วิถีพยัคฆ์สยบฟ้า: หมัดเดียวทะลวงดารา•ตอนที่ 43

จิตวิญญาณแห่งลูกผู้ชาย

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
เสียงกระดูกลั่นเปรี๊ยะดังสนั่นราวกับกิ่งไม้แห้งที่ถูกหักกลางพายุ ประหนึ่งเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มที่ถูกต้อนจนมุม หลินเฟยทรุดกายลงแนบพื้นศิลาเย็นเฉียบ เลือดสีชาดสดๆ ไหลรินจากมุมปาก อาบไล้คางแหลมคมและหยดลงกระทบพื้นจนเกิดเสียงดังติ๋งๆ สะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัว แรงกดดันมหาศาลระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์ของจ้าวอวิ๋นกดทับลงมาบนแผ่นหลังของเขา จนทำให้กล้ามเนื้อทุกมัดสั่นระริกราวกับแบกภูเขาไว้ทั้งลูก "เจ้าเด็กโง่... ดื้อรั้นจนวินาทีสุดท้ายเชียวนะ" เสียงหัวeแผ่วเบาแต่เยียบเย็นของจ้าวอวิ๋นดังขึ้นเหนือหัว ประมุขพรรคมารก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว รองเท้าหนังปักลวดลายมารทมิฬเหยียดย่ำลงบนพื้นศิลาที่แตกละเอียด ในมือถือกระบี่โลหิตที่ยังคงมีไอสังหารพวยพุ่งระอุ สายตาของจ้าวอวิ๋นมองลงมายังหลินเฟยราวกับมองมดปลวกตัวหนึ่ง ที่ต่อให้ดิ้นรนอย่างไรก็ไม่มีวันหนีพ้นเงื้อมมือมัจจุราชไปได้ หลินเฟยหอบหายใจรุนแรง หน้าอกกระเพื่อมไหวขึ้นลงอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววดุดันบัดนี้มีเลือดคั่งจนเป็นสีแดงฉาน เขากัดฟันแน่นจนกรามแทบแตก ความเจ็บปวดรวดร้าวแล่นพล่านไปทั่วสารพัดเส้นประสาท ราวกับร่างกำลังจะแตกสลายออกเป็นเสี่ยงๆ *‘เราจะมาจบลงแค่นี้หรือ... บิดาข้า... ข้ายังไม่ได้ล้างแค้นให้ท่านเลยนะ...’* ภาพเหตุการณ์ในอดีตวันคืนที่บิดายังมีชีวิตอยู่ ภาพรอยยิ้ม คำสอนเรื่องวิถีหมัด และความอบอุ่นในอดีตไหลย้อนเข้ามาในห้วงความคิดราวกับฉากภาพยนตร์ที่ถูกฉายซ้ำด้วยความเร็วสูง ทว่า ท่ามกลางความมืดมิดของความสิ้นหวัง สายตาของหลินเฟยเหลือบไปเห็นร่างของเต๋อจิ้ง สหายรักผู้ร่วมเป็นร่วมตาย ที่นอนหมดสติจมกองเลือดอยู่ไม่ไกล ใบหน้าของเต๋อจิ้งซีดเซียวไร้สีเลือด แต่ริมฝีปากยังคงเม้มเข้าหากันแน่น แม้ในยามวิกฤต สหายผู้นี้ก็ยังคงปกป้องแผนสำรองและส่งยิ้มให้เขาก่อนจะหมดสติไป และถัดออกไปเบื้องหลัง คือเหล่าศቀผู้บริสุทธิ์นับร้อยคนที่ถูกกักขังไว้เป็นเครื่องสังเวยในค่ายกลมาร หากเขาตายตรงนี้ ทุกคน... จะต้องดับสูญไปพร้อมกับความมืดมิดของพรรคมารอย่างแน่นอน ความโกรธเกรี้ยวที่เคยเผาผลาญจิตใจ ค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่และลึกซึ้งกว่า... จิตแห่งการปกป้อง "ลุกขึ้นมาสิเจ้าหนู..." จ้าวอวิ๋นเอ่ยเยาะเย้ยพลันเงื้อมกระบี่โลหิตขึ้นสูง เตรียมปลิดชีพด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว "ความพยายามของเจ้า ช่างน่าสมเพชเสียจริง" ในวินาทีเป็นตายนั้นเอง... หลินเฟยหลับตาลงช้าๆ ความเงียบสงบแปลกประหลาดเข้าปกคลุมจิตใจของเขา รอบตัวราวกับเสียงทั้งปวงหยุดนิ่ง หัวใจที่เต้นรัวระรัวค่อยๆ ปรับจังหวะช้าลง ทว่าทรงพลังยิ่งกว่าครั้งไหนๆ พลังลมปราณที่เคยกระจัดกระจายจากการบาดเจ็บสาหัส กลับเริ่มรวมตัวกันอีกครั้งโดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ตันantian (จุดตันเถียน) มันไม่ใช่ลมปราณมารที่เยือกเย็น และไม่ใช่ลมปราณทั่วไป หากแต่มันคือพลังแห่งความมุ่งมั่นอันบริสุทธิ์ที่หลอมรวมความแค้น ความรัก มิตรภาพ และเจตจำนงของลูกผู้ชายเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ "การที่ข้าจะลุกขึ้น... ไม่ได้แปลว่าข้ากลัวความตาย..." เสียงพึมพำลอดออกมาจากริมฝีปากที่แตกยับของหลินเฟย น้ำเสียงนั้นแผ่วเบา แต่กลับทรงพลังจนทำให้จ้าวอวิ๋นชะงักฝีเท้าโดยไม่รู้ตัว ดวงตาที่ปิดอยู่ลืมโพลงขึ้นอีกครั้ง! *เปรี้ยง!* ประกายแสงสีทองอร่ามพวยพุ่งทะยานจากร่างของหลินเฟยพุ่งทะลวงขึ้นสู่ท้องนภาราวกับเสาเพลิงอัคคี พื้นศิลาใต้ร่างของเขาระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ แรงกดดันที่จ้าวอวิ๋นกดทับไว้ถูกสะท้อนกลับด้วยคลื่นพลังอันเกรี้ยวกราด จนประมุขพรรคมารต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ใบหน้าที่เคยเยือกเย็นฉายแววตื่นตระหนกเป็นครั้งแรก "วิชาอะไรกันนี่... ลมปราณนี่มันบ้าอะไรกัน!" จ้าวอวิ๋นอุทานออกมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตา ร่างของหลินเฟยในยามนี้ปกคลุมไปด้วยออร่าสีทองสลับแดงเพลิง กล้ามเนื้อทุกมัดขยายใหญ่ขึ้นเล็กน้อย เส้นเลือดปูดโปนราวกับอัดแน่นไปด้วยพละกำลังของพยัคฆ์หนุ่มผู้ตื่นจากการหลับใหล หลินเฟยค่อยๆ ยืดกายลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม แม้บาดแผลตามตัวจะยังคงอยู่ แต่จิตวิญญาณของเขาในยามนี้กลับไร้ซึ่งความหวาดกลัว ยิ่งเผชิญหน้ากับความตาย ยิ่งทำให้หมัดในกำมือของเขาร้อนรุ่มราวกับเหล็กกล้าที่ผ่านการตีเผาในเตาไฟนับพันองศา "จ้าวอวิ๋น..." หลินเฟยเอ่ยชื่อศัตรูคู่อาฆาตด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่มั่นคง แววตาคมกริบจดจ้องตรงไปยังคู่ต่อสู้โดยไม่หลบเลี่ยง "ความมืดของแก ต่อให้ยิ่งใหญ่แค่ไหน... ก็ไม่มีวันกลืนกินแสงสว่างแห่งเจตจำนงของลูกผู้ชายอย่างพวกเราได้หรอก!" สิ้นเสียงคำราม หลินเฟยไม่ได้ถอยหนี เขากลับพุ่งทะยานเข้าหาประมุขพรรคมารด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเดิมหลายเท่าตัว ราวกับสายฟ้าสีทองที่แหวกผ่านความมืดมิด หมัดขวาถูกง้างไปข้างหลัง รวบรวมพลังลมปราณทั้งหมดที่เหลืออยู่ไว้ในจุดเดียว เป็น "หมัดเดียวทะลวงดารา" ที่ผ่านการยกระดับด้วยจิตวิญญาณแห่งการปกป้องอย่างแท้จริง! จ้าวอวิ๋นหน้าถอดสี รีบตวัดกระบี่โลหิตตั้งรับสุดกำลัง ปราณมารสีดำทะมฬรวมตัวกันเป็นโล่โลหิตหนาแน่นเพื่อต้านทานการโจมตีนี้ ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่หมัดของหลินเฟยกำลังจะปะทะเข้ากับโล่ป้องกันของจ้าวอวิ๋นนั้นเอง ท้องนภ้ายามค่ำคืนที่ควรจะมืดมิด กลับถูกฉีกกระชากออกด้วยแสงสว่างวาบประหลาดจากใจกลางค่ายกลมาร และเงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ผู้หนึ่ง ก็ก้าวเดินออกมาจากรอยแยกมิติกลางอากาศอย่างไร้ซุ่มเสียง พร้อมกับกระบี่ในมือที่สลักลวดลายดาราโบราณ ซึ่งพุ่งตรงเข้ามาปักขวางกั้นระหว่างหลินเฟยและจ้าวอวิ๋นในชั่วพริบตา! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่มาจนถึงวินาทีอันระทึกใจนี้นะครับ - พยัคฆ์ขาวคำราม
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีพยัคฆ์สยบฟ้า: หมัดเดียวทะลวงดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%