เสียงกระดูกลั่นกรอบดั่งกิ่งไม้แห้งใต้ฝ่าเท้า คือดนตรีประกอบเดียวที่ดังสะท้อนอยู่ในโถงหินอัคคี
หลินเฟยไม่หลบ หลินเฟยไม่แม้แต่จะยกแขนขึ้นตั้งรับ แรงกดดันระดับขอบเขตผ่าดาราของจ้าวอวิ๋นแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยวเป็นคลื่นระลอก แต่วิญญาณภายในร่างของเด็กหนุ่มผู้สูญเสียบิดากลับนิ่งสนิทดั่งผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ไร้ซึ่งความลังเล มีเพียงไฟแค้นสีชาดที่ลุกโชนอยู่ในดวงตาทั้งสองข้างอย่างเงียบเชียบ
"เจ้ามันก็แค่เศษสวะที่ดิ้นรนอย่างไร้ค่า!"
เสียงคำรามของจ้าวอวิ๋นดังระเบิด ดัชนีมารโลหิตพุ่งทะลวงตรงเข้าสู่จุดชีพจรหัวใจของหลินเฟย หมายปลิดชีพในกระบวนท่าเดียว ประมุขพรรคมารผู้นี้เหยียดยิ้มเย้ยหยัน ดวงตาคู่นั้นมองหลินเฟยเป็นเพียงฝุ่นผงที่มันพร้อมจะปัดเป่าให้หายไปจากยุทธภพ
"เฟยหลาน! ระวัง!"
เสียงตะโกนอย่างสุดเสียงของเต๋อจิ้งดังมาจากมุมเสาหิน สหายรักผู้สะสะสมบาดแผลทั่วร่างพยายามจะพยุงกายขึ้นมาช่วย แต่ความต่างของระดับพลังทำให้เขาทำได้เพียงแค่กำมีดสั้นในมือแน่นจนเลือดซึมออกมาตามง่ามนิ้ว ดวงตาของเต๋อจิ้งแดงก่ำด้วยความคับแค้นใจที่ไม่สามารถยื่นมือเข้าไปช่วยสหายได้ทันท่วงที
ทว่า หลินเฟยหาได้หันกลับไปมองไม่
ในเสี้ยววินาทีเป็นตายนั้น เวลาในความรับรู้ของหลินเฟยกลับทอดยาวออกไป ภาพเหตุการณ์ในอดีตซ้อนทับเข้ามาในห้วงคำนึง—รอยยิ้มของบิดาในวันที่สอนวิชาหมัดแรก, หยาดน้ำตาของชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ที่ถูกพรรคมารฆ่าล้างโคตร, และคำสัญญาที่ให้ไว้ต่อหน้าหลุมศพ—ทุกความเจ็บปวด ทุกหยาดน้ำตา และความอยุติธรรมทั้งปวงถูกบีบอัด หลอมรวม เข้าด้วยกันภายในตันเถียน (จุดศูนย์กลางพลังงาน) ของเขา
ดวงตาของหลินเฟยเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเต้นตุบๆ พลังลมปราณทั่วร่างไม่ได้กระจัดกระจาย แต่มันกลับไหลเวียนย้อนศรเข้าสู่จุดศูนย์กลางอย่างบ้าคลั่ง
"นี่ไม่ใช่ความแค้นส่วนตัว..." หลินเฟยเอ่ยพึมพำออกมา เสียงของเขาแหบพร่าแต่กลับก้องกังวานเสียดแทงแก้วหูของทุกคนในโถงหิน "แต่นี่คือ... ความยุติธรรมที่พวกแกต้องชดใช้!"
ตู้มมมม!
แรงระเบิดจากลมปราณที่ถูกบีบอัดจนถึงขีดสุดแผ่พุ่งออกรอบทิศทาง จ้าวอวิ๋นที่พุ่งเข้ามาด้วยความมั่นใจถึงกับชะงักกุนซือมารผู้นึงเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังงานที่ไม่ควรจะมีมนุษย์คนใดในระดับพลังยุทธ์นี้สามารถครอบครองได้ มันคือการหลอมรวมระหว่างความโกรธเกรี้ยวอันไร้ขีดจำกัดและความปรารถนาอันบริสุทธิ์ที่จะคืนความถูกต้องให้แก่โลกหล้า
หลินเฟยดึงหมัดขวาไปข้างหลังอย่างช้าๆ ทว่ามั่นคง
รอบหมัดของเขานั้นปรากฏมวลอากาศหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นสีขาวโพลนผสมผสานกับประกายเพลิงสีทองอร่าม มันคือวิชา "หมัดเดียวทะลวงดารา" ที่ถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นด้วยเจตจำนงอันแน่วแน่ของลูกผู้ชาย
จ้าวอวิ๋นรู้สึกถึงมรณะภัยที่คืบคลานเข้ามาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าที่เคยเยือกเย็นและมั่นอกมั่นใจบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัวเป็นครั้งแรก มันพยายามจะเร่งพลังโลหิตทั้งหมดที่มีเพื่อต้านทาน แต่สายเกินไปเสียแล้ว
"เป็นไปไม่ได้! เจ้าแค่เด็กเมื่อวานซืน..."
"ตายซะ!"
หลินเฟยปล่อยหมัดออกไป
ไม่มีลูกเล่นแพรพราว ไม่มีกระบวนท่าซับซ้อน มีเพียงความเรียบง่ายแต่ทรงพลังดั่งอุกกาบาตพุ่งชนพื้นโลก หมัดนั้นแหวกอากาศจนเกิดเสียงแหลมหวีดหวิว รัศมีพลังพุ่งทะยานขึ้นสู่ยอดเพดานหินจนสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ราวกับดวงดาราบนท้องฟนากำลังร่วงหล่นลงมาตามวิถีหมัดของเขา
เปรี้ยงงงงง!
แรงปะทะระเบิดออกเป็นวงกว้าง คลื่นกระแทกซัดร่างของเต๋อจิ้งและเหล่าลูกน้องพรรคมารปลิวไปคนละทิศละทาง ฝุ่นควันตลบอบอวลจนมองไม่เห็นสิ่งใด เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังระงมไปทั่วบริเวณ ก่อนที่ทุกอย่างจะตกอยู่ในความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัว
ผ่านไปครู่ใหญ่ ฝุ่นควันค่อยๆ เจือจางลง
ภาพที่ปรากฏต่อสายตาคือ ร่างของจ้าวอวิ๋น ประมุขพรรคมารผู้ยิ่งใหญ่ กำลังคุกเข่าลงกับพื้นหินที่แตกละเอียดเป็นหลุมลึก หน้าอกของมันยุบลงไปเป็นรอยหมัดขนาดใหญ่ เลือดสดๆทะลักออกมาจากปากไม่ขาดสาย ดวงตาเบิกโพ้างค้างเติ่งไร้ซึ่งประกายแห่งชีวิต
หลินเฟยยืนหอบหายใจรดรินอยู่เบื้องหน้า แขนขวาของเขาสั่นเทิ้ม บาดแผลฉีกขาดจนเห็นกระดูกขาวโผน ทว่าลำตัวของเขากลับตั้งตรงสง่างามดั่งพยัคฆ์หนุ่มที่ไม่ยอมสยบให้แก่ฟ้าดิน
ชัยชนะตกเป็นของเขาแล้ว... หรือ?
ในจังหวะที่ความเหนื่อยล้าเข้าครอบงำและหลินเฟยกำลังจะทรุดกายลงนั่งนั้นเอง เสียงปรบมือช้าๆ และน่าขนลุกก็ดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหลังบัลลังก์ประมุข
แปะ... แปะ... แปะ...
"ช่างเป็นหมัดที่ยอดเยี่ยมเสียจริง... หลินเฟย"
เสียงทุ้มต่ำลึกลับที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายโบราณดังขึ้น พร้อมกับเงาร่างหนึ่งที่ก้าวเดินออกมาจากความมืด เงาร่างนั้นสวมหน้ากากเงินลายพยัคฆ์ไร้ลาย และที่สำคัญที่สุด... พลังลมปราณที่แผ่ออกมาจากตัวบุคคลผู้นี้ ทำให้บาดแผลในใจของหลินเฟยสั่นสะท้านยิ่งกว่าตอนเผชิญหน้ากับจ้าวอวิ๋นเสียอีก
เต๋อจิ้งที่นอนพิงเสาอยู่เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ เมื่อเห็นใบหน้าที่ซ่อนอยู่หลังหน้ากากนั้นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับคำพูดที่ทำให้ความจริงทั้งหมดพังทลายลงในพริบตา
"ลูกพ่อ... เจ้าเติบโตขึ้นมากทีเดียว"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่มาจนถึงวินาทีอันระทึกใจนี้นะครับ - พยัคฆ์ขาวคำราม
วิถีพยัคฆ์สยบฟ้า: หมัดเดียวทะลวงดารา•ตอนที่ 44
หมัดเดียวทะลวงดารา
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีพยัคฆ์สยบฟ้า: หมัดเดียวทะลวงดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!