิ่งสงบดั่งน้ำค้างแข็ง แต่ข้างในนั้นคือลาวาที่กำลังเดือดพล่าน "เต๋อจิ้ง เจ้าก็เห็นใช่ไหม? บ้านของข้า... พ่อของข้า... ถ้าข้ายังเรียกตัวเองว่าเป็นลูกผู้ชาย แล้วยอมคุกเข่าให้มันข้ามศพคนในครอบครัวไป ข้าคงไม่ต้องมีชีวิตอยู่ให้หนักแผ่นดินอีกต่อไป"
เขาสะบัดแขนหลุดจากการจับกุมของสหาย ก่อนจะก้าวเดินไปข้างหน้า ทีละก้าว... ทีละก้าว ทุกย่างก้าวเปรียบเสมือนการปลดแอกพันธนาการของตระกูลที่ยึดติดกับศักดิ์ศรีจอมปลอม
"ข้า หลินเฟย ขอประกาศตัดขาดจากตระกูลหลินนับแต่วินาทีนี้!" เสียงก้องกังวานดุจสายฟ้าฟาด "ตั้งแต่วันนี้ไป ชีวิตนี้เป็นของข้า พลังนี้จะใช้เพื่อล้างแค้นให้แก่ผู้บริสุทธิ์ ส่วนพวกเจ้า... จงเสวยสุขบนเศษซากของความกลัวต่อไปเถิด!"
ผู้อาวุโสสูงสุดถอนหายใจยาว พลางโบกมืออย่างเย็นชา "ในเมื่อเจ้าเลือกทางที่นำไปสู่ความตาย ข้าก็ไม่อาจขวาง... ออกไปเสีย อย่าให้ข้าเห็นหน้าเจ้าในเขตแดนตระกูลอีก"
หลินเฟยหันหลังกลับโดยไม่หันไปมองข้างหลังอีกเลย เต๋อจิ้งรีบวิ่งตามไปพร้อมกับกระเป๋าสัมภาระใบเล็กๆ ทั้งสองเดินผ่านประตูใหญ่ของตระกูลที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นบ้าน แต่บัดนี้มันกลายเป็นเพียงทางผ่านสู่โลกที่โหดร้ายยิ่งกว่า
เมื่อก้าวพ้นขอบเขตประตู กลิ่นอายของอิสรภาพที่แลกมาด้วยความสูญเสียก็พัดเข้ามาปะทะใบหน้า หลินเฟยทรุดเข่าลงกับพื้นดินเปียกชื้นของพงไพรข้างทาง เขาพยายามควบคุมลมหายใจที่สั่นสะท้าน ความเจ็บปวดจากการถูกทรยศโดยสายเลือดเดียวกันมันรุนแรงยิ่งกว่าบาดแผลที่ได้รับจากศัตรู
"เราจะไปไหนต่อ?" เต๋อจิ้งถามขณะหยิบมีดสั้นคู่ใจออกมาเช็ดเพื่อคลายความประหม่า
หลินเฟยลุกขึ้นยืน แววตามุ่งมั่นจับจ้องไปยังขุนเขาลูกใหญ่ที่ปกคลุมด้วยเมฆหมอกสีเลือดเบื้องหน้า "ไปในที่ที่ไม่มีใครรู้จักเรา ไปหาผู้เฒ่าไร้นามคนนั้น... ข้าจะฝึกวิชาที่ไม่มีใครเคยเห็น จะสร้างหมัดที่สยบได้แม้แต่ดาราบนฟากฟ้า"
เขามองมือขวาของตัวเองที่ยังคงสั่นเทา ก่อนจะกำมันจนแน่น หมัดเดียวที่ไม่มีชื่อ แต่มันจะต้องเป็นหมัดที่ปลิดชีพจ้าวอวิ๋นได้ในอนาคต
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของม้าศึกหลายสิบตัวก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทั้งสองหยุดกะทันหันก่อนจะหันกลับไปมอง ท่ามกลางหมอกหนาที่เริ่มเคลื่อนตัวเข้ามา เงาร่างของบุรุษชุดดำนับสิบพร้อมอาวุธครบมือก็ปรากฏขึ้นปิดล้อมทางหนีเอาไว้
และที่กึ่งกลางของกองทหารม้าเหล่านั้น เงาของสตรีผู้หนึ่งก้าวลงจากหลังม้าอย่างเชื่องช้า นางคือคนที่ควรจะอยู่ในห้องนอนของจ้าวอวิ๋น... แต่บัดนี้ในมือของนางกลับถือจดหมายประทับตราพรรคมารที่ดูคุ้นตายิ่งนัก นางเดินตรงเข้ามาหาหลินเฟยพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้นลงชั่วขณะ
"ท่านประมุขไม่ได้สั่งให้ฆ่าเจ้าที่นี่..." นางเอ่ยเสียงหวานที่ซ่อนความอำมหิตเอาไว้ "แต่เขาสั่งให้ข้าพากลับไปเป็น 'สัตว์เลี้ยง' ในคุกใต้ดินของพรรค... เพื่อดูว่าคนอย่างเจ้าจะทนอยู่ได้นานสักกี่วัน"
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับตำนานบทใหม่นี้ด้วยกันครับ - พยัคฆ์ขาวคำราม
วิถีพยัคฆ์สยบฟ้า: หมัดเดียวทะลวงดารา•ตอนที่ 1
จุดเริ่มต้นของหมัดไร้นาม
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีพยัคฆ์สยบฟ้า: หมัดเดียวทะลวงดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!